ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ
คำชี้แจง :ให้ข้าราชการครูผู้เข้ารับการพัฒนาเพื่อเลื่อนให้มีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
เลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวให้ถูกต้อง
แบบประเมินทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน เวลา 1.30 ชั่วโมง
1. การจัดการศึกษาต้องมีคุณภาพหมายถึงข้อใด
ก. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูง
ค. มีการนำหลักสูตรไปใช้
ง. มีการใช้สื่อประกอบการสอ
2. การวัดและการประเมินผลมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด
ก. การปรับปรุงการเรียนการสอน
ข. ตัดสินผลการเรียนการสอน
ค. ตรวจสอบพัฒนาการตามจุดประสงค์
ง. ปรับปรุงการเรียนการสอนและตัดสินผลการเรียน
3. การจะดำเนินการนิเทศการศึกษาให้ได้ผลเลิศต้องคำนึงถึงสิ่งใดเป็นที่สุด
ก. บรรยากาศและการร่วมมือในการนิเทศ
ข. กลุ่มบุคคลและงานที่จะนิเทศ
ค. จุดมุ่งหมายและเป้าหมาย
ง. เทคนิคและการจัดกิจกรรมการนิเทศ
4. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสำคัญที่สุดในการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ก. หลักสูตร
ข. แผนการสอน
ค. จุดประสงค์
ง. เทคนิคการสอน
5. หลักสูตรท้องถิ่นหมายถึงข้อใด
ก. ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอน
ข. ท้องถิ่นเป็นตัวกำหนดหลักสูตรแกน
ค. ท้องถิ่นเป็นตัวกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้
ง. ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน
6. ทำไมต้องมีการประกันคุณภาพการศึกษา
ก. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ
ข. เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีความคล้ายคลึงกันด้านการศึกษา
ค. เพื่อเตรียมรับการประเมินภายนอก
ง. เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา
7. ข้อใดกล่าวถูกต้องตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การจัดการเรียนรู้ต้องยึดผู้เรียนเป็นที่ตั้ง
ข. การเรียนรู้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา
ค. การจัดการเรียนรู้ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ง. ถูกทุกข้อ
8. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเรียนรู้เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การเรียนรู้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น
ง. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
9. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด เริ่มใช้ในโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรตั้งแต่
ปีการศึกษาใดเป็นต้นไป
ก. 2545
ข. 2546
ค. 2547
ง. 2548
10. จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
หลักสูตรปฐมวัย
ก. หลักการ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. เนื้อหาสาระ
ง. แนวทางการจัดประสบการณ์
11. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาการตามหลักสูตรปฐมวัย
ก. ประเมินพัฒนาการให้ครบทุกด้าน
ข. ประเมินเป็นรายบุคคลสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ค. การประเมินเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในตาราง
ง. ถูกทุกข้อ
12. ไม่ใช่กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. กลุ่ม สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
ข. กลุ่มคณิตศาสตร์
ค. กลุ่มวิทยาศาสตร์
ง. กลุ่มการงานอาชีพ
13. ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามข้อใด
ก. หลักการ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. โครงสร้าง
ง. สาเหตการปรับปรุงหลักสูตร
14. ข้อใดไม่ใช่เอกสารหลักสูตร ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. คู่มือครู
ข. แผนการสอน
ค. หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทย
ง. แผนปฏิบัติงานวิชาการ
15. ภาษาอังกฤษเริ่มกำหนดให้เรียนในระดับชั้นใดเป็นต้นไป
ก. ป. 1-2
ข. ป. 3-4
ค. ป. 5-6
ง. ทุกชั้นต้องเรียน
16. กระบวนการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเน้นเรื่องใด
ก. วัดความสามารถในการใช้ภาษา
ข. วัดพัฒนาการทางภาษาของผู้เรียน
ค. มีข้อทดสอบมาตรฐานวัดความสามารถในการใช้ภาษา
ง. ถูกทุกข้อ
17.ข้อใดไม่กล่าวไว้ในโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. ช่วงชั้น
ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้
ค. ช่วงเวลาเรียน
ง. กิจกรรมพัฒนาผุ้เรียน
18. " สามารถวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน" เป็นลักษณะการพัฒนาผู้เรียนตามข้อใด
ก. พัฒนาด้านปัญญา
ข. พัฒนาด้านความรู้สึก
ค. พัฒนาด้านทัศนคติ
ง. พัฒนาด้านทักษะการปฏิบัติ
19. ข้อใดเป็นหลักการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ค. กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเอง ตามธรรมชาติและตามศักยภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
20. "นักเรียนมีโอกาสกำหนดผลการเรียนรู้ร่าวมและวางแผนประเมินผลการเรียนรู้" เป็นลักษณะของการเรียนรู้ตามข้อใด
ก. การเรียนรู้ที่สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ง. การเรียนรู้แบบองค์รวม
21. วิธีการเรียนรู้ตามกระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ มีกี่ลักษณะ
ก. 3 ลักษณะ
ข. 4 ลักษณะ
ค. 5 ลักษณะ
ง. หลายลักษณะ
22. เป็นแหล่งรวบรวมผลงานหรือหลักฐานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนหมายถึงข้อใด
ก. การสำรวจเด็กรายบุคคล
ข. การเรียนรู้บูรณาการ
ค. โครงสร้าง
ง. แฟ้มสะสมงาน
23. ข้อใดไม่ใช่ตัวแปรของการวิจัย
ก. ตัวแปรต้น
ข. ตัวแปรตาม
ค. ตัวแปรซับซ้อน
ง. ตัวแปรสอดแทรก
24. ขั้นตอนแรกของการวิจัยคือข้อใด
ก. การกำหนดปัญหา
ข. ศึกษาทฤษฎีหลักการ
ค. ตั้งสมมติฐาน
ง. สรุปผล
25. ความแตกต่างของคะแนนสูงสุดกับต่ำสุดคือข้อใด
ก. มัธยฐาน
ข. ฐานนิยม
ค. พิสัย
ง. อันตรภาคชั้น
26. ข้อใดเป็นความสำคัญของการวิจัยในการปฏิบัติงานของผู้บริหาร
ก. ข้อมูลตัดสินใจ
ข. พัฒนาการ
ค. แก้ปัญหาหน่วยงาน
ง. ป้องกันปัญหา
27. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของสื่อการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สื่อแหล่งเรียนรู้
ข. สื่อวัสดุ ครุภัณฑ์
ค. สื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนจัดทำขึ้น
ง. สื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิพม์และสื่อเทคโนโลยี
28. ข้อใดสื่อประเภทวัสดุ หรือซอฟต์แวร์
ก. เครื่องฉายสไลด์
ข. เครื่องวีดีโอ
ค. เทปเสียง
ง. ไม่มีข้อถูก
29. การเลือกสื่อการเรียนการสอนตามหลักการแล้วข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ประสิทธิภาพ
ข. ประสิทธิผล
ค. ประหยัด
ง. คุ้มค่า
30. เอกสารการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. รบ. 2 ต
ข. รบ. 3 ต
ค. รบ. 4 ต
ง. ปพ. 9
31. "ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง"เป็นความหมายตรงกับข้อใด
ก. ประกันคุณภาพ
ข. ประกันประสิทธิภาพ
ค. มาตรฐานการศึกษา
ง. การนิเทศภายใน
32. "บุคคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา" เรียกว่า
ก. ครู
ข. อาจารย์
ค. ศึกษานิเทศก์
ง. คณาจารย์
33. "การจัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี" ต้องดำเนินการภายในปีใด
ก. 2544
ข. 2545
ค. 2546
ง. 2547
34. "การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์" อยู่ในส่วนใดของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ก. หลักการ
ข. ความมุ่งหมาย
ค. จุดมุ่งหมาย
ง. ระบบการศึกษา
35. ข้อใดไม่ใช่ "หลักการจัดการศึกษา" ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาต
ก. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ข. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาจัดการศึกษา
ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ง. การพัฒนาสาระกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่อง
36. "มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ" อยู่ในส่วนใดของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาตี
ก. หลักการจัดการศึกษา
ข. ระบบการศึกษา
ค. แนวการจัดการศึกษา
ง. กระบวนการจัดการศึกษา
37. ข้อใดไม่มีสิทธิ์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาต
ก. บุคคล
ข. ครอบครัว
ค. องค์กร
ง. มหาวิทยาลัย
38. " พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญในมาตราใด
ก. 43
ข. 69
ค. 80
ง. 81
39. ข้อใดไม่ใช่ระดับการศึกษาในโครงสร้างการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
ก. ปฐมวัย
ข. ขั้นพื้นฐาน
ค. ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี
ง. ระดับปริญญา
40. "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" อยู่ในส่วนใดของ พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. หลักการ
ข. ความมุ่งหมาย
ค. แนวการจัดการศึกษา
ง. การจัดการศึกษา
41. ข้อใดเป็น "จุดเน้นในการจัดการศึกษา" ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. ความรู้ คุณธรรม
ข. กระบวนการเรียนรู้
ค. บูรณาการเหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ
42. ใครคือ "ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. สภาการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ง. คณะกรรมการการศึกษาระดับก่อนอุดมศึกษา
43. การศึกษาระดับใดมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาทางวิชาการและวิชาชีพ
ก. ระดับประถมศึกษา
ข. ระดับ ม.ต้น
ค. ระดับ ม.ปลาย
ง. ระดับอุดมศึกษา
44. ข้อใดไม่ใช่องค์กรหลักในโครงสร้างกระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ
ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการศาสนาและวัฒนธรรม
45. "การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา" คำนึงถึงข้อใด
ก. จำนวนประชากร
ข. ปริมาณสถานศึกษา
ค. ความเหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ
46. "การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา" ทั่วประเทศมีทั้งหมดกี่เขต
ก. 324
ข. 325
ค. 175
ง. 275
47. สถานศึกษาระดับใดที่บริหารงานโดยคณะกรรมการสถานศึกษา
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ระดับต่ำกว่าปริญญา
ค. ระดับปริญญา
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
48. ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพคือ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. องค์กรวิชาชีพ
ค. องค์กรบริหารงานบุคคล
ง. องค์กรมหาชน
49. การออกกฎกระทรวง เพื่อแบ่งระดับและประเภทการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการภายในกี่ปี
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี
50. การออกกฎหมาย กฎ ข้อบังคับต่าง ๆ ประกอบ พ.ร.บ. ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในกี่ปี
ก. 3 ปี
ข. 4 ปี
ค. 5 ปี
ง. 6 ปี
51. พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 กำหนดให้การศึกษาภาคบังคับเป็น 9 ปี ตามมาตราใด
ก. 16
ข. 17
ค. 18
ง. 19
52. "การปฏิรูปการศึกษา" สอดคล้องกับหมวดใดมากที่สุดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
ก. หมวด 3
ข. หมวด 4
ค. หมวด 5
ง. หมวด 6
53. การจัดการศึกษาเพื่อให้ความรู้ และทักษะภาษาไทยเน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก. สื่อสารกับต่างชาติได้
ข. ใช้ถูกต้องไวยากรณ์
ค. ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
ง. รักษาเป็นเอกลักษณ์
54. "องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา" มีฐานะเป็นอะไรตาม พ.ร.บ. นี้
ก. องค์การมหาชน
ข. องค์กรหลัก
ค. องค์กรวิชาชีพ
ง. องค์กรอิสระ
55. "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา" มีฐานะเป็นอะไรตาม พ.ร.บ. นี้
ก. องค์การมหาชน
ข. องค์กรหลัก
ค. องค์กรวิชาชีพ
ง. องค์กรอิสระ
56. ข้อใดที่ปรากฏใน พ.ร.บ. ฉบับนี้แต่ไม่ปรากฏในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2535
ก. ระบบการศึกษา
ข. แนวทางการจัดการศึกษา
ค. หลักการและความมุ่งหมาย
ง. สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา
57. นโยบายประกันโอกาสมีเป้าหมายการเตรียมความพร้อมเด็กอย่างน้อยกี่ปี
ก. อย่างน้อย 1 ปี
ข. อย่างน้อย 2 ปี
ค. อย่างน้อย 3 ปี
ง. 0-5 ปี
58. นโยบายประกันโอกาสให้นักเรียนภาคบังคับได้เรียนในโรงเรียนร้อยละเท่าไร
ก. 85
ข. 95
ค. 98
ง. 100
59. การรับเด็กก่อนประถมเรียนเน้นพิเศษในพื้นที่ใด
ก. ชุมชนแออัด
ข. ชนบทห่างไกล
ค. พื้นที่ที่มีปัญหาทางภาษา
ง. เน้นทุกพื้นที่
60. ตามนโยบายประกันคุณภาพนักเรียน นักเรียนทุกคนได้พัฒนาความรู้ความสามารถและความถนัดตามศักยภาพโดยเฉพาะเด็กกลุ่มใด
ก. เด็กกลุ่มปัญญาเลิศ
ข. เด็กพิการ
ค. เด็กด้อยโอกาส
ง. ถูกทั้งข้อ ก ข ค
61. ข้อใดเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์กระทรวงศึกษาธิการน้อยที่สุด
ก. เป็นองค์กรหลักในการจัดการศึกษา
ข. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมการศึกษาให้ประชาชน
ค. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ง. พัฒนาประเทศให้ก้าวทันโลกยุคโลกาภิวัตน์
62. ข้อใดไม่ใช่ภาระกิจที่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ
ก. ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพคน
ข. สร้างเสริมโอกาสในการศึกษาให้ประชาชนทุกคน
ค. สร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ
ง. สร้างระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
63. ข้อใดเป็นภาระกิจที่ต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ประชาชนได้รับการศึกษาทั่วถึงเท่าเทียมกัน
ข. พัฒนามาตรฐานการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ
ค. สร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษา
ง. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันนานาชาติ
64. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ข. ประชาชนมีคุณธรรม
ค. ประชาชนสามารถดำรงอยู่ในเวทีโลกได้
ง. ประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
65. ข้อใดเป็น GOALS ของยุทธศาสตร์
ก. ประชาชนเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ข. ประชาชนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ
ค. ประชาชนมีส่วนร่วมทุกเรื่อง
ง. ประชาชนชอบการแข่งขันและพัฒนา
66. ข้อใดเป็นยุทธศาสตร์
ก. สร้างโอกาสทางการศึกษา
ข. จัดการศึกษาเพื่อเด็กชนบทห่างไกล
ค. พัฒนาศักยภาพโรงเรียนขนาดเล็ก
ง. ร่วมมือ สมศ. ประกันคุณภาพ
67. ข้อใดไม่ใช่ยุทธศาสตร์
ก. พัฒนาการจัดการเรียนรู้
ข. พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ค. เพิ่มมาตรฐานการศึกษา
ง. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสถานศึกษา
68. การให้ทุนการศึกษาและจักรยานยืมเรียนสอดคล้องข้อใด
ก. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ข. การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษา
ค. การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจการศึกษา
ง. การส่งเสริมด้านพลานามัยการศึกษา
69. การสนับสนุน Infrastructore ให้หน่วยงานจัดการศึกษาได้มาตรฐานสอดคล้องข้อใด
ก. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ข. การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษา
ค. การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจการศึกษา
ง. การส่งเสริมด้านพลานามัยการศึกษา
70. SMEs สอดคล้องข้อใด
ก. สร้างและส่งเสริมค่านิยมการศึกษาวิชาชีพ
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางต่อเนื่อง
ค. ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนจัดการอาชีวศึกษา
ง. สอนปริญญาตรีสายปฏิบัติการ
71. ปรับปรุงกฏหมายระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุนสอดคล้องข้อใด
ก. สร้างและส่งเสริมค่านิยมการศึกษาวิชาชีพ
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางต่อเนื่อง
ค. ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนจัดการอาชีวศึกษา
ง. สอนปริญญาตรีสายปฏิบัติการ
72. โครงการ 9+1,12+1เศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องข้อใด
ก. สร้างและส่งเสริมค่านิยมการศึกษาวิชาชีพ
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้กว้างขวางต่อเนื่อง
ค. ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนจัดการอาชีวศึกษา
ง. สอนปริญญาตรีสายปฏิบัติการ
73. Local seruice เกี่ยวข้องข้อใด
ก. สถาบันอุดมศึกษาท้องถิ่นรับนักศึกษาตรง
ข. ปรับปรุงระบบคัดเลือกนักศึกษาท้องถิ่น
ค. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพัฒนาส่วน ภูมิภาค
ง. พัฒนาสถาบันราชภัฏเป็นสถาบันการศึกษาของท้องถิ่น
74. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสในระดับอุดมศึกษา
ก. การเพิ่มค่า GPA
ข. กองทุนกู้ยืมใหม่ ICL
ค. รับนักศึกษาแบบ Advance Placement
ง. จัดทำสถานที่ตั้งสถาบันอุดมศึกษา (Uninersity Mopping)
75. การผลิตกำลังคนในการเพิ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 10 สาขา ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ชิ้นส่วนรถยนต์
ข. ส่งเสริมสุขภาพ
ค. สิ่งทอ
ง. อัญมณี
76. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรและสื่อการเรียน
ก. Activity-based
ข. SMEs
ค. GPA
ง. NT
77. โครงการ 1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ สอดคล้องข้อใด
ก. พัฒนาจัดการเรียนรู้
ข. ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
ค. ปรับปรุงหลักสูตร
ง. พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี
78. การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูข้อใดสำคัญที่สุด
ก. พัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณ
ข. การออกและเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพครู
ค. ผลิตครูแนวใหม่
ง. วิจัยและพัฒนามาตรฐานครู
79. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการข้อใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
ก. E-Net
ข. E-Office
ค. E-Learning
ง. Mis
80. องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศข้อใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุดกับการศึกษา
ก. SEAMEO
ข. UNICEF
ค. UNESCO
ง. WTO
81. การส่งเสริมความเป็นเลิศและพัฒนาอัจฉริยภาพ ข้อใดเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
ก. โรงเรียนการศึกษาพิเศษ
ข. โรงเรียนดนตรี
ค. โรงเรียนวิทยาศาสตร์
ง. โรงเรียน พสวท.
82. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี
ก. พัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้
ข. ส่งเสริมคนรุ่นใหม่
ค. พัฒนาต่อยอด OTOP
ง. พัฒนา SMEs สู่มาตรฐานสากล
83. การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จัดอย่างไร
ก. แบ่งเป็น 6 ช่วงชั้น ๆ 2 ปี
ข. แบ่งเป็น 4 ช่วงชั้น ๆ 3 ปี
ค. แบ่งเป็น 3 ช่วงชั้น ๆ 4 ปี
ง. แบ่งเป็น 2 ช่วงชั้น ๆ 6 ปี
84. การจัดสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จัดอย่างไร
ก. แบ่งเป็นสาระการเรียนรู้แกนและสาระการเรียนรู้ เพิ่มเติม
ข. แบ่งเป็นสาระการเรียนรู้แกนร่วมและสาระการเรียนรู้แกนเลือก
ค. แบ่งเป็นสาระการเรียนรู้บังคับและสาระการเรียนรู้เลือก
ง. แบ่งเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานและสาระการเรียนรู้เพิ่ม
85. สาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 มีกี่กลุ่มสาระ
ก. 10 กลุ่ม
ข. 8 กลุ่ม
ค. 6 กลุ่ม
ง. 4 กลุ่ม
86. การจัดสาระการเรียนรู้ในช่วงชั้นใดที่ต้องจัดเป็นรายภาค
ก. ช่วงชั้น ป.1-3
ข. ช่วงชั้น ป.4-6
ค. ช่วงชั้น ม.1-3
ง. ช่วงชั้น ม.4-6
87. ข้อใดไม่ใช่ ลักษณะของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
ก. ความต่อเนื่อง
ข. ความเป็นเอกภาพ
ค. ความยืดหยุ่น
ง. จบในตัวเอง
88. ข้อใดคือจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
ก. เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีความเป็นไทย
ข. เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
ค. เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข
ง. เป็นคนเก่ง คนดี
89. ผู้มีหน้าที่จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาคือข้อใด
ก. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการสถานศึกษา
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการวิชาการ
ง. คณะกรรมการระดับชั้น
90. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 กำหนดให้ใช้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศเมื่อใด
ก. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2545
ข. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2546
ค. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547
ง. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2548
91. การจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพหมายถึงข้อใด
ก. มีกิจกรรมเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูง
ค. มีการนำหลักสูตรไปใช้
ง. มีการใช้สื่อประกอบการสอน
92. การวัดและการประเมินผลมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด
ก. การปรับปรุงการเรียนการสอน
ข. ตัดสินผลการเรียนการสอน
ค. ตรวจสอบพัฒนาการตามจุดประสงค์
ง. ปรับปรุงการเรียนการสอนและตัดสินผลการเรียน
93. สิ่งใดที่ครูผู้สอนควรยึดเป็นหลักสำคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ก. หลักสูตร
ข. แผนการสอน
ค. จุดประสงค์การเรียนรู้
ง. สื่อการเรียนการสอน
94. ท่านคิดว่าทำไมต้องมีการประกันคุณภาพการศึกษา
ก. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ
ข. เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีความคล้ายคลึงกันด้านการศึกษา
ค. เพื่อเตรียมรับการประเมินภายนอก
ง. เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา
95. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การจัดการเรียนรู้ต้องยึดผู้เรียนเป็นที่ตั้ง
ข. การเรียนรู้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา
ค. การจัดการเรียนรู้ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ง. ครูผู้สอนสำคัญที่สุด
96. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเรียนรู้ของนักเรียนตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้
ก. การเรียนรู้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
ข. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ค. การเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่น
ง. การเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
97. สิ้นปีการศึกษาใดที่มีนักเรียนจบการศึกษาตามหลักสูตรฯในโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. 2545
ข. 2546
ค. 2547
ง. 2548
98. จัดให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กข้อความดังกล่าว
เกี่ยวข้องกับหลักสูตรในข้อใด
ก. หลักการ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. เนื้อหาสาระ
ง. แนวทางการจัดการเรียนรู้
99. กระบวนการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเน้นเรื่องใด
ก. วัดความสามารถในการใช้ภาษา
ข. วัดพัฒนาการทางภาษาของผู้เรียน
ค. มีข้อทดสอบมาตรฐานวัดความสามารถในการใช้ภาษา
ง. ถูกทุกข้อ
100. " สามารถอดทนต่อคำนิทราของเพื่อนร่วมชั้นได้โดยไม่ตอบโต้" แสดงว่านักเรียน มีทักษะ
ตามข้อใด
ก. ทักษะทางสมอง
ข. ทักษะทางอารมณ์
ค. ทักษะทางสังคม
ง. ทักษะการทำงาน
.......................................
เฉลย 0844714186
ค้นหาข้อสอบ ในเว็บไซต์แห่งนี้
Friday, November 20, 2009
ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ การงาน
ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ
1. การออกแบบการสอนแบบบูรณาการตามข้อใดที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สาระการเรียนรู้งานบ้านเป็นแกนหลักร่วม กับสาระอื่น ๆ
1. แบบสหวิทยาการ
2. แบบฐานการเรียนรู้
3. แบบข้ามกลุ่มสาระ
4. แบบภายในกลุ่มสาระ
2. ข้อใดเป็นหลักการในการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. มีทฤษฎีและการปฏิบัติรวมกัน ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องการจัดสาระ ฯ หน้า 92)
2. สอนทฤษฎีและปฏิบัติอย่างละ 1 สัปดาห์สลับกัน
3. สอนทฤษฎีและปฏิบัติภายในสัปดาห์เดียวกันแต่แลกชั่วโมง
4. มีเนื้อหาความรู้ครบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติแยกชั่วโมงกันชัดเจน
3. ข้อใดเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ เหมาะสมที่สุดในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. แบบสังเกตพฤติกรรม แบบทดสอบ
2. แบบวัดคุณภาพงาน ชิ้นงาน แบบวัดความรู้
3. แบบประเมินพฤติกรรม ความประพฤติ แบบวัดความรู้ความเข้าใจ
4. แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติงาน แบบวัดความรู้ความเข้าใจ
****4. “ มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่าลงให้มากจะยากจน”
1. ครู ค ถามถึงเหตุผลในการปฏิบัติความข้อความ
2. ครู ก ถามความเข้าใจในความหมายของข้อความ
3. ครู ข ถามการปฏิบัติอย่างไร จึงจะเป็นไปตามข้อความ
4. ครู ง ถามให้เปรียบเทียบระหว่างคนที่ปฏิบัติและไม่ปฏิบัติตามข้อความ
5. ข้อใดถูกต้องสามวิธีการรักษาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
1. เสื้อกันฝน หลังสวมใส่ให้สลัดน้ำฝนที่เกาะติดออกให้หมดแล้วจึงแขวน ผึ่งให้แห้งและพับเก็บ
2. เสื้อผ้าชุดปกติ ควรระมัดระวังไม่ให้สกปรก หลังสวมใส่ผึ่งให้แห้งแล้วแขวนในตู้เพื่อกันแมลงกัดเซาะ
3. เสื้อกันหนาว เมื่อสวมใส่ต้องระมัดระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนเกลื่อนกลาด หลังสวมใส่ควรซักทุกครั้ง
เพื่อไม่ให้มีกลิ่นเหม็น
4. ถุงเท้า เมื่อถอดออกแล้วให้ทำความสะอาดเศษทรายหรือสิ่งของที่ติดออกก่อนแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง
ก่อนนำไปซักแยกจากผ้าทั่วไป แล้วผึ่งแดดให้แห้ง และเก็บเข้าที่เป็นคู่
*****6. ข้อใดเป็นกิจกรรมการสอนที่สอดคล้องกันกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี
1. ให้นักเรียนบอกวิธีการที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน
2. ให้นักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียนแล้วส่งตัวแทนรายงานหน้าชั้น
3. ครูสอนโดยการสาธิตให้นักเรียนดู แล้วนำเสนอขั้นตอนการปฏิบัติงาน
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วทำกิจกรรมร่วมกันโดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น
****7. ข้อใดเป็นการสอนที่มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. ให้นักเรียนบอกว่าภาพใดเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี และภาพใดเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีเพราะอะไร
2. ให้นักเรียนเลือกและจัดแสดงภาพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. ให้นักเรียนดูภาพแล้วช่วยกันบอกว่า ภาพใดคือสิ่งแวดล้อมที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ และภาพใดไม่ใช่
เพราะอะไร
4. ให้นักเรียนดูภาพแล้ว ให้เหตุผลประกอบว่าภาพใดควรทำ และภาพใดที่ไม่ควรทำในการดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
*****8. ข้อใดเป็นคำถามที่สะท้อนการคิดวิเคราะห์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. จะตรวจสอบความจริงได้อย่างไร
2. จะเลือกสินค้าใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
3. ข้อมูลที่อยู่บนกล่องบรรจุภัณฑ์ให้ประโยชน์อย่างไร
4. รู้ได้อย่างไรว่าสินค้าในบรรจุภัณฑ์หมดอายุแล้วหรือไม่
9. ข้อใดเป็นเป้าหมายกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีสาระอาชีพโดยวิธีการวิจัย
1. เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกอาชีพ
2. เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ
3. เพื่อให้ได้รายละเอียดของข้อมูลอาชีพนั้นๆ
4. เพื่อเป็นข้อมูลในการทำรายงานเกี่ยวกับอาชีพ
10. ข้อใดเป็นการพัฒนาการเรียนรู้เหมาะสมที่สุดในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. การสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชนในวิชางานช่าง
2. การฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในวิชางานบ้าน
3. การสอบถามข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ในวิชางานธุรกิจ
4. การสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงพืชหรือสัตว์ในวิชางานเกษตร
11. ข้อใดมีความหมายในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
1. วิชางานช่าง การสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชน
2. วิชางานบ้าน การฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริง
3. วิชางานธุรกิจ การสอบถามข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้
4. วิชาเกษตร การสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงพืชหรือสัตว์
12. การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตว์ ตรงต่อเวลา และมีวินัยในการทำงานตรงกับคุณลักษณะข้อใด
1. เป็นคนดี ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 2)
2. เป็นคนเก่ง
3. เป็นคนมีวินัย
4. เป็นคนที่มีศีลธรรม
13. ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในทางสร้างสรรค์งานธุรกิจ
1. ให้นักเรียนรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
2. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลธุรกิจจากอินเตอร์เนต
3. ให้นักเรียนทำแฟ้มประวัติบุคคลว่าตนเองคือใคร
4. ให้นักเรียนบันทึกข้อมูลธุรกิจลงในคอมพิวเตอร์
14. ข้อใดเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึก “เรียนรู้การทำงานเป็นระบบเรื่องตั้งแต่การวางแผนระบบการทำงาน การปฏิบัติงานตามแผนการตรวจสอบและประเมินผลการรายงาน และจัดทำผลงาน พร้อมนำเสนอผลงานกลุ่ม
1. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
2. การเรียนรู้จากประสบการณ์
3. การเรียนรู้จากการทำงานกลุ่ม ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 20 แต่ไม่มีคำตอบ )
4. การเรียนรู้จากการศึกษาค้นคว้า
15. ข้อใดเหมาะสมกับการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของนักเรียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมในท้องถิ่น
1. การอาชีพ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การออกแบบของเทคโนโลยี ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 12)
4. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
16.สาระการเรียนรู้ในข้อใดที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน
1. งานเกษตร งานบ้าน งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ
2. งานเกษตร งานบ้าน งานช่าง งานคหกรรม และงานพณิชยกรรม
3. งานเกษตร งานคหกรรม งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานพณิชยกรรม
4. งานเกษตร งานบ้าน งานช่างอุตสาหกรรม งานดอกไม้สดและงานธุรกิจ
17. ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำงานประดิษฐ์
1. การทดสอบชิ้นงานในสถานการณ์จริง
2. การนำเสนอชิ้นงานต่อครูเพื่อตรวจให้คะแนน ( ไม่ใช่ขั้นตอนของการทำงาน )
3. การตกแต่งชิ้นงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ สวยงาม
4. การจัดเก็บ เครื่องมืออุปกรณ์ แล้วทำความสะอาด
18. ข้อใดเป็นการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง
1. วิเคราะห์งาน แบ่งงาน ปฏิบัติงาน รวยงานผลงาน
2. สำรวจงาน เลือกวิธีการทำงาน ปฏิบัติงาน สรุปผลงาน
3. วางแผนการทำงาน ปฏิบัติตามแผนงาน ประเมินผลงาน
4. วางแผนงาน ตรวจสอบแผนงาน ปฏิบัติงาน และทำงานอย่างต่อเนื่อง
19. ข้อใดเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และถูกวิธีที่สุด
1. ใช้น้ำอย่างประหยัด
2. ปิดก๊อกน้ำทุกครั้งหลังเลิกใช้
3. เมื่อน้ำที่ล้างภาชนะ ไปใช้เป็นน้ำรดต้นไม้
4. ไม่ปล่อยให้น้ำล้นเสียไปโดยไม่ได้ประโยชน์
20. ข้อใดเป็นพฤติกรรมด้านจิตพิสัยของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. ซาบซึ้งกับสุนทรียภาพในผลงาน
2 สร้างสรรค์งานไม่สนใจว่าจะแปลกกว่าคนอื่น
3. ให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่มแม้ไม่เห็นด้วย
4. เขียนมโนทัศน์แสดงการเชื่อมโยงในการปฏิบัติงาน
21. ข้อใดควรปฏิบัติเป็นอันดับแรกเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี
1. การสร้างเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้
2. การสำรวจสภาพความต้องการจำเป็น
3. การออกแบบการจัดการเรียนการสอน
4. การสร้างเกณฑ์ ประเมินคุณภาพชิ้นงาน
22. ข้อใดควรทำเป็นอันดับแรก เกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้าน
1. ฝาผนัง เพดาน
2. เพดาน พื้นบ้าน
3. ฝาผนัง หน้าต่าง
4. บริเวณประตูบ้าน พื้นบ้าน
23. ข้อใดควรปฏิบัติในการทำความสะอาด เตาแก๊ส
1. ทำความสะอาดเตาแก๊สได้ทุกอุณหภูมิ
2. ทำความสะอาดเตาแก๊สขณะที่เตาแก๊สยังอุ่นๆ
3. ทำความสะอาดเมื่อเตาแก๊สเย็น หรืออุณหภูมิปกติ
4. ทำความสะอาดเมื่อเตาแก๊สร้อน หรือทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการปรุงอาหาร
24. ข้อใดเป็นหลักการเลือกบริโภคอาหารที่ถูกต้อง
1. เลือกอาหารที่มีสีธรรมชาติ และอาหารที่สะอาด
2. เลือกอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ และอาหารที่ใช้สารปรุงแต่งรส
3. เลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีการประกอบถูกสุขลักษณะ
4. เลือกอาหารที่ไม่มีแมลงวันตอม และอาหารที่สะดวกต่อการับประทาน
25. ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการจัดการในการประกอบอาชีพ
1. การดำเนินการผลิต การจำหน่ายผลผลิต การขนส่งผลผลิต
2. การวางแผนการผลิต การดำเนินการผลิต การขนส่งผลผลิต
3. การวางแผนการผลิต การดำเนินการผลิต การจำหน่ายผลผลิต
4. การวางแผนการผลิต การดำเนินการผลิต การประเมินผลหารผลิต
26. ข้อใดเป็นหลักในการดูแลสัตว์เลี้ยง
1. การจัดที่อยู่อาศัยให้ การให้อาหารสัตว์เลี้ยง การผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยง
2. การจัดที่อยู่อาศัยให้ การให้อากาศบริสุทธิ์ การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
3. การให้มีปัจจัย 4 การให้อาหารสัตว์เลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
4. การจัดที่อยู่อาศัยให้ การให้อาหารสัตว์เลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
27. ข้อใดเป็นหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
1. โยนเครื่องมือให้ผู้ยืมอย่างมั่นใจ
2. วางเครื่องมือให้สะดวกต่อการใช้งาน
3. นำเครื่องมือใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกง
4. ถามผู้รู้ในการใช้เครื่องมือไม่ทดลองใช้เอง
28. ข้อใดเป็นลักษณะนิสัยที่จำเป็นในการทำงานประดิษฐ์
1. มีความอดทน มีความขยัน
2. มีความซื่อสัตย์ มีความขยัน
3. มีความอดทน มีระเบียบวินัย
4. มีระเบียบวินัย มีความประหยัด
29. ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานธุรกิจ
1. ด้านการผลิต ด้านการให้บริการ ด้านการจัดจำหน่าย
2. ด้านการออกแบบ ด้านการให้บริการ ด้านการจัดจำหน่าย
3. ด้านการวางแผนผลิต ด้านการผลิต ด้านการประเมินผลผลิต
4. ด้านการวางแผนผลิต ด้านการให้บริการ ด้านการจัดจำหน่าย
30. ข้อใดเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ
1. ทุน, สถานที่ตั้ง, แรงงาน, การผลิต
2. ทุน, สถานที่ตั้ง, แรงงาน, การประกอบการ
3. ทุน, สำนักงาน, แรงงาน, การประกอบการ
4. สำนักงาน, สถานที่ตั้ง, แรงงาน, การประกอบการ
31. ข้อใดสำคัญที่สุดของการติดต่อสื่อสารในงานธุรกิจ
1. เพื่อช่วยให้ได้ข้อมูลทันเหตุการณ์
2. ช่วยเพิ่มกำไรในการดำเนินงานธุรกิจ
3. ช่วยให้การตลาดขายออกไปในวงกว้าง
4. เพื่อให้เป็นข้อมูลในการแข่งขั้นกับธุรกิจอื่นๆ
32.ข้อใดเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดในการทำงานหรือการประกอบอาชีพ
1. ทักษะการผลิต ทักษะการติดต่อสื่อสารและกระบวนการทำงานกลุ่ม
2. ทักษะการวางแผน ทักษะกระบวนการทานกลุ่มและการจัดจำหน่าย
3. ทักษะการวางแผน ทักษะกระบวนการทำงานกลุ่มและกระบวนการแก้ปัญหา
4. ทักษะการติดต่อสื่อสาร ทักษะกระบวนการทำงานกลุ่ม และทักษะกระบวนการแก้ปัญหา
33.กระบวนการออกแบบเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการเทคโนโลยี
1. หาสาเหตุ / ปํญหา
2. นำไปใช้และปรับปรุง
3. ปฏิบัติตามแนวทางที่เลือก
4. หาวิธีแก้ปัญหา / ทางเลือก
34. ข้อใดเป็นการวัดและระเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง
1. ครู ก. ประเมินผลงานจากชิ้นงานจริงตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. ครู ข. ตั้งคณะกรรมการพิจารณาตัดสินความสามารถจริง
3. ครู ค. ให้นักเรียนร่วมประเมินแฟ้มสะสมงานตามเกณฑ์ที่ใช้ในสถานการณ์จริง ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 22)
4. ครู ง. ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบบันทึกพฤติกรรมแบบสังเกตและแบบทดสอบ
35. การสอบแบบบูรณาการตามข้อใดที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นแกนหลักร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ
1. แบบสหวิทยาการ
2. แบบข้ามกลุ่มสาระ
3. แบบฐานการเรียนรู้
4. แบบภายในกลุ่มสาระ
36. ข้อใดเป็นเงื่อนไข สำคัญในการพิจารณาไม่ให้สิทธิบัตรการประดิษฐ์ / อนุสิทธิ์บัตร
1. สิ่งประดิษฐ์ขัดแย้งกับภูมิปัญญาปัจจุบัน
2. สิ่งประดิษฐ์ส่งเสริมสวัสดิภาพของประชาชน
3. การออกแบบผลิตภัณฑ์ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ( จาก Net )
4. การออกแบบผลิตภัณฑ์ แสดงเจตนาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชน
37. ข้อใดเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่ระบุทุกช่วงชั้น
1. ยอมรับคามคิดเห็นและผลงานของผู้อื่น
2. ออกแบบคำนึงถึงความคุ้มค่าและปลอดภัย
3. มีเจตคติที่ดีในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการออกแบบ ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมฐ ฯ หน้า ..)
4. นำเทคโนโลยีมาใช้เลียนแบบเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงาน
38. ข้อใดสะท้องเจตคติที่ดีของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. มีทักษะและรักการทำงานอาชีพอิสระ
2. การคะนึงถึงความสำคัญของสารสนเทศ
3. สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต
4. มีความสามารถในการประกอบอาชีพสุจริต
39. ข้อใดเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่ระบุทุกช่วงชั้นในสาระการดำรงชีวิตและครอบครัว
1. การวิเคราะห์ปัญหา สร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมฐ ฯ หน้า 9 )
2. ความสามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆในการทำงาน
3. ความรู้หลักการและสามารถในการปฏิบัติงานตามขั้นตอน
4. การวางแผนและปฏิบัติงานตามแผนและประเมินผลการดำเนินงานอาชีพสุจริต
40. ข้อใดหมายถึงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
1. การับส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ
2. การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทางไปรษณีย์
3. การพิมพ์จดหมายด้วยคอมพิวเตอร์ส่งทางไปรษณีย์
4. การรับส่งข้อความผ่านคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย ( จาก Net )
41. ข้อใดหมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์
2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์
3. อุปกรณ์ต่อพ่วงช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานมีประสิทธิภาพ
4. หน่วยประมวลผลกลางที่เป็นองค์ประกอบหลักในการทำงานของคอมพิวเตอร์
42. ข้อใดเป็นชื่อเรียกกันโดยทั่วไปของเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
1. เครื่องแม่ข่ายให้บริการข้อมูล
2. เครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว
3. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( จาก Net Sure Sure )
4. เครื่องลูกข่ายประมวลผลข้อมูล
43. ข้อใดเป็นเทคโนโลยีมีประยุกต์ใช้ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต
1. เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นการสื่อสาร
44. สาระการเรียนรู้ในข้อใดที่มีลักษณะการเรียนเป็นบูรณาการ
1. สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
2. สาระที่ 2 การอาชีพ
3. สาระที่ 3 การออกแบบและเทคโนโลยี
4. สาระที่ 4 เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
45. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการเขียนงานตามสภาพจริงและงานบูรณาการ
1. ชื่องาน ขอบเขต คุณภาพ
2. ชื่องาน ปริมาณ คุณภาพ
3. ชื่องาน ขอบเขต ปริมาณ
4. ชื่องาน ขอบเขต ปริมาณ คุณภาพ
46. สาระใดที่ไม่ต้องจัดให้ครบทุกช่วงชั้น
1. สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
2. สาระที่ 2 การอาชีพ
3. สาระที่ 3 การออกแบบและเทคโนโลยี
4. สาระที่ 4 เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
47. ข้อใดคือหน้าที่ของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
1. จัดทำและพัฒนาหลักสูตร ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องการจัดสาระ ฯ หน้า 9 )
2. จัดทำสาระการเรียนรู้แกนกลาง
3. จัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
4. จัดทำขอบข่ายสาระการเรียนรู้ 12 ปี
48. เข้าใจธรรมชาติ และกรบวนการเทคโนโลยีใช้ความรู้ ภูมิปัญญา
จิตนาการและความคิดอย่างมีระบบในการออกแบบ สร้างสิ่งของเครื่องใช้ วิธีการเชิงกลยุทธ์ ตามกระบวนการเทคโนโลยี สามารถตัดสินใจ เลือกใช้ เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ต่อชีวิตสังคม สิ่งแวดล้อม โลกของงานและอาชีพเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่สำคัญของสาระใด
1. การอาชีพ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การออกแบบและเทคโนโลยี ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 12)
4. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
49. ข้อใดจัดเป็นการพัฒนาหลักสูตรสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
1. การบูรณาการ ความสามารถ และความดี
2. กระทรวงศึกษาธิการกำหนดขอบเขตให้สถานศึกษากำหนดรายละเอียด
3. สถานศึกษาบูรณาการความรู้ ความสามารเพื่อให้เกิดคุณงาความดีขึ้นในจิตใจ
4. สถานศึกษากำหนดเองตามสภาพความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและท้องถิ่น( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 7 )
50. ข้อใดไม่ใช่การจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสอนแบบโครงงาน
1. ครูให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เอง
2. ครูกระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้
3. ครูจะต้องถึงความรู้เดิมของผู้เรียนออกมากให้ได้ว่าผู้เรียนมีความรู้เดิมอะไรอยู่บ้างแล้ว
4. ครูต้องสร้างสิ่งกระตุ้นในผู้เรียนสร้างคำถาม ตั้งสมมุตฐานและหาวิธีที่จะตอบคำถามนั้น
51. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีตามกระบวนการสอนแบบโครงงาน
1. ใช้ความสนใจของผู้เรียนมานำสิ่งที่จะสอน
2. กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถามเดียวกับเรื่องที่จะสอน
3. จัดห้องเรียนให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงออกพูดคุยระหว่างกัน
4. ใช้วิธีการสอนที่ผู้เรียนมีการซักถาม
52. ข้อใดเป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามกระบวนการเพื่อพัฒนาความคิดระดับสูง
1. ให้ยกตัวอย่างปัจจัยสี่
2. ให้เปรียบเทียบการใช้ปัจจัยสี่
3. ให้นิยามความหมายของปัจจัยสี่
4. ให้อธิบายความสำคัญของปัจจัยสี่
53. ข้อใดเป็นบทบาทองครูในการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสอนแบบโครงงาน
1. มอบหมายงานให้แต่ละกลุ่มทำ
2. ช่วยประสานให้ดำเนินงานไปได้
3. ต้องบอกได้ว่างานที่มอบหมายคืออะไร
4. กำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกกลุ่มและมอบหมายหน้าที่
54. ข้อใดคือเทคนิคการสอนของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสอนที่พัฒนาทักษะความคิดระดับสูง
1. ให้ผู้เรียนอภิปราย
2. ให้ผู้เรียนจดสิ่งสำคัญตามครูบอก
3. ให้นักเรียนพูดคุยกันถึงสิ่งที่สนใจ
4. ให้ผู้เรียนทำรายงานแล้วนำเสนอ
55. ข้อใด สำคัญที่สุด ในการเรียนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. เพื่อให้เกิดทักษะในการทำงาน
2. เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพในอนาคต
3. เพื่อเกิดทักษะในการบริหารจัดการ ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและรู้คุณค่า
4. เพื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือ และทรัพยากรที่อาจก่อให้เกิดงานในลักษณะต่างๆ
56. ข้อใดเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ครบองค์รวมในกลุ่มสาระเรียนรู้
1. โครงงาน ชิ้นงาน และการรายงาน
2. การวางแผนงาน การปฏิบัติงาน และการประเมินผล
3. ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณภาพ จริยธรรม และค่านิยม ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 18)
4. ความรู้ความเข้าใจ เจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต และทักษะการปฏิบัติ
57. ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญของคำกล่าวที่ว่า เมื่อนักเรียนเปิดตู้เย็น แล้วนำของออกมา ปิดตูเย็นทันที อย่าเปิดทิ้งไว้
1. การประหยัดพลังงาน
2. การถนอมอาหาร
3. การใช้ทรัพยากรที่ดี
4. การรักษาสิ่งแวดล้อม
58. ข้อใดสะท้อนเจตคติที่ดีในการทำงาน
1. เห็นคุณค่าในการทำงาน
2. ให้ความร่วมมือในการทำงาน
3. ทำงานตามที่ได้รบมอบหมาย
4. ยอมรับความสามารถของเพื่อนร่วมงาน
59. ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการใช้ระบบสารสนเทศ
1. การนำเสนอข้อมูล
2. การบันทึกข้อมูล
3. การประมวลผลข้อมูล
4. การจัดเก็บและสืบค้นข้อมูล
60. ข้อใดหมายถึง เทคโนโลยีสารสนเทศ
1. เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต
2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ สื่อสารโทรคมนาคม
3. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีประมวลผลข้อมูล
4. เทคโนโลยีประเมินผลข้อมูล เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
61. ข้อใดมีความสำคัญเป็นอันดับ เมื่อต้องการค้นหาข้อมูลทางเครื่องช่วยอินเตอร์เน็ต
1. ผู้ให้บริการเครือข่าย
2. อัตราค่าใช้บริการเครือข่าย
3. ระบบการต่อเชื่อมเครือข่าย
4. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ต่อเชื่อมเครือข่าย
62. ข้อใดเป็นประโยชน์ของการออกแบบ และเทคโนโลยี
1. มีความรับผิดชอบและอดทน
2. การรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
3. สร้างนิสัยให้เป็นคนมีความคิดเป็นขั้นตอน
4. เกิดความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้คิดออกแบบ
63. ข้อใดสำคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ
1. ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบคอมพิวเตอร์
3. ชุดคำสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน
4. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใช้คอมพิวเตอร์
64. ข้อใดคือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
1. จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อการอ้างอิง
2. มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสอน
3. วิจัยหรือดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วจำหน่ายในระคาต่ำ
4. แนะนะผลงานโดยมีการรับรู้ถึงการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
65. ข้อใดสำคัญที่สุดเกี่ยวกับระบบสารสนเทศข้อมูล
1. ความถูกต้อง
2. ความสมบูรณ์
3. ความเป็นปัจจุบัน
4. ความสะดวกในการใช้
66. ข้อใด หมายถึง ฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศ
1. ระบบสารสนเทศที่จัดเก็บข้อมูล
2. การอำนวยความสะดวกในการใช้ข้อมูล
3. การอำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูล
4. ที่รวมแฟ้มข้อมูลหลายๆแฟ้มที่มีความสัมพันธ์กัน
67. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนที่สำคัญในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
1. มีนิสัยจัดการทำงานโดยมีสาระ
2. มีความรับผิดชอบมีระเบียบวินัย ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาจรฐาน ฯ หน้า 2)
3. มีความรู้สากลใช้เทคโนโลยีระดับเดียวกัน
4. มีความสามารถในการปฏิบัติงานอาชีพอิสระ
68. ข้อใดเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองการประดิษฐ์ คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์
ต้องยื่นคำขอใบสิทธิบัตร – อนุสิทธิบัตร
1. สำนักงานทะเบียนราษฎร์
2. สำนักงานแรงงานจังหวัด
3. สำจังงานพาณิชย์จังหวัด ( จาก Net )
4. สำนักงานสรรพกรจังหวัด
69. ข้อใดคือประโยชน์ของสิทธิบัตร
1. ผู้ประดิษฐ์คิดค้น ได้รับการยกย่องโดยออกเป็นเอกสารรับรองสิทธิ
2. ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ มีความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้รับการยกย่อง
3. ได้รับสิทธิที่จะผลิตสินค้า แต่เพียงผู้เดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
4. ได้รับประโยชน์การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สิ่งประดิษฐ์ คิดค้นหรืออกแบบได้ตามกฎหมาย
70.ข้อใดเป็นสิทธิบัตรเกี่ยวกับการออกแบบรูปร่าง ลวดลาย หรือสีสันที่มองเห็นได้จากภายนอก
1. การประดิษฐ์
2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ ( จาก Nrt Sure Sure )
3. การปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม
4. การปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์และเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น
1. การออกแบบการสอนแบบบูรณาการตามข้อใดที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สาระการเรียนรู้งานบ้านเป็นแกนหลักร่วม กับสาระอื่น ๆ
1. แบบสหวิทยาการ
2. แบบฐานการเรียนรู้
3. แบบข้ามกลุ่มสาระ
4. แบบภายในกลุ่มสาระ
2. ข้อใดเป็นหลักการในการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. มีทฤษฎีและการปฏิบัติรวมกัน ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องการจัดสาระ ฯ หน้า 92)
2. สอนทฤษฎีและปฏิบัติอย่างละ 1 สัปดาห์สลับกัน
3. สอนทฤษฎีและปฏิบัติภายในสัปดาห์เดียวกันแต่แลกชั่วโมง
4. มีเนื้อหาความรู้ครบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติแยกชั่วโมงกันชัดเจน
3. ข้อใดเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ เหมาะสมที่สุดในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. แบบสังเกตพฤติกรรม แบบทดสอบ
2. แบบวัดคุณภาพงาน ชิ้นงาน แบบวัดความรู้
3. แบบประเมินพฤติกรรม ความประพฤติ แบบวัดความรู้ความเข้าใจ
4. แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติงาน แบบวัดความรู้ความเข้าใจ
****4. “ มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่าลงให้มากจะยากจน”
1. ครู ค ถามถึงเหตุผลในการปฏิบัติความข้อความ
2. ครู ก ถามความเข้าใจในความหมายของข้อความ
3. ครู ข ถามการปฏิบัติอย่างไร จึงจะเป็นไปตามข้อความ
4. ครู ง ถามให้เปรียบเทียบระหว่างคนที่ปฏิบัติและไม่ปฏิบัติตามข้อความ
5. ข้อใดถูกต้องสามวิธีการรักษาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
1. เสื้อกันฝน หลังสวมใส่ให้สลัดน้ำฝนที่เกาะติดออกให้หมดแล้วจึงแขวน ผึ่งให้แห้งและพับเก็บ
2. เสื้อผ้าชุดปกติ ควรระมัดระวังไม่ให้สกปรก หลังสวมใส่ผึ่งให้แห้งแล้วแขวนในตู้เพื่อกันแมลงกัดเซาะ
3. เสื้อกันหนาว เมื่อสวมใส่ต้องระมัดระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนเกลื่อนกลาด หลังสวมใส่ควรซักทุกครั้ง
เพื่อไม่ให้มีกลิ่นเหม็น
4. ถุงเท้า เมื่อถอดออกแล้วให้ทำความสะอาดเศษทรายหรือสิ่งของที่ติดออกก่อนแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง
ก่อนนำไปซักแยกจากผ้าทั่วไป แล้วผึ่งแดดให้แห้ง และเก็บเข้าที่เป็นคู่
*****6. ข้อใดเป็นกิจกรรมการสอนที่สอดคล้องกันกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี
1. ให้นักเรียนบอกวิธีการที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน
2. ให้นักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียนแล้วส่งตัวแทนรายงานหน้าชั้น
3. ครูสอนโดยการสาธิตให้นักเรียนดู แล้วนำเสนอขั้นตอนการปฏิบัติงาน
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วทำกิจกรรมร่วมกันโดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น
****7. ข้อใดเป็นการสอนที่มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. ให้นักเรียนบอกว่าภาพใดเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี และภาพใดเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีเพราะอะไร
2. ให้นักเรียนเลือกและจัดแสดงภาพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. ให้นักเรียนดูภาพแล้วช่วยกันบอกว่า ภาพใดคือสิ่งแวดล้อมที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ และภาพใดไม่ใช่
เพราะอะไร
4. ให้นักเรียนดูภาพแล้ว ให้เหตุผลประกอบว่าภาพใดควรทำ และภาพใดที่ไม่ควรทำในการดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
*****8. ข้อใดเป็นคำถามที่สะท้อนการคิดวิเคราะห์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. จะตรวจสอบความจริงได้อย่างไร
2. จะเลือกสินค้าใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
3. ข้อมูลที่อยู่บนกล่องบรรจุภัณฑ์ให้ประโยชน์อย่างไร
4. รู้ได้อย่างไรว่าสินค้าในบรรจุภัณฑ์หมดอายุแล้วหรือไม่
9. ข้อใดเป็นเป้าหมายกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีสาระอาชีพโดยวิธีการวิจัย
1. เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกอาชีพ
2. เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ
3. เพื่อให้ได้รายละเอียดของข้อมูลอาชีพนั้นๆ
4. เพื่อเป็นข้อมูลในการทำรายงานเกี่ยวกับอาชีพ
10. ข้อใดเป็นการพัฒนาการเรียนรู้เหมาะสมที่สุดในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. การสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชนในวิชางานช่าง
2. การฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในวิชางานบ้าน
3. การสอบถามข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ในวิชางานธุรกิจ
4. การสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงพืชหรือสัตว์ในวิชางานเกษตร
11. ข้อใดมีความหมายในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
1. วิชางานช่าง การสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชน
2. วิชางานบ้าน การฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริง
3. วิชางานธุรกิจ การสอบถามข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้
4. วิชาเกษตร การสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงพืชหรือสัตว์
12. การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตว์ ตรงต่อเวลา และมีวินัยในการทำงานตรงกับคุณลักษณะข้อใด
1. เป็นคนดี ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 2)
2. เป็นคนเก่ง
3. เป็นคนมีวินัย
4. เป็นคนที่มีศีลธรรม
13. ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในทางสร้างสรรค์งานธุรกิจ
1. ให้นักเรียนรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
2. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลธุรกิจจากอินเตอร์เนต
3. ให้นักเรียนทำแฟ้มประวัติบุคคลว่าตนเองคือใคร
4. ให้นักเรียนบันทึกข้อมูลธุรกิจลงในคอมพิวเตอร์
14. ข้อใดเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึก “เรียนรู้การทำงานเป็นระบบเรื่องตั้งแต่การวางแผนระบบการทำงาน การปฏิบัติงานตามแผนการตรวจสอบและประเมินผลการรายงาน และจัดทำผลงาน พร้อมนำเสนอผลงานกลุ่ม
1. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
2. การเรียนรู้จากประสบการณ์
3. การเรียนรู้จากการทำงานกลุ่ม ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 20 แต่ไม่มีคำตอบ )
4. การเรียนรู้จากการศึกษาค้นคว้า
15. ข้อใดเหมาะสมกับการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของนักเรียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมในท้องถิ่น
1. การอาชีพ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การออกแบบของเทคโนโลยี ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 12)
4. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
16.สาระการเรียนรู้ในข้อใดที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน
1. งานเกษตร งานบ้าน งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ
2. งานเกษตร งานบ้าน งานช่าง งานคหกรรม และงานพณิชยกรรม
3. งานเกษตร งานคหกรรม งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานพณิชยกรรม
4. งานเกษตร งานบ้าน งานช่างอุตสาหกรรม งานดอกไม้สดและงานธุรกิจ
17. ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำงานประดิษฐ์
1. การทดสอบชิ้นงานในสถานการณ์จริง
2. การนำเสนอชิ้นงานต่อครูเพื่อตรวจให้คะแนน ( ไม่ใช่ขั้นตอนของการทำงาน )
3. การตกแต่งชิ้นงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ สวยงาม
4. การจัดเก็บ เครื่องมืออุปกรณ์ แล้วทำความสะอาด
18. ข้อใดเป็นการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง
1. วิเคราะห์งาน แบ่งงาน ปฏิบัติงาน รวยงานผลงาน
2. สำรวจงาน เลือกวิธีการทำงาน ปฏิบัติงาน สรุปผลงาน
3. วางแผนการทำงาน ปฏิบัติตามแผนงาน ประเมินผลงาน
4. วางแผนงาน ตรวจสอบแผนงาน ปฏิบัติงาน และทำงานอย่างต่อเนื่อง
19. ข้อใดเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และถูกวิธีที่สุด
1. ใช้น้ำอย่างประหยัด
2. ปิดก๊อกน้ำทุกครั้งหลังเลิกใช้
3. เมื่อน้ำที่ล้างภาชนะ ไปใช้เป็นน้ำรดต้นไม้
4. ไม่ปล่อยให้น้ำล้นเสียไปโดยไม่ได้ประโยชน์
20. ข้อใดเป็นพฤติกรรมด้านจิตพิสัยของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. ซาบซึ้งกับสุนทรียภาพในผลงาน
2 สร้างสรรค์งานไม่สนใจว่าจะแปลกกว่าคนอื่น
3. ให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่มแม้ไม่เห็นด้วย
4. เขียนมโนทัศน์แสดงการเชื่อมโยงในการปฏิบัติงาน
21. ข้อใดควรปฏิบัติเป็นอันดับแรกเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี
1. การสร้างเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้
2. การสำรวจสภาพความต้องการจำเป็น
3. การออกแบบการจัดการเรียนการสอน
4. การสร้างเกณฑ์ ประเมินคุณภาพชิ้นงาน
22. ข้อใดควรทำเป็นอันดับแรก เกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้าน
1. ฝาผนัง เพดาน
2. เพดาน พื้นบ้าน
3. ฝาผนัง หน้าต่าง
4. บริเวณประตูบ้าน พื้นบ้าน
23. ข้อใดควรปฏิบัติในการทำความสะอาด เตาแก๊ส
1. ทำความสะอาดเตาแก๊สได้ทุกอุณหภูมิ
2. ทำความสะอาดเตาแก๊สขณะที่เตาแก๊สยังอุ่นๆ
3. ทำความสะอาดเมื่อเตาแก๊สเย็น หรืออุณหภูมิปกติ
4. ทำความสะอาดเมื่อเตาแก๊สร้อน หรือทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการปรุงอาหาร
24. ข้อใดเป็นหลักการเลือกบริโภคอาหารที่ถูกต้อง
1. เลือกอาหารที่มีสีธรรมชาติ และอาหารที่สะอาด
2. เลือกอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ และอาหารที่ใช้สารปรุงแต่งรส
3. เลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีการประกอบถูกสุขลักษณะ
4. เลือกอาหารที่ไม่มีแมลงวันตอม และอาหารที่สะดวกต่อการับประทาน
25. ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการจัดการในการประกอบอาชีพ
1. การดำเนินการผลิต การจำหน่ายผลผลิต การขนส่งผลผลิต
2. การวางแผนการผลิต การดำเนินการผลิต การขนส่งผลผลิต
3. การวางแผนการผลิต การดำเนินการผลิต การจำหน่ายผลผลิต
4. การวางแผนการผลิต การดำเนินการผลิต การประเมินผลหารผลิต
26. ข้อใดเป็นหลักในการดูแลสัตว์เลี้ยง
1. การจัดที่อยู่อาศัยให้ การให้อาหารสัตว์เลี้ยง การผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยง
2. การจัดที่อยู่อาศัยให้ การให้อากาศบริสุทธิ์ การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
3. การให้มีปัจจัย 4 การให้อาหารสัตว์เลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
4. การจัดที่อยู่อาศัยให้ การให้อาหารสัตว์เลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
27. ข้อใดเป็นหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
1. โยนเครื่องมือให้ผู้ยืมอย่างมั่นใจ
2. วางเครื่องมือให้สะดวกต่อการใช้งาน
3. นำเครื่องมือใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกง
4. ถามผู้รู้ในการใช้เครื่องมือไม่ทดลองใช้เอง
28. ข้อใดเป็นลักษณะนิสัยที่จำเป็นในการทำงานประดิษฐ์
1. มีความอดทน มีความขยัน
2. มีความซื่อสัตย์ มีความขยัน
3. มีความอดทน มีระเบียบวินัย
4. มีระเบียบวินัย มีความประหยัด
29. ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานธุรกิจ
1. ด้านการผลิต ด้านการให้บริการ ด้านการจัดจำหน่าย
2. ด้านการออกแบบ ด้านการให้บริการ ด้านการจัดจำหน่าย
3. ด้านการวางแผนผลิต ด้านการผลิต ด้านการประเมินผลผลิต
4. ด้านการวางแผนผลิต ด้านการให้บริการ ด้านการจัดจำหน่าย
30. ข้อใดเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ
1. ทุน, สถานที่ตั้ง, แรงงาน, การผลิต
2. ทุน, สถานที่ตั้ง, แรงงาน, การประกอบการ
3. ทุน, สำนักงาน, แรงงาน, การประกอบการ
4. สำนักงาน, สถานที่ตั้ง, แรงงาน, การประกอบการ
31. ข้อใดสำคัญที่สุดของการติดต่อสื่อสารในงานธุรกิจ
1. เพื่อช่วยให้ได้ข้อมูลทันเหตุการณ์
2. ช่วยเพิ่มกำไรในการดำเนินงานธุรกิจ
3. ช่วยให้การตลาดขายออกไปในวงกว้าง
4. เพื่อให้เป็นข้อมูลในการแข่งขั้นกับธุรกิจอื่นๆ
32.ข้อใดเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดในการทำงานหรือการประกอบอาชีพ
1. ทักษะการผลิต ทักษะการติดต่อสื่อสารและกระบวนการทำงานกลุ่ม
2. ทักษะการวางแผน ทักษะกระบวนการทานกลุ่มและการจัดจำหน่าย
3. ทักษะการวางแผน ทักษะกระบวนการทำงานกลุ่มและกระบวนการแก้ปัญหา
4. ทักษะการติดต่อสื่อสาร ทักษะกระบวนการทำงานกลุ่ม และทักษะกระบวนการแก้ปัญหา
33.กระบวนการออกแบบเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการเทคโนโลยี
1. หาสาเหตุ / ปํญหา
2. นำไปใช้และปรับปรุง
3. ปฏิบัติตามแนวทางที่เลือก
4. หาวิธีแก้ปัญหา / ทางเลือก
34. ข้อใดเป็นการวัดและระเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง
1. ครู ก. ประเมินผลงานจากชิ้นงานจริงตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. ครู ข. ตั้งคณะกรรมการพิจารณาตัดสินความสามารถจริง
3. ครู ค. ให้นักเรียนร่วมประเมินแฟ้มสะสมงานตามเกณฑ์ที่ใช้ในสถานการณ์จริง ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 22)
4. ครู ง. ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบบันทึกพฤติกรรมแบบสังเกตและแบบทดสอบ
35. การสอบแบบบูรณาการตามข้อใดที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นแกนหลักร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ
1. แบบสหวิทยาการ
2. แบบข้ามกลุ่มสาระ
3. แบบฐานการเรียนรู้
4. แบบภายในกลุ่มสาระ
36. ข้อใดเป็นเงื่อนไข สำคัญในการพิจารณาไม่ให้สิทธิบัตรการประดิษฐ์ / อนุสิทธิ์บัตร
1. สิ่งประดิษฐ์ขัดแย้งกับภูมิปัญญาปัจจุบัน
2. สิ่งประดิษฐ์ส่งเสริมสวัสดิภาพของประชาชน
3. การออกแบบผลิตภัณฑ์ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ( จาก Net )
4. การออกแบบผลิตภัณฑ์ แสดงเจตนาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชน
37. ข้อใดเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่ระบุทุกช่วงชั้น
1. ยอมรับคามคิดเห็นและผลงานของผู้อื่น
2. ออกแบบคำนึงถึงความคุ้มค่าและปลอดภัย
3. มีเจตคติที่ดีในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการออกแบบ ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมฐ ฯ หน้า ..)
4. นำเทคโนโลยีมาใช้เลียนแบบเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงาน
38. ข้อใดสะท้องเจตคติที่ดีของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. มีทักษะและรักการทำงานอาชีพอิสระ
2. การคะนึงถึงความสำคัญของสารสนเทศ
3. สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต
4. มีความสามารถในการประกอบอาชีพสุจริต
39. ข้อใดเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่ระบุทุกช่วงชั้นในสาระการดำรงชีวิตและครอบครัว
1. การวิเคราะห์ปัญหา สร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมฐ ฯ หน้า 9 )
2. ความสามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆในการทำงาน
3. ความรู้หลักการและสามารถในการปฏิบัติงานตามขั้นตอน
4. การวางแผนและปฏิบัติงานตามแผนและประเมินผลการดำเนินงานอาชีพสุจริต
40. ข้อใดหมายถึงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
1. การับส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ
2. การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทางไปรษณีย์
3. การพิมพ์จดหมายด้วยคอมพิวเตอร์ส่งทางไปรษณีย์
4. การรับส่งข้อความผ่านคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่าย ( จาก Net )
41. ข้อใดหมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์
2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์
3. อุปกรณ์ต่อพ่วงช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานมีประสิทธิภาพ
4. หน่วยประมวลผลกลางที่เป็นองค์ประกอบหลักในการทำงานของคอมพิวเตอร์
42. ข้อใดเป็นชื่อเรียกกันโดยทั่วไปของเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
1. เครื่องแม่ข่ายให้บริการข้อมูล
2. เครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว
3. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( จาก Net Sure Sure )
4. เครื่องลูกข่ายประมวลผลข้อมูล
43. ข้อใดเป็นเทคโนโลยีมีประยุกต์ใช้ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต
1. เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นการสื่อสาร
44. สาระการเรียนรู้ในข้อใดที่มีลักษณะการเรียนเป็นบูรณาการ
1. สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
2. สาระที่ 2 การอาชีพ
3. สาระที่ 3 การออกแบบและเทคโนโลยี
4. สาระที่ 4 เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
45. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการเขียนงานตามสภาพจริงและงานบูรณาการ
1. ชื่องาน ขอบเขต คุณภาพ
2. ชื่องาน ปริมาณ คุณภาพ
3. ชื่องาน ขอบเขต ปริมาณ
4. ชื่องาน ขอบเขต ปริมาณ คุณภาพ
46. สาระใดที่ไม่ต้องจัดให้ครบทุกช่วงชั้น
1. สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
2. สาระที่ 2 การอาชีพ
3. สาระที่ 3 การออกแบบและเทคโนโลยี
4. สาระที่ 4 เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
47. ข้อใดคือหน้าที่ของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
1. จัดทำและพัฒนาหลักสูตร ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องการจัดสาระ ฯ หน้า 9 )
2. จัดทำสาระการเรียนรู้แกนกลาง
3. จัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
4. จัดทำขอบข่ายสาระการเรียนรู้ 12 ปี
48. เข้าใจธรรมชาติ และกรบวนการเทคโนโลยีใช้ความรู้ ภูมิปัญญา
จิตนาการและความคิดอย่างมีระบบในการออกแบบ สร้างสิ่งของเครื่องใช้ วิธีการเชิงกลยุทธ์ ตามกระบวนการเทคโนโลยี สามารถตัดสินใจ เลือกใช้ เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ต่อชีวิตสังคม สิ่งแวดล้อม โลกของงานและอาชีพเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่สำคัญของสาระใด
1. การอาชีพ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การออกแบบและเทคโนโลยี ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 12)
4. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
49. ข้อใดจัดเป็นการพัฒนาหลักสูตรสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
1. การบูรณาการ ความสามารถ และความดี
2. กระทรวงศึกษาธิการกำหนดขอบเขตให้สถานศึกษากำหนดรายละเอียด
3. สถานศึกษาบูรณาการความรู้ ความสามารเพื่อให้เกิดคุณงาความดีขึ้นในจิตใจ
4. สถานศึกษากำหนดเองตามสภาพความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและท้องถิ่น( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 7 )
50. ข้อใดไม่ใช่การจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสอนแบบโครงงาน
1. ครูให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เอง
2. ครูกระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้
3. ครูจะต้องถึงความรู้เดิมของผู้เรียนออกมากให้ได้ว่าผู้เรียนมีความรู้เดิมอะไรอยู่บ้างแล้ว
4. ครูต้องสร้างสิ่งกระตุ้นในผู้เรียนสร้างคำถาม ตั้งสมมุตฐานและหาวิธีที่จะตอบคำถามนั้น
51. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีตามกระบวนการสอนแบบโครงงาน
1. ใช้ความสนใจของผู้เรียนมานำสิ่งที่จะสอน
2. กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถามเดียวกับเรื่องที่จะสอน
3. จัดห้องเรียนให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงออกพูดคุยระหว่างกัน
4. ใช้วิธีการสอนที่ผู้เรียนมีการซักถาม
52. ข้อใดเป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามกระบวนการเพื่อพัฒนาความคิดระดับสูง
1. ให้ยกตัวอย่างปัจจัยสี่
2. ให้เปรียบเทียบการใช้ปัจจัยสี่
3. ให้นิยามความหมายของปัจจัยสี่
4. ให้อธิบายความสำคัญของปัจจัยสี่
53. ข้อใดเป็นบทบาทองครูในการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสอนแบบโครงงาน
1. มอบหมายงานให้แต่ละกลุ่มทำ
2. ช่วยประสานให้ดำเนินงานไปได้
3. ต้องบอกได้ว่างานที่มอบหมายคืออะไร
4. กำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกกลุ่มและมอบหมายหน้าที่
54. ข้อใดคือเทคนิคการสอนของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสอนที่พัฒนาทักษะความคิดระดับสูง
1. ให้ผู้เรียนอภิปราย
2. ให้ผู้เรียนจดสิ่งสำคัญตามครูบอก
3. ให้นักเรียนพูดคุยกันถึงสิ่งที่สนใจ
4. ให้ผู้เรียนทำรายงานแล้วนำเสนอ
55. ข้อใด สำคัญที่สุด ในการเรียนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
1. เพื่อให้เกิดทักษะในการทำงาน
2. เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพในอนาคต
3. เพื่อเกิดทักษะในการบริหารจัดการ ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและรู้คุณค่า
4. เพื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือ และทรัพยากรที่อาจก่อให้เกิดงานในลักษณะต่างๆ
56. ข้อใดเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ครบองค์รวมในกลุ่มสาระเรียนรู้
1. โครงงาน ชิ้นงาน และการรายงาน
2. การวางแผนงาน การปฏิบัติงาน และการประเมินผล
3. ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณภาพ จริยธรรม และค่านิยม ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาตรฐาน ฯ หน้า 18)
4. ความรู้ความเข้าใจ เจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต และทักษะการปฏิบัติ
57. ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญของคำกล่าวที่ว่า เมื่อนักเรียนเปิดตู้เย็น แล้วนำของออกมา ปิดตูเย็นทันที อย่าเปิดทิ้งไว้
1. การประหยัดพลังงาน
2. การถนอมอาหาร
3. การใช้ทรัพยากรที่ดี
4. การรักษาสิ่งแวดล้อม
58. ข้อใดสะท้อนเจตคติที่ดีในการทำงาน
1. เห็นคุณค่าในการทำงาน
2. ให้ความร่วมมือในการทำงาน
3. ทำงานตามที่ได้รบมอบหมาย
4. ยอมรับความสามารถของเพื่อนร่วมงาน
59. ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการใช้ระบบสารสนเทศ
1. การนำเสนอข้อมูล
2. การบันทึกข้อมูล
3. การประมวลผลข้อมูล
4. การจัดเก็บและสืบค้นข้อมูล
60. ข้อใดหมายถึง เทคโนโลยีสารสนเทศ
1. เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต
2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ สื่อสารโทรคมนาคม
3. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีประมวลผลข้อมูล
4. เทคโนโลยีประเมินผลข้อมูล เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
61. ข้อใดมีความสำคัญเป็นอันดับ เมื่อต้องการค้นหาข้อมูลทางเครื่องช่วยอินเตอร์เน็ต
1. ผู้ให้บริการเครือข่าย
2. อัตราค่าใช้บริการเครือข่าย
3. ระบบการต่อเชื่อมเครือข่าย
4. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ต่อเชื่อมเครือข่าย
62. ข้อใดเป็นประโยชน์ของการออกแบบ และเทคโนโลยี
1. มีความรับผิดชอบและอดทน
2. การรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
3. สร้างนิสัยให้เป็นคนมีความคิดเป็นขั้นตอน
4. เกิดความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้คิดออกแบบ
63. ข้อใดสำคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ
1. ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบคอมพิวเตอร์
3. ชุดคำสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน
4. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใช้คอมพิวเตอร์
64. ข้อใดคือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
1. จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อการอ้างอิง
2. มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสอน
3. วิจัยหรือดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วจำหน่ายในระคาต่ำ
4. แนะนะผลงานโดยมีการรับรู้ถึงการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
65. ข้อใดสำคัญที่สุดเกี่ยวกับระบบสารสนเทศข้อมูล
1. ความถูกต้อง
2. ความสมบูรณ์
3. ความเป็นปัจจุบัน
4. ความสะดวกในการใช้
66. ข้อใด หมายถึง ฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศ
1. ระบบสารสนเทศที่จัดเก็บข้อมูล
2. การอำนวยความสะดวกในการใช้ข้อมูล
3. การอำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูล
4. ที่รวมแฟ้มข้อมูลหลายๆแฟ้มที่มีความสัมพันธ์กัน
67. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนที่สำคัญในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
1. มีนิสัยจัดการทำงานโดยมีสาระ
2. มีความรับผิดชอบมีระเบียบวินัย ( จาก เอกสารหลักสูตรเรื่องสาระและมาจรฐาน ฯ หน้า 2)
3. มีความรู้สากลใช้เทคโนโลยีระดับเดียวกัน
4. มีความสามารถในการปฏิบัติงานอาชีพอิสระ
68. ข้อใดเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองการประดิษฐ์ คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์
ต้องยื่นคำขอใบสิทธิบัตร – อนุสิทธิบัตร
1. สำนักงานทะเบียนราษฎร์
2. สำนักงานแรงงานจังหวัด
3. สำจังงานพาณิชย์จังหวัด ( จาก Net )
4. สำนักงานสรรพกรจังหวัด
69. ข้อใดคือประโยชน์ของสิทธิบัตร
1. ผู้ประดิษฐ์คิดค้น ได้รับการยกย่องโดยออกเป็นเอกสารรับรองสิทธิ
2. ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ มีความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้รับการยกย่อง
3. ได้รับสิทธิที่จะผลิตสินค้า แต่เพียงผู้เดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
4. ได้รับประโยชน์การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สิ่งประดิษฐ์ คิดค้นหรืออกแบบได้ตามกฎหมาย
70.ข้อใดเป็นสิทธิบัตรเกี่ยวกับการออกแบบรูปร่าง ลวดลาย หรือสีสันที่มองเห็นได้จากภายนอก
1. การประดิษฐ์
2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ ( จาก Nrt Sure Sure )
3. การปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม
4. การปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์และเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น
ข้อสอบผู้อำนวยการโรงเรียน
ข้อสอบผู้บริหาร ข้อสอบผอ. ข้อสอบผู้อำนวยการโรงเรียน
100 ข้อ พร้อมเฉลย
0844714186
100 ข้อ พร้อมเฉลย
0844714186
ข้อสอบผู้อำนวยการศึกษา ชุดที่10
1. ประเด็นการเมืองที่กำลังพิจารณาในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับอำนาจบริหาร
คือข้อใด
ก. ที่มาของนายกรัฐมนตรี ข. ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ค. จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ง. การสรรหาองค์กรอิสระ
2. ข้อใดเป็นขั้นตอนหลังการประเมินสมรรถนะตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะกำหนดขึ้นใช้
ก. อบรม ข. ประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพ
ค. ตรวจสอบเค้าโครงผลงานวิชาการ ง. เสนอผลงานทางวิชาการ
3. มีผู้กล่าวว่า “การเมืองเป็นผู้กำหนดทิศทางการศึกษา” ท่านคิดว่าการศึกษาสามารถจะกำหนด
ทิศทางการเมืองได้อย่างไรจึงจะได้ผลที่ยั่งยืน
ก. เสนอข้อมูลและความคิดต่อนักการเมือง
ข. รวมตัวผู้มีความคิดคล้ายกันเพื่อต่อรอง
ค. บริหารและจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ
ง. ปลูกฝังความรู้ให้นักเรียน
4. การตระหนัก ยอมรับ “คุณค่าของความเป็นมนุษย์” เป็นทักษะพื้นฐานของผู้บริหารในด้านใด
ก. คุณธรรม ข. การครองตน
ค. การบริหารงานบุคคล ง. มนุษยสัมพันธ์
5. ข้อใดมิใช่ความหมายของการบริหาร
ก. การใช้ศาสตร์เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง
ข. การสั่งการให้งานบรรลุความสำเร็จ
ค. ศิลปะในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นผลสำเร็จ
ง. การทำงานของกลุ่มคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
6. ผู้บริหารแบบประชาธิปไตยจะปฏิเสธความเชื่อถือตามทฤษฎีในข้อใด
ก. ทฤษฎี x ข. ทฤษฎี y
ค. ทฤษฎี z ง. ทฤษฎี xy
7. ความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนที่มุ่งเน้นคุณภาพทั้งองค์การ (TQM) ขึ้นอยู่กับปัจจัยข้อใด
ก. ลูกค้า ข. ทุกคนมีส่วนร่วม
ค. การเปลี่ยนแปลง ง. การปรับปรุงโดยต่อเนื่อง
8. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจ
ก. การวางแผน ข. การตั้งวัตถุประสงค์
ค. การสร้างความตระหนักรับรู้ปัญหา ง. การกำหนดเกณฑ์ความสำเร็จ
9. Participative Management มีความหมายตรงข้อใด
ก. การมีส่วนร่วมในการวางแผน ข. บุคลากรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ค. ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในการบริหารทุกขั้นตอน ง. ถูกทุกข้อ
10. แรงกดดันภายในและแรงกดดันภายนอกเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใด
ก. กระบวนการตัดสินใจ ข. กระบวนการวางแผน
ค. การจัดการยุคใหม่ ง. การบริหารการเปลี่ยนแปลง
คือข้อใด
ก. ที่มาของนายกรัฐมนตรี ข. ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ค. จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ง. การสรรหาองค์กรอิสระ
2. ข้อใดเป็นขั้นตอนหลังการประเมินสมรรถนะตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะกำหนดขึ้นใช้
ก. อบรม ข. ประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพ
ค. ตรวจสอบเค้าโครงผลงานวิชาการ ง. เสนอผลงานทางวิชาการ
3. มีผู้กล่าวว่า “การเมืองเป็นผู้กำหนดทิศทางการศึกษา” ท่านคิดว่าการศึกษาสามารถจะกำหนด
ทิศทางการเมืองได้อย่างไรจึงจะได้ผลที่ยั่งยืน
ก. เสนอข้อมูลและความคิดต่อนักการเมือง
ข. รวมตัวผู้มีความคิดคล้ายกันเพื่อต่อรอง
ค. บริหารและจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ
ง. ปลูกฝังความรู้ให้นักเรียน
4. การตระหนัก ยอมรับ “คุณค่าของความเป็นมนุษย์” เป็นทักษะพื้นฐานของผู้บริหารในด้านใด
ก. คุณธรรม ข. การครองตน
ค. การบริหารงานบุคคล ง. มนุษยสัมพันธ์
5. ข้อใดมิใช่ความหมายของการบริหาร
ก. การใช้ศาสตร์เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง
ข. การสั่งการให้งานบรรลุความสำเร็จ
ค. ศิลปะในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นผลสำเร็จ
ง. การทำงานของกลุ่มคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
6. ผู้บริหารแบบประชาธิปไตยจะปฏิเสธความเชื่อถือตามทฤษฎีในข้อใด
ก. ทฤษฎี x ข. ทฤษฎี y
ค. ทฤษฎี z ง. ทฤษฎี xy
7. ความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนที่มุ่งเน้นคุณภาพทั้งองค์การ (TQM) ขึ้นอยู่กับปัจจัยข้อใด
ก. ลูกค้า ข. ทุกคนมีส่วนร่วม
ค. การเปลี่ยนแปลง ง. การปรับปรุงโดยต่อเนื่อง
8. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจ
ก. การวางแผน ข. การตั้งวัตถุประสงค์
ค. การสร้างความตระหนักรับรู้ปัญหา ง. การกำหนดเกณฑ์ความสำเร็จ
9. Participative Management มีความหมายตรงข้อใด
ก. การมีส่วนร่วมในการวางแผน ข. บุคลากรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ค. ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในการบริหารทุกขั้นตอน ง. ถูกทุกข้อ
10. แรงกดดันภายในและแรงกดดันภายนอกเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใด
ก. กระบวนการตัดสินใจ ข. กระบวนการวางแผน
ค. การจัดการยุคใหม่ ง. การบริหารการเปลี่ยนแปลง
การเตรียมตัวก่อนสอบ
เทคนิคการสอบ
การเตรียมตัวก่อนสอบ
- ศึกษาและทบทวนบ่อย ๆ เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ การดูหนังสือวินาทีสุดท้าย เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นที่สุด
- อ่านสมุดที่จดบันทึกไว้อย่างตั้งใจ ขณะที่อ่านไปให้นึกถึงคำถามที่อาจจะมีขึ้นแล้วลองตอบ
- ทบทวนอย่างมีจุดประสงค์อยู่ในใจ การทบทวนชนิดเปิดสมุดอย่างสุ่ม จะไม่มีประโยชน์ แต่ให้ทบทวนหลักการ (concept) พื้นฐาน และจุดสำคัญของเนื้อหา
- ลองดูหนังสือทบทวนกับเพื่อน เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนคำถาม คำตอบ แต่ถ้าคิดว่าตนเองไม่เหมาะกับการทบทวนวิธีนี้ ก็ควรอ่านทบทวนเฉพาะตนเอง
- ลองสอบถามรุ่นพี่ ๆ เพื่อทราบลักษณะการออกข้อสอบของอาจารย์ (ปรนัย, อัตนัย, ระยะเวลา) นอกจากนี้ ควรหาข้อสอบเก่า ๆ หรือสอบถามรุ่นพี่ว่าอาจารย์เ**ถามอะไรบ้าง หากมีข้อสอบเก่า ให้นักศึกษาลองฝึกตอบคำถามดูและควรต้องตอบภายในเวลาที่กำหนด (เหมือนเช่น การลองทำข้อสอบเก่าในการสอบเอ็นทรานซ์)
- พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนวันสอบ ไม่ใช่ดูหนังสือจนสว่าง เพราะจะมีผลทำให้สมองของนักศึกษาทำงานได้ไม่เต็มที่
-1 สัปดาห์ก่อนกำหนดสอบไล่ ควรจะได้ตรวจสอบเกี่ยวกับวิชาสอบ วันเวลาที่สอบ สถานที่สอบให้แน่นอน มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลย ที่ไปสอบผิดวิชา ผิดวัน
- คืนก่อนสอบ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อาจทบทวนอีกเล็กน้อย ไม่ใช่มาเริ่มอ่านสิ่งใหม่ ๆ ในคืนนี้
- อย่าเครียด ! ทำจิตใจให้สบาย ถ้านักศึกษาเตรียมตัวมาดีแล้ว ไม่ควรจะกังวลต่อสิ่งใด แต่หากเตรียมตัวไม่ดีพอ ความกังวลนี้จะยิ่งทำให้เหตุการณ์เลวร้ายหนักเข้าไปอีก
- ในวันสอบ ควรไปถึงห้องสอบก่อนเวลา แต่อย่าไปถึงก่อนเวลามากเกินไปนัก
การเตรียมตัวก่อนสอบ
- ศึกษาและทบทวนบ่อย ๆ เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ การดูหนังสือวินาทีสุดท้าย เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นที่สุด
- อ่านสมุดที่จดบันทึกไว้อย่างตั้งใจ ขณะที่อ่านไปให้นึกถึงคำถามที่อาจจะมีขึ้นแล้วลองตอบ
- ทบทวนอย่างมีจุดประสงค์อยู่ในใจ การทบทวนชนิดเปิดสมุดอย่างสุ่ม จะไม่มีประโยชน์ แต่ให้ทบทวนหลักการ (concept) พื้นฐาน และจุดสำคัญของเนื้อหา
- ลองดูหนังสือทบทวนกับเพื่อน เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนคำถาม คำตอบ แต่ถ้าคิดว่าตนเองไม่เหมาะกับการทบทวนวิธีนี้ ก็ควรอ่านทบทวนเฉพาะตนเอง
- ลองสอบถามรุ่นพี่ ๆ เพื่อทราบลักษณะการออกข้อสอบของอาจารย์ (ปรนัย, อัตนัย, ระยะเวลา) นอกจากนี้ ควรหาข้อสอบเก่า ๆ หรือสอบถามรุ่นพี่ว่าอาจารย์เ**ถามอะไรบ้าง หากมีข้อสอบเก่า ให้นักศึกษาลองฝึกตอบคำถามดูและควรต้องตอบภายในเวลาที่กำหนด (เหมือนเช่น การลองทำข้อสอบเก่าในการสอบเอ็นทรานซ์)
- พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนวันสอบ ไม่ใช่ดูหนังสือจนสว่าง เพราะจะมีผลทำให้สมองของนักศึกษาทำงานได้ไม่เต็มที่
-1 สัปดาห์ก่อนกำหนดสอบไล่ ควรจะได้ตรวจสอบเกี่ยวกับวิชาสอบ วันเวลาที่สอบ สถานที่สอบให้แน่นอน มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลย ที่ไปสอบผิดวิชา ผิดวัน
- คืนก่อนสอบ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อาจทบทวนอีกเล็กน้อย ไม่ใช่มาเริ่มอ่านสิ่งใหม่ ๆ ในคืนนี้
- อย่าเครียด ! ทำจิตใจให้สบาย ถ้านักศึกษาเตรียมตัวมาดีแล้ว ไม่ควรจะกังวลต่อสิ่งใด แต่หากเตรียมตัวไม่ดีพอ ความกังวลนี้จะยิ่งทำให้เหตุการณ์เลวร้ายหนักเข้าไปอีก
- ในวันสอบ ควรไปถึงห้องสอบก่อนเวลา แต่อย่าไปถึงก่อนเวลามากเกินไปนัก
ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการสอบ
ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการสอบ
- ตั้งใจอ่านคำสั่งให้ : นักศึกษาบางคนทำข้อสอบจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงหัดมาอ่านคำสั่ง และพบว่าสิ่งที่ตนเองทำไปนั้นผิดไปจากคำสั่งที่ปรากฏ นอกจากนี้นักศึกษาจะต้องใส่ใจกับอาจารย์ผู้คุมห้องสอบด้วย เพราะบางครั้งมีการเติมข้อความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สอบ หรือมีการแก้คำผิดหรือการบอกให้เติมคำตอบในกระดาษพิเศษที่แยกต่างหากออกไป
- เลือกข้อสอบอย่างระมัดระวัง : อ่านข้อสอบอย่างระมัดระวังทั้งหมด และเลือกตัดสินใจว่าจะทำข้อใดก่อน
- พิจารณาดูถึงความต้องการของอาจารย์ที่จะให้ท่านตอบ เช่น “อธิบายพอสังเขป” “อธิบายพอสังเขป” “อธิบายอย่างละเอียด” “จงให้ความหมาย” จงเปรียบเทียบ “จงวิเคราะห์” เป็นต้น
- ระมัดระวังเรื่องระยะเวลาที่กำหนด : อย่าเสียเวลามากในการทำข้อสอบบางข้อ ท่านจะต้องแบ่งเวลาสอบแต่ละข้อให้ดี โดยดูจากคะแนน นอกจากนี้ควรมีเวลาสำหรับการตรวจดูความเรียบร้อยก่อนส่งกระดาษคำตอบ
- วางโครงร่างเนื้อหาที่ท่านจะตอบ : ก่อนตอบคำถามแต่ละข้อพยามยามนึกถึงประเด็นสำคัญ จดประเด็นเหล่านั้นลงในขอบกระดาษคำตอบอย่างเป็นระเบียบ เพื่อที่เวลานักศึกษาบรรยายคำตอบจะได้ไม่หลงลืมประเด็นสำคัญที่ควรจะตอบเหล่านี้ อีกทั้งในกรณีที่หมดเวลา อย่างน้อยนักศึกษาก็แสดงให้อาจารย์ได้ทราบถึงความรู้ที่นักศึกษามี แต่ตอบไม่ทัน นักศึกษาอาจจะได้คะแนนเพิ่มมาบ้างก็ได้
- เขียนให้อ่านออก : เขียนให้เร็ว แต่ต้องให้อ่านออก การเขียนขยุกขยิก เขียนอ่านยาก ทำให้อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบต้องมานั่งสะกดว่านักศึกษาเขียนอะไรบ้าง ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
- ตอบให้ตรงประเด็นคำถาม : อย่าบรรยายชนิด “น้ำท่วมทุ่งหาผักบุ้งไม่เจอ” สิ่งที่อาจารย์ต้องการคือ คุณภาพของคำตอบ ไม่ใช่ปริมาณความยาวของคำตอบ การเขียนบรรยายมากมาย แต่ไม่เน้นประเด็นคำตอบให้ดี แสดงว่านักศึกษาไม่รู้คำถามนั้นหมายถึงอะไร ต้องการคำตอบอะไร และควรระมัดระวังเรื่องภาษาด้วย ควรเขียนคำตอบโดยใช้ภาษาที่ถูกต้อง การสะกดคำ โดยเฉพาะคำ technical term ที่เป็นภาษาเขียน ต้องถูกต้อง ไม่ใช้คำย่อ (ยกเว้นเป็นที่ยอมรับ)
- อย่ายอมแพ้ : ถึงแม้จะรู้สึก “หมดหวัง” อย่าตกใจ อย่าออกจากห้องสอบ มิฉะนั้นนักศึกษาจะพลาดโอกาสทั้งหมด แต่ถ้านักศึกษาตั้งสติพยายามรวบรวมสิ่งที่พอจะรู้ และนำมาตอบ นักศึกษาอาจจะได้คะแนนบ้าง
- อย่าลืมว่า บางครั้งพอนักศึกษาเริ่มเขียน นักศึกษาอาจจะนึกบางสิ่งบางอย่างออกขณะที่ครั้งเริ่มแรกคิดว่าตัวเองไม่รู้ อย่าออกจากห้องสอบเร็วเกินควร ใช้เวลาที่เหลือให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ทำข้อสอบที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- การหมดเวลา : ให้เหลือเวลาไว้สัก 10 นาที ก่อนส่งกระดาษหรือหมดเวลา เพื่อที่จะได้ตรวจทานคำตอบและคำสั่งให้ดีเสียก่อน เพื่อแก้ไขสิ่งที่อาจเขียนผิดหรือตกหล่น
เทคนิคการอ่าน
ในการสอนบรรยายของอาจารย์แต่ละท่าน ในแต่ละชั่วโมง อาจจะสร้างอารมณ์และความรู้สึกที่ หลากหลายเกิดขึ้นในตัวนักศึกษา บางครั้งนักศึกษาจะรู้สึกว่าชั่วโมงนี้อาจารย์สอนน่าเบื่อเป็นที่สุด บางครั้งอาจารย์ก็สอนแสนที่จะสับสน บางครั้งอาจารย์สอนน่าสนใจ น่าตื่นเต้น อารมณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ … นักศึกษาเชื่อหรือไม่ มักจะมีสาเหตุมาจากตัวนักศึกษาเอง นักศึกษาได้เตรียมตัวพร้อมหรือไม่สำหรับการเข้ารับการบรรยายของอาจารย์ในชั่วโมงนั้น ๆ
SQ3R : Survey (สำรวจ) Question (ตั้งคำถาม) Read (อ่าน)
Recall (ฟื้นความจำ) และ Review (ทบทวน)
PQRST : Preview (อ่านคร่าว ๆ ล่วงหน้า) Question (ตั้งคำถาม)
Read (อ่าน) Summary (ย่อ) Test (ทดสอบ)
PAGE : Prepare (เตรียมตัว) Ask (ถาม) Gather (รวบรวม)
Evaluate (ประเมิน)
ในบรรดาวิธีการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นักศึกษาจะเลือกวิธีใดก็ได้ที่เหมาะสมกับตนเอง แต่วิธีที่มีผู้นิยมใช้กันมากได้แก่ SQ3R ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
SQ3R
Survey (สำรวจ) :
- สำรวจดูว่าหนังสือเล่มนี้มีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องอะไร ? ใครเป็นคนเขียน ? มีพื้นฐาน
ความรู้อย่างไร ? พิมพ์เมื่อไร ?
- อ่านคำแนะนำและศึกษาว่าผู้เขียนต้องการเขียนตำราเล่มนี้เพื่อให้บุคคลกลุ่มใดอ่าน
มีจุดประสงค์จะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ผู้เขียนแนะนำวิธีการอ่านหรือไม่
- เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึงอะไรบ้าง
- อ่านดรรชนี เพื่อหาบทความที่เฉพาะเจาะจง
- มีภาพประกอบ/แผนภูมิหรือไม่
- มีการสรุปย่อแต่ละบทหรือไม่
- มีสัญลักษณ์บ่งชี้ เช่น ขนาดตัวอักษร การขีดเส้นใต้ ลำดับความสำคัญของการจัดวาง
หัวข้อซึ่งบ่งบอกถึงระดับความสำคัญของแต่ละหัวข้อ
Question (ตั้งคำถาม) :
- ก่อนอ่านหนังสือ นักศึกษาน่าจะมีคำถามในใจไว้ล่วงหน้าว่าเราจะอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่ออยากรู้อะไร ? อยากตอบคำถามอะไร ?
- คำถามเหล่านั้น อาจมาจากห้องเรียนหรืออาจมาจากตัวนักศึกษาเองก็ได้
Read (อ่าน) :
อ่านครั้งที่ 1
- อ่านอย่างเร็วพยายามเจาะหาประเด็นสำคัญของแต่ละบท แต่ละหัวข้อ แต่ละย่อหน้า
- อย่ามัวแต่ขีดเส้นใต้ หรือป้ายปากกาสี ควรทำเครื่องหมายด้วยดินสอและเขียนอย่างเบา ๆ
- อย่ามัวแต่จดบันทึกเพราะจะทำให้สมาธิในการอ่านลดลง
อ่านครั้งที่ 2
- อ่านซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ทำเครื่องหมายข้อความที่สำคัญ
- รวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
- ลองประเมินเนื้อหา (หากเป็นข้อโต้แย้งให้พิจารณาว่าอ่านแล้วดูมีเหตุผลหรือไม่ ข้อมูลที่
บอกในหนังสือดูขัดกับความจริง หรือความรู้ที่นักศึกษาเ**รู้มาหรือไม่)
- สรุปเนื้อหา เพื่อง่ายต่อการรื้อฟื้นความจำในภายหลัง
Recall (ฟื้นความจำ) :
เมื่อสิ้นสุดเนื้อหาของแต่ละบท บันทึกย่อ อย่าย่อชนิดยาวจนเกินเหตุ ซึ่งเป็นการแสดงว่า
นักศึกษายังจับประเด็นไม่ถูกต้อง
Review (ทบทวน) :
- สำรวจดูหัวข้อ (ชื่อ) ของหนังสือ หัวข้อและเนื้อหาโดยย่อของแต่ละบท
- ตรวจสอบว่าเนื้อหาที่มีนั้น ตอบคำถามที่นักศึกษามีไว้ในใจหรือไม่
- อ่านอีกครั้ง เพื่อแน่ใจว่าเราเก็บประเด็นสำคัญของหนังสือได้หมด
- เติมสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง
วิธี SQ3R ดูเสมือนเป็นวิธีที่มีขั้นตอนมากแต่ก็เป็นวิธีที่จัดการอ่านอย่างเป็นระบบ และได้ ผล อย่างไรก็ตามวิธี SQ3R อาจไม่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือบางเล่ม มีผู้แนะนำเทคนิคบางอย่างที่ใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์ได้แก่ "Scan - Search - Save" มาใช้เป็นเทคนิคการอ่านตำรา
Scan (ทบทวน) :
ได้แก่การอ่านเนื้อหาอย่างหยาบ ๆ และรวดเร็ว เพื่อจับใจความว่าหนังสือนี้ประกอบด้วย
บทใดบ้าง มีบทนำ การเรียงลำดับหัวข้อเป็นเช่นใด มีแผนภูมิ รูปภาพประกอบมากน้อยเพียงใด
Search(ทบทวน) :
- หาบทที่มีเนื้อหาตรงกับความต้องการ
- หาคำตอบ เพื่อตอบคำถามที่ตั้งไว้
- ทำเครื่องหมาย (ใช้ดินสอ เขียนเบา ๆ)
- ศึกษาเนื้อหาในแต่ละย่อหน้าที่ตรงกับจุดประสงค์
Save(ทบทวน) :
- เก็บข้อมูล เนื้อหา ของโครงสร้างของแต่ละบท
- จดเนื้อหาที่สำคัญ
อัตราความเร็วในการอ่าน
ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือตำรานั้น มีผู้ประเมิน โดยคิดเป็นอัตราของคำต่อนาที ดังนี้
- ถ้าตำรานั้นอ่านยาก ควรใช้เวลา 100-200 คำต่อนาที
- ถ้าตำรานั้นอ่านยากปานกลาง ควรใช้เวลา 200-400 คำต่อนาที
- ถ้าอ่านเพื่อให้ได้เนื้อหากว้าง ๆ ควรใช้เวลา 500-1000 คำต่อนาที
- ถ้าอ่านอย่างรวดเร็ว พอสังเขปควรใช้เวลา 1000-1500 คำต่อนาที
จะปรับปรุงการอ่านให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่า เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในตำรานั้น ประมาณสองในสามเป็นการเขียนตามหลักภาษาเพื่อให้ถูกต้องตามรูปแบบและไวยากรณ์ มากกว่าที่จะเป็นเนื้อหาที่แท้จริง ดังนั้น ถ้านักศึกษาพะวงต่อการอ่านทุกคำ จะทำให้ความเร็วในการอ่านลดลง การอ่านเร็ว มิได้หมายความว่า ความเข้าใจ และการจดจำเนื้อหาจะลดลง แต่การอ่านไปหมดทุกวรรคทุกตอนจะทำให้ทั้งสายตา และจิตใจของนักศึกษา ต้องพะวักพะวงกับเนื้อหาที่มากเกินควร การอ่านอย่างมีวินัยมีระเบียบจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการอ่านดีขึ้น นักศึกษาอาจลองใช้วิธีการต่อไปนี้
หัดเตรียมตัว
อ่านอย่างกว้าง ๆ เพื่อจับประเด็นของเนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือ (การมีภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านมาบ้างแล้ว จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น)
- อ่านอย่างมีจุดประสงค์ ตั้งใจและพยายามอ่านให้ทันตามเวลาที่เรากำหนด วิธีบังคับตนเองไม่ให้อ่านตามสบายชนิดตามใจตน กระทำได้โดยการลากปากกาหรือดินสอชี้นำไปตามบรรทัด นอกจากนี้จะต้องไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนสมาธิขณะอ่านด้วย
- ละทิ้งนิสัยการอ่านที่ไม่ดี ได้แก่
. หยุดที่คำใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ พยายามขยายกรอบของเนื้อหาให้มากขึ้น จะได้เข้าใจ
ประเด็นได้ง่ายขึ้น
. อ่านย้อนกลับไปกลับมา วิธีนี้ทำให้เสียเวลา และมีผลทำให้การเชื่อมต่อข้อความไม่ปะติดปะต่อ ทำให้จำเนื้อหาไม่ได้
พยายามลดความเมื่อยล้าของสายตาโดย
- ตรวจสุขภาพสายตาเสียบ้าง
- ให้หนังสืออยู่ห่างจากสายตาประมาณ 40 ซม. เพื่อขยายกรอบของการมองเห็น และลด
การเคลื่อนไหวของสายตา
ฝึกฝนตนให้เป็นผู้อ่านชั้นเยี่ยม
- มือข้างหนึ่งใช้พลิกหน้ากระดาษ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งให้ลากลงมาตามบรรทัดวิธีนี้จะเป็นการควบคุมสายตา ให้เห็นคำที่จะอ่านในแต่ละครั้งมากขึ้น บังคับมิให้สายตาจ้องจดอยู่ที่คำใดคำหนึ่ง และยังเป็นการฝึกตนเองให้มีวินัยและมีสมาธิในการอ่านอีกด้วย
- กวาดสายตาไปทั่วทั้งหน้ากระดาษภายใน 5 วินาที นักศึกษาอาจจะคิดว่าไม่ได้อ่านอะไรเลย แต่นักศึกษาจะสามารถจับคำสำคัญได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหน้าไหนอ่านยากก็อาจกลับมาอ่านอย่างช้า ๆ ได้ในภายหลัง
- ฝึกทำเช่นนี้อย่างน้อยวันละ 5 นาที ภายใน 1-2 เดือน นักศึกษาจะพบว่าตนเองสามารถอ่านได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
*สุดท้ายก้อขอฝากน้องไว้สักนิดหนึ่ง*การสอบควรใช้สมาธิและความรู้ที่มีอยู่ในสมองออกมาทำงานร่วมกับจิตใจ....สำหรับคนที่มีไม่มีความรู้อะไรกรุณาจำหลักการไว้
1.ใช้หน้าตาเป็นอาวุธคือทำหน้าตาน่าสงสาร แอบแบ้วเอาไว้
2.สำหรับคนที่อยู่ทางภาคเหนือหรือคอยาวนั่นเองใช้คอนี้แหละให้เป็นประโยชน์
3.สำหรับเด็กที่อาจารย์โปรดที่สุดใช้ความสนิทสนมหลอกให้อาจารย์ออกจากห้องจากนั่นก้อ....คิดเอาเอง
4.ถ้าอาจารย์คุมเข้มมากไม่ยอมออกจากห้องให้นัดกับเพื่อนใช้สัญญานมือเอา
5.ถ้าใช้สัญานมือไม่ได้ ต้องใช้สุภาษิต อัตตาหิ อัตโนนาโธ ตนแลเป็นที่แห่งตน
- ตั้งใจอ่านคำสั่งให้ : นักศึกษาบางคนทำข้อสอบจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงหัดมาอ่านคำสั่ง และพบว่าสิ่งที่ตนเองทำไปนั้นผิดไปจากคำสั่งที่ปรากฏ นอกจากนี้นักศึกษาจะต้องใส่ใจกับอาจารย์ผู้คุมห้องสอบด้วย เพราะบางครั้งมีการเติมข้อความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สอบ หรือมีการแก้คำผิดหรือการบอกให้เติมคำตอบในกระดาษพิเศษที่แยกต่างหากออกไป
- เลือกข้อสอบอย่างระมัดระวัง : อ่านข้อสอบอย่างระมัดระวังทั้งหมด และเลือกตัดสินใจว่าจะทำข้อใดก่อน
- พิจารณาดูถึงความต้องการของอาจารย์ที่จะให้ท่านตอบ เช่น “อธิบายพอสังเขป” “อธิบายพอสังเขป” “อธิบายอย่างละเอียด” “จงให้ความหมาย” จงเปรียบเทียบ “จงวิเคราะห์” เป็นต้น
- ระมัดระวังเรื่องระยะเวลาที่กำหนด : อย่าเสียเวลามากในการทำข้อสอบบางข้อ ท่านจะต้องแบ่งเวลาสอบแต่ละข้อให้ดี โดยดูจากคะแนน นอกจากนี้ควรมีเวลาสำหรับการตรวจดูความเรียบร้อยก่อนส่งกระดาษคำตอบ
- วางโครงร่างเนื้อหาที่ท่านจะตอบ : ก่อนตอบคำถามแต่ละข้อพยามยามนึกถึงประเด็นสำคัญ จดประเด็นเหล่านั้นลงในขอบกระดาษคำตอบอย่างเป็นระเบียบ เพื่อที่เวลานักศึกษาบรรยายคำตอบจะได้ไม่หลงลืมประเด็นสำคัญที่ควรจะตอบเหล่านี้ อีกทั้งในกรณีที่หมดเวลา อย่างน้อยนักศึกษาก็แสดงให้อาจารย์ได้ทราบถึงความรู้ที่นักศึกษามี แต่ตอบไม่ทัน นักศึกษาอาจจะได้คะแนนเพิ่มมาบ้างก็ได้
- เขียนให้อ่านออก : เขียนให้เร็ว แต่ต้องให้อ่านออก การเขียนขยุกขยิก เขียนอ่านยาก ทำให้อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบต้องมานั่งสะกดว่านักศึกษาเขียนอะไรบ้าง ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
- ตอบให้ตรงประเด็นคำถาม : อย่าบรรยายชนิด “น้ำท่วมทุ่งหาผักบุ้งไม่เจอ” สิ่งที่อาจารย์ต้องการคือ คุณภาพของคำตอบ ไม่ใช่ปริมาณความยาวของคำตอบ การเขียนบรรยายมากมาย แต่ไม่เน้นประเด็นคำตอบให้ดี แสดงว่านักศึกษาไม่รู้คำถามนั้นหมายถึงอะไร ต้องการคำตอบอะไร และควรระมัดระวังเรื่องภาษาด้วย ควรเขียนคำตอบโดยใช้ภาษาที่ถูกต้อง การสะกดคำ โดยเฉพาะคำ technical term ที่เป็นภาษาเขียน ต้องถูกต้อง ไม่ใช้คำย่อ (ยกเว้นเป็นที่ยอมรับ)
- อย่ายอมแพ้ : ถึงแม้จะรู้สึก “หมดหวัง” อย่าตกใจ อย่าออกจากห้องสอบ มิฉะนั้นนักศึกษาจะพลาดโอกาสทั้งหมด แต่ถ้านักศึกษาตั้งสติพยายามรวบรวมสิ่งที่พอจะรู้ และนำมาตอบ นักศึกษาอาจจะได้คะแนนบ้าง
- อย่าลืมว่า บางครั้งพอนักศึกษาเริ่มเขียน นักศึกษาอาจจะนึกบางสิ่งบางอย่างออกขณะที่ครั้งเริ่มแรกคิดว่าตัวเองไม่รู้ อย่าออกจากห้องสอบเร็วเกินควร ใช้เวลาที่เหลือให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ทำข้อสอบที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- การหมดเวลา : ให้เหลือเวลาไว้สัก 10 นาที ก่อนส่งกระดาษหรือหมดเวลา เพื่อที่จะได้ตรวจทานคำตอบและคำสั่งให้ดีเสียก่อน เพื่อแก้ไขสิ่งที่อาจเขียนผิดหรือตกหล่น
เทคนิคการอ่าน
ในการสอนบรรยายของอาจารย์แต่ละท่าน ในแต่ละชั่วโมง อาจจะสร้างอารมณ์และความรู้สึกที่ หลากหลายเกิดขึ้นในตัวนักศึกษา บางครั้งนักศึกษาจะรู้สึกว่าชั่วโมงนี้อาจารย์สอนน่าเบื่อเป็นที่สุด บางครั้งอาจารย์ก็สอนแสนที่จะสับสน บางครั้งอาจารย์สอนน่าสนใจ น่าตื่นเต้น อารมณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ … นักศึกษาเชื่อหรือไม่ มักจะมีสาเหตุมาจากตัวนักศึกษาเอง นักศึกษาได้เตรียมตัวพร้อมหรือไม่สำหรับการเข้ารับการบรรยายของอาจารย์ในชั่วโมงนั้น ๆ
SQ3R : Survey (สำรวจ) Question (ตั้งคำถาม) Read (อ่าน)
Recall (ฟื้นความจำ) และ Review (ทบทวน)
PQRST : Preview (อ่านคร่าว ๆ ล่วงหน้า) Question (ตั้งคำถาม)
Read (อ่าน) Summary (ย่อ) Test (ทดสอบ)
PAGE : Prepare (เตรียมตัว) Ask (ถาม) Gather (รวบรวม)
Evaluate (ประเมิน)
ในบรรดาวิธีการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นักศึกษาจะเลือกวิธีใดก็ได้ที่เหมาะสมกับตนเอง แต่วิธีที่มีผู้นิยมใช้กันมากได้แก่ SQ3R ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
SQ3R
Survey (สำรวจ) :
- สำรวจดูว่าหนังสือเล่มนี้มีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องอะไร ? ใครเป็นคนเขียน ? มีพื้นฐาน
ความรู้อย่างไร ? พิมพ์เมื่อไร ?
- อ่านคำแนะนำและศึกษาว่าผู้เขียนต้องการเขียนตำราเล่มนี้เพื่อให้บุคคลกลุ่มใดอ่าน
มีจุดประสงค์จะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ผู้เขียนแนะนำวิธีการอ่านหรือไม่
- เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึงอะไรบ้าง
- อ่านดรรชนี เพื่อหาบทความที่เฉพาะเจาะจง
- มีภาพประกอบ/แผนภูมิหรือไม่
- มีการสรุปย่อแต่ละบทหรือไม่
- มีสัญลักษณ์บ่งชี้ เช่น ขนาดตัวอักษร การขีดเส้นใต้ ลำดับความสำคัญของการจัดวาง
หัวข้อซึ่งบ่งบอกถึงระดับความสำคัญของแต่ละหัวข้อ
Question (ตั้งคำถาม) :
- ก่อนอ่านหนังสือ นักศึกษาน่าจะมีคำถามในใจไว้ล่วงหน้าว่าเราจะอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่ออยากรู้อะไร ? อยากตอบคำถามอะไร ?
- คำถามเหล่านั้น อาจมาจากห้องเรียนหรืออาจมาจากตัวนักศึกษาเองก็ได้
Read (อ่าน) :
อ่านครั้งที่ 1
- อ่านอย่างเร็วพยายามเจาะหาประเด็นสำคัญของแต่ละบท แต่ละหัวข้อ แต่ละย่อหน้า
- อย่ามัวแต่ขีดเส้นใต้ หรือป้ายปากกาสี ควรทำเครื่องหมายด้วยดินสอและเขียนอย่างเบา ๆ
- อย่ามัวแต่จดบันทึกเพราะจะทำให้สมาธิในการอ่านลดลง
อ่านครั้งที่ 2
- อ่านซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ทำเครื่องหมายข้อความที่สำคัญ
- รวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
- ลองประเมินเนื้อหา (หากเป็นข้อโต้แย้งให้พิจารณาว่าอ่านแล้วดูมีเหตุผลหรือไม่ ข้อมูลที่
บอกในหนังสือดูขัดกับความจริง หรือความรู้ที่นักศึกษาเ**รู้มาหรือไม่)
- สรุปเนื้อหา เพื่อง่ายต่อการรื้อฟื้นความจำในภายหลัง
Recall (ฟื้นความจำ) :
เมื่อสิ้นสุดเนื้อหาของแต่ละบท บันทึกย่อ อย่าย่อชนิดยาวจนเกินเหตุ ซึ่งเป็นการแสดงว่า
นักศึกษายังจับประเด็นไม่ถูกต้อง
Review (ทบทวน) :
- สำรวจดูหัวข้อ (ชื่อ) ของหนังสือ หัวข้อและเนื้อหาโดยย่อของแต่ละบท
- ตรวจสอบว่าเนื้อหาที่มีนั้น ตอบคำถามที่นักศึกษามีไว้ในใจหรือไม่
- อ่านอีกครั้ง เพื่อแน่ใจว่าเราเก็บประเด็นสำคัญของหนังสือได้หมด
- เติมสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง
วิธี SQ3R ดูเสมือนเป็นวิธีที่มีขั้นตอนมากแต่ก็เป็นวิธีที่จัดการอ่านอย่างเป็นระบบ และได้ ผล อย่างไรก็ตามวิธี SQ3R อาจไม่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือบางเล่ม มีผู้แนะนำเทคนิคบางอย่างที่ใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์ได้แก่ "Scan - Search - Save" มาใช้เป็นเทคนิคการอ่านตำรา
Scan (ทบทวน) :
ได้แก่การอ่านเนื้อหาอย่างหยาบ ๆ และรวดเร็ว เพื่อจับใจความว่าหนังสือนี้ประกอบด้วย
บทใดบ้าง มีบทนำ การเรียงลำดับหัวข้อเป็นเช่นใด มีแผนภูมิ รูปภาพประกอบมากน้อยเพียงใด
Search(ทบทวน) :
- หาบทที่มีเนื้อหาตรงกับความต้องการ
- หาคำตอบ เพื่อตอบคำถามที่ตั้งไว้
- ทำเครื่องหมาย (ใช้ดินสอ เขียนเบา ๆ)
- ศึกษาเนื้อหาในแต่ละย่อหน้าที่ตรงกับจุดประสงค์
Save(ทบทวน) :
- เก็บข้อมูล เนื้อหา ของโครงสร้างของแต่ละบท
- จดเนื้อหาที่สำคัญ
อัตราความเร็วในการอ่าน
ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือตำรานั้น มีผู้ประเมิน โดยคิดเป็นอัตราของคำต่อนาที ดังนี้
- ถ้าตำรานั้นอ่านยาก ควรใช้เวลา 100-200 คำต่อนาที
- ถ้าตำรานั้นอ่านยากปานกลาง ควรใช้เวลา 200-400 คำต่อนาที
- ถ้าอ่านเพื่อให้ได้เนื้อหากว้าง ๆ ควรใช้เวลา 500-1000 คำต่อนาที
- ถ้าอ่านอย่างรวดเร็ว พอสังเขปควรใช้เวลา 1000-1500 คำต่อนาที
จะปรับปรุงการอ่านให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่า เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในตำรานั้น ประมาณสองในสามเป็นการเขียนตามหลักภาษาเพื่อให้ถูกต้องตามรูปแบบและไวยากรณ์ มากกว่าที่จะเป็นเนื้อหาที่แท้จริง ดังนั้น ถ้านักศึกษาพะวงต่อการอ่านทุกคำ จะทำให้ความเร็วในการอ่านลดลง การอ่านเร็ว มิได้หมายความว่า ความเข้าใจ และการจดจำเนื้อหาจะลดลง แต่การอ่านไปหมดทุกวรรคทุกตอนจะทำให้ทั้งสายตา และจิตใจของนักศึกษา ต้องพะวักพะวงกับเนื้อหาที่มากเกินควร การอ่านอย่างมีวินัยมีระเบียบจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการอ่านดีขึ้น นักศึกษาอาจลองใช้วิธีการต่อไปนี้
หัดเตรียมตัว
อ่านอย่างกว้าง ๆ เพื่อจับประเด็นของเนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือ (การมีภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านมาบ้างแล้ว จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น)
- อ่านอย่างมีจุดประสงค์ ตั้งใจและพยายามอ่านให้ทันตามเวลาที่เรากำหนด วิธีบังคับตนเองไม่ให้อ่านตามสบายชนิดตามใจตน กระทำได้โดยการลากปากกาหรือดินสอชี้นำไปตามบรรทัด นอกจากนี้จะต้องไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนสมาธิขณะอ่านด้วย
- ละทิ้งนิสัยการอ่านที่ไม่ดี ได้แก่
. หยุดที่คำใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ พยายามขยายกรอบของเนื้อหาให้มากขึ้น จะได้เข้าใจ
ประเด็นได้ง่ายขึ้น
. อ่านย้อนกลับไปกลับมา วิธีนี้ทำให้เสียเวลา และมีผลทำให้การเชื่อมต่อข้อความไม่ปะติดปะต่อ ทำให้จำเนื้อหาไม่ได้
พยายามลดความเมื่อยล้าของสายตาโดย
- ตรวจสุขภาพสายตาเสียบ้าง
- ให้หนังสืออยู่ห่างจากสายตาประมาณ 40 ซม. เพื่อขยายกรอบของการมองเห็น และลด
การเคลื่อนไหวของสายตา
ฝึกฝนตนให้เป็นผู้อ่านชั้นเยี่ยม
- มือข้างหนึ่งใช้พลิกหน้ากระดาษ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งให้ลากลงมาตามบรรทัดวิธีนี้จะเป็นการควบคุมสายตา ให้เห็นคำที่จะอ่านในแต่ละครั้งมากขึ้น บังคับมิให้สายตาจ้องจดอยู่ที่คำใดคำหนึ่ง และยังเป็นการฝึกตนเองให้มีวินัยและมีสมาธิในการอ่านอีกด้วย
- กวาดสายตาไปทั่วทั้งหน้ากระดาษภายใน 5 วินาที นักศึกษาอาจจะคิดว่าไม่ได้อ่านอะไรเลย แต่นักศึกษาจะสามารถจับคำสำคัญได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหน้าไหนอ่านยากก็อาจกลับมาอ่านอย่างช้า ๆ ได้ในภายหลัง
- ฝึกทำเช่นนี้อย่างน้อยวันละ 5 นาที ภายใน 1-2 เดือน นักศึกษาจะพบว่าตนเองสามารถอ่านได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
*สุดท้ายก้อขอฝากน้องไว้สักนิดหนึ่ง*การสอบควรใช้สมาธิและความรู้ที่มีอยู่ในสมองออกมาทำงานร่วมกับจิตใจ....สำหรับคนที่มีไม่มีความรู้อะไรกรุณาจำหลักการไว้
1.ใช้หน้าตาเป็นอาวุธคือทำหน้าตาน่าสงสาร แอบแบ้วเอาไว้
2.สำหรับคนที่อยู่ทางภาคเหนือหรือคอยาวนั่นเองใช้คอนี้แหละให้เป็นประโยชน์
3.สำหรับเด็กที่อาจารย์โปรดที่สุดใช้ความสนิทสนมหลอกให้อาจารย์ออกจากห้องจากนั่นก้อ....คิดเอาเอง
4.ถ้าอาจารย์คุมเข้มมากไม่ยอมออกจากห้องให้นัดกับเพื่อนใช้สัญญานมือเอา
5.ถ้าใช้สัญานมือไม่ได้ ต้องใช้สุภาษิต อัตตาหิ อัตโนนาโธ ตนแลเป็นที่แห่งตน
Friday, May 8, 2009
http://th.upload.sanook.com/A0/0ce50eb0e4a1ff8492db62f73c03de4f
http://th.upload.sanook.com/A0/0ce50eb0e4a1ff8492db62f73c03de4f
300 บาท
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี ภูมิภัทร
ออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 3160178447
300 บาท
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี ภูมิภัทร
ออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 3160178447
Friday, April 24, 2009
ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
แนวข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี ภูมิภัทร
ออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 3160178447
ขอความอนุเคราะห์ แล้วแต่จะเมตตา หาเงินเพื่อจัดทำเว็บไซต์สำหรับครู ครู ทั้งหลายที่อยากจะเลื่อนวิทยฐานะ
http://oopps.bloggang.com/rss
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี ภูมิภัทร
ออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 3160178447
ขอความอนุเคราะห์ แล้วแต่จะเมตตา หาเงินเพื่อจัดทำเว็บไซต์สำหรับครู ครู ทั้งหลายที่อยากจะเลื่อนวิทยฐานะ
http://oopps.bloggang.com/rss
Tuesday, April 14, 2009
สอบครูผู้ช่วย,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครู
สอบครูผู้ช่วย,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครู,แนวข้อสอบครู,สอบครู,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศ
Subscribe to:
Posts (Atom)