ค้นหาข้อสอบ ในเว็บไซต์แห่งนี้

Monday, January 24, 2011

ไม่รู้จะตรงใจรึเปล่า แต่ก็จะพยายาหาข้อมูลมาให้เรื่อยๆนะครับ

ข้อสอบสังคมเยียวยารอบ  2 ( เฉลยแล้ว ข้อ 14 ไม่แน่ใน )

1.ครูสังคมศึกษาจะสอนเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ คิวบา นิวซีแลนด์ ควรสอนเรื่องใดที่มีความคล้ายคลึงกัน
ก. ประวัติศาสตร์
ข. การปกครอง
ค. ลักษณะภูมิประเทศ
ง. ลักษณะประชากร

(
ข้อสังเกต ทุกประเทศตั้งอยู่บนเกาะ)

2.
เพลงใดที่คุณครูสังคมศึกษาควรนำมาสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมได้ดีสุด
ก. เมดอินไทยแลนด์ (เมดอินไทยแลนด์ แดนดินไทยเรา เก็บกันจนเก่า เรามีแต่ของดีดี...)
ข. คนบ้านเดียวกัน (คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากัน ก็เข้าใจอยู่...)
ค. คนไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ (ภาระในเขตอ้อมแขน คนไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้...)
ง. สยามเมืองยิ้ม (แม้เพียงข้าวสุกหนึ่งจาน ใครลืมของท่านนั้นเนรคุณ...)

3.
พฤติกรรมข้อใดที่ครูปฏิบัติแล้ว เป็นการสอนคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่ดีให้นักเรียนโดยครูไม่ต้องสอน
ก. ตรงต่อเวลา
ข. แต่งกายสวย
ค. พูดจาไพเราะ
ง. ให้โอกาส

4.
การสอนวิชาประวัติศาสตร์ หลักฐานในข้อใดมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด
ก. พงศาวดาร จดหมายเหตุ คำบอกเล่า
ข. พงศาวดาร วรรณกรรม จดหมายเหตุ
ค. วรรณกรรม ตำนาน พงศาวดาร
ง. วรรณกรรม พงศาวดาร นิทานพื้นบ้าน

5.
การนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสอนในวิชาสังคมศึกษา เพื่อการนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง ข้อใดถูกต้อง
ก. สอดแทรกในสาระที่ 2 หน้าที่พลเมืองวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิต
ข. สอดแทรกในสาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
ค. สอดแทรกในสาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
ง. สอดแทรกในสาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

6.
ข้อใดเป็นทักษะและความสามารถของครูมืออาชีพ
ก. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
ข. การกำหนดหน่วยการเรียน
ค. การวิเคราะห์หลักสูตร
ง. การวิเคราะห์ผู้เรียน

7.
คุณภาพผู้เรียนวิชาสังคมศึกษาดี ข้อใดถูกต้อง
ก. เป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญ
ข. เป็นไปเพื่อสร้างจิตสำนึกของการเป็นคนดี
ค. เป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมเข้าใจปัญหาสังคม
ง. เป็นมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อมนุษย์และสังคมที่ดี

8.
คุณธรรมข้อใดควรปลูกฝังให้เป็นคุณลักษณะของนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม
ก. การให้อภัย
ข. การเสียสละ
ค. ความมีเหตุผล
ง. ความสุภาพอ่อนน้อม

9.
คุณลักษณะที่ดีของครูสังคมศึกษา ข้อใดสำคัญที่สุด
ก. มีคุณธรรม จริยธรรม
ข. มีเหตุมีผล ทันเหตุการณ์ รู้รอบ
ค. มีความรอบรู้เนื้อหาวิชาอย่างดี
ง. มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย

10.
กิจกรรมข้อใดแสดงว่าครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างแท้จริง
ก. นำนักเรียนไปเรียนรู้ที่แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน
ข. แนะนำนักเรียนไปสัมภาษณ์ครูภูมิปัญญาด้านภาษาถิ่น
ค. ให้นักเรียนแสดงละครประวัติศาสตร์เรื่องพระนเรศวร
ง. ให้นักเรียนทำโครงงานสำรวจตามที่นักเรียนสนใจเกี่ยวกับพลเมืองดี

11.
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ดีควรมีลักษณะตามข้อใด
ก. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามจุดประสงค์
ข. การวัดและประเมินผลครอบคลุมเนื้อหา
ค. สื่อนวัตกรรม พัฒนาการเรียนรู้ได้จริง
ง. ผ่านการตรวจรับรองจากผู้บริหารโรงเรียน

12.
การจัดการเรียนรู้ที่เป็นแนวทางการแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ดีที่สุดในวิชาสังคมศึกษาควรเป็นแบบใด
ก. แบบโยนิโสมนสิการ
ข. แบบวิธีการทางประวัติศาสตร์
ค. แบบอริยสัจสี่
ง. แบบผู้เรียนใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

13.
การสอบรูปแบบใดที่ครูต้องมีศรัทธาและเป็นกัลยาณมิตรกับผู้เรียนมากที่สุดจึงจะประสบความสำเร็จ
ก. แบบอริยสัจสี่
ข. แบบวิธีการทางประวัติศาสตร์
ค. แบบสืบเสาะหาความรู้
ง. แบบโยนิโสมนสิการ

14.
การสอนตามข้อใดเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมในสังคมมากที่สุด
ก. ให้เลิกนินทาว่าร้ายคนอื่น
ข. ประพฤติตามทำนองครองธรรม
ค. ให้เสียสละลดความเห็นแก่ตัว
ง. ประพฤติตามกฎระเบียบของโรงเรียน (ไม่แน่ใจครับ)

15.
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการในข้อใดที่สามารถพัฒนาผู้เรียนในวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดได้
ก. แบบคู่ขนาน
ข. แบบสหวิทยาการ
ค. แบบสอดแทรก
ง. แบบสัมพันธ์

16.
ข้อใดเป็นการสอนนักเรียนในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ตามหลักประชาธิปไตย
ก. ให้นักเรียนจับคู่กันวิเคราะห์ข่าว
ข. ให้นักเรียนจับคู่กันแสดงบทบาทสมมุติ
ค. ให้นักเรียนจับคู่กันตอบปัญหา
ง. ให้นักเรียนจับคู่กันอภิปรายสรุปเรื่องที่เรียน

17.
สาเหตุสำคัญข้อใดทำให้คนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ก. ขาดความรับผิดชอบ
ข. เห็นแก่ตัว
ค. ไม่มีวินัย
ง. ไม่รู้กฎหมาย

18.
ข้อใดไม่ใช่ทักษะทางวิชาการ
ก. การคิด
ข. การจัดการกับความรู้
ค. การดูแลรักษาเอาใจใส่
ง. การสร้างองค์ความรู้ใหม่

19.
การสอนเรื่องหลักธรรมทางศาสนา จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ดีควรวัดผลถึงระดับใด
ก. การปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้
ข. การแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติตามได้
ค. การประเมินการปฏิบัติของผู้ที่แนะนำได้
ง. การมีศรัทธาในหลักธรรม

20.
ข้อใดเป็นการสอนวิชาสังคมศึกษาเพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทย ให้ยั่งยืนในตัวนักเรียนตลอดไป
ก. การสอนแบบอภิปราย
ข. การสอนแบบกระบวนการกลุ่ม
ค. การสอนแบบค้นพบ
ง. การสอนแบบแก้ปัญหา

21.
วิธีการเรียนการสอนแบบใดที่เน้นผู้เรียนใช้ทักษะทางสังคมมากที่สุด
ก. การสอนแบบศูนย์การเรียน
ข. การสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น
ค. การสอนด้วยเพลงและเกม
ง. การสอนด้วยการแสดงบทบาทสมมุติ

22.
ตัวบ่งชี้ในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยกเว้นข้อใด
ก. ครูเสถียรให้นักเรียนทำรายงานประวัตินักบาสเกตบอล
ข. ครูสุชาติให้นักเรียนทำโครงงานเรื่องยางพารา
ค. ครูสุรชัยให้นักเรียนวาดรูปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ง. ครูกิตติกรให้นักเรียนเขียนโปรแกรมบังคับหุ่นยนต์

23.
การเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาฯ ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ผู้สอนต้องรับผิดชอบผู้เรียน
ข. ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบภาระงานของผู้เรียน
ค. ผู้บริหารต้องรับผิดชอบกำกับดูแลผู้สอน
ง. ผู้เรียนต้องรับผิดชอบการเรียนของตน

24.
การสอนให้นักเรียนรู้จักตนเอง พึ่งตนเองได้เป็นการสอนด้านใดให้กับผู้เรียน
ก. ด้านความรู้
ข. ด้านทักษะกระบวนการ
ค. ด้านเจตคติและค่านิยม
ง. ด้านทักษะชีวิต

25. “
การเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในสาระใด
ก. สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม
ข. สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
ค. สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
ง. สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

26.
ข้อใดสรุปการวิเคราะห์หลักสูตรได้ถูกต้อง
ก. มีหลักการ มีหลักฐาน ทำได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ข. มีหลักการ รู้จริง ทำจริง ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ค. รู้จริง ทำถูกต้อง ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ง. รู้มาก ทำจริง ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน

27.
ทักษะทางสังคมข้อใดถูกต้อง
ก. การเห็นคุณค่า เคารพตนเองและผู้อื่น
ข. การสืบค้นข้อมูลความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่
ค. การคิดและนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ
ง. การแสวงหาและจัดการกับข้อมูลความรู้ต่าง ๆ

28.
กิจกรรมในข้อใดเป็นการสอนสาระประวัติศาสตร์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ดีที่สุด
ก. ให้นักเรียนไปเรียนรู้จากสถานที่จริงและทำรายงานส่ง
ข. ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติการปกครองสุโขทัย
ค. ให้นักเรียนกำหนดหัวข้อที่สนใจทำโครงงาน
ง. ให้นักเรียนที่แบ่งกลุ่มทำรายงานตามที่ครูกำหนด

29.
บุคคลในข้อใดเป็นครูมืออาชีพ
ก. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้ สอนโดยยึดความแตกต่างของผู้เรียน
ข. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้สอนโดยให้นักเรียนศึกษาในความรู้และตอบคำถามด้วยตนเอง
ค. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้สอนโดยครูอธิบายชี้แจงจนนักเรียนเข้าใจและให้ตอบคำถาม
ง. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้สอนตามความพอใจของครู

30.
ข้อใดเป็นการสอนให้นักเรียนฝึกการคิดขั้นสูงโดยตรง
ก. สอนแบบสืบเสาะหาความรู้
ข. สอนแบบโยนิโสมนสิการ
ค. สอนแบบวิธีการทางประวัติศาสตร์
ง. สอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้

 

 

 

 

 

ข้อสอบปฐมวัย

1.    พัฒนาการขั้นขีดเขี่ย เป็นความสามารถในการเรียนของเด็กวัยใด
ก. วัย 1 - 1 ขวบ ครึ่ง
ข. วัย 1 ขวบ ครึ่ง - 2 ขวบ
ค. วัย 2 -3 ขวบ
ง. วัย 3 - 4 ขวบ

2.
มาตรฐานการช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านใด
ก. ร่างกาย
ข. สังคม
ค. อารมณ์
ง. สติปัญญา

3.
เป้าหมายหลักในการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามหลักสูตรที่ใช้ในปัจจุบัน คือข้อใด
ก. มุ่งพัฒนาให้เด็กเก่งและดี
ข. เพื่อพัฒนาเด็กให้คิดเป็น ทำเป็น
ค. เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการเติบโตแข็งแรง
ง. เพื่อพัฒนาเด็กตามศักยภาพของบุคคล

4. กิจกรรมใดส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้มากที่สุด
ก. ต่อภาพ
ข. ร้อยลูกปัด
ค. พับกระดาษ
ง. ปั้นดินน้ำมัน

5.
ปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนคือข้อใด
ก. ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมมือกัน
ข. พันธุกรรมและการเลี้ยงดูที่ดี
ค. พ่อแม่และครูที่ดีมีความเข้าใจเด็ก
ง. การเลี้ยงดูที่เหมาะสม และโอกาสการเรียนรู้

 


6.
เด็กปฐมวัย หมายถึงใคร
ก. เด็กอนุบาล
ข. เด็กก่อนประถมศึกษา
ค. เด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ
ง. เด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 5 ขวบ

7.
แบบฝึกหัดที่เหมาะสมกับการใช้สอนเด็กปฐมวัยน้อยที่สุด
ก. แบบฝึกระบายสีภาพที่กำหนด
ข. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
ค. แบบฝึกเขียนพยัญชนะไทย
ง. แบบฝึกทักษะกล้ามเนื้อมือ

8.
ข้อใดเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ก. ให้ความรู้ที่เหมาะสมกับวัย
ข. ผู้เรียนมีอิสระในการเรียน
ค. กิจกรรมหลากหลายได้ปฏิบัติและสืบค้น
ง. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีระเบียบและแบบแผน

9.
การพัฒนาโดยองค์รวม หมายถึงข้อใด
ก. การพัฒนาผู้เรียนให้ทั่วถึงทุกคน
ข. การจัดกิจกรรมให้ครบ 6 กิจกรรม
ค. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาครบทุกด้าน
ง. ผู้เรียนได้รับกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน

10.
ข้อใดเป็นแนวการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย
ก. เรียนปนเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมาย
ข. เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น แบ่งเป็นเวลา
ค. กิจกรรมที่ควรจัดให้ครบในแต่ละวัน คือ เรียน เล่น กิน นอน
ง. เด็กเหมือนผ้าขางที่ยังไม่มีข้อมูลใดมาก สามารถป้อนข้อมูลให้ง่าย

11.
ข้อความเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. เป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก
ข. คือสิ่งเรียนรู้ สิ่งที่อยากรู้ และสิ่งที่ควรรู้
ค. ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ
ง. แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญ และสาระที่เรียนรู้

12.
กิจกรรมการเต้นตามจังหวะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านใด
ก. ทักษะทางร่างกาย
ข. ทักษะการเคลื่อนไหว
ค. จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ง. การประสานสัมพันธ์ของประสาทหู และส่วนควบคุมกล้ามเนื้อ

13.
ประโยชน์ข้อใดที่ได้จากการเล่นกิจกรรมภาพตัดต่อน้อยที่สุด
ก. ฝึกแก้ปัญหา
ข. การฝึกสมาธิ
ค. ฝึกการสังเกต
ง. ฝึกกล้ามเนื้อย่อย

14.
พฤติกรรมใดเป็นพฤติกรรมตามวัยของเด็กอายุ 4 ขวบ
ก. เล่นแบบคู่ขนาน
ข. เล่นทำงานเป็นกลุ่มได้
ค. ตัดกระดาษในแนวเส้นตรงที่กำหนดได้
ง. ตัดกระดาษในแนวเส้นโค้งที่กำหนดได้

15.
เป้าหมายที่ควรเน้นในการจัดการศึกษา คือ ข้อใด
ก. ให้มีความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่เรียน
ข. ให้สามารถจำแนก ตัดสินใจเลือก
ค. ให้คิดเป็น มีความรู้ความเข้าใจ
ง. ให้สามารถจำแนกและรู้ในเนื้อหาที่เรียนได้

16.
ขั้นตอนใดที่สำคัญทีสุดในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกสถานที่
ก. การเดินทาง
ข. การวางแผน
ค. การเก็บข้อมูล
ง. การอภิปรายสรุป

17.
ข้อใดที่แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความคิดระดับสูง
ก. สามารถเรียงลำดับสีจากอ่อนไปแก่ได้ถูกต้อง
ข. สามารถรับรู้และบอกได้ว่ากลิ่นใดหอม กลิ่นใดเหม็น
ค. สามารถบอกรสชาติของสิ่งที่ลิ้มลองได้ถูกต้อง
ง. สามารถจับคู่สิ่งที่เหมือนกันได้ถูกต้อง

18.
ข้อใดคือคำถามที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้คิดสรุปและประเมินค่า
ก. ของเล่นในตะกร้านี้มีสีอะไรบ้าง
ข. ของเล่นที่นักเรียนชอบเล่นคือ อะไร
ค. ของเล่นชนิดใดที่สามารถเปียกน้ำได้
ง. ของเล่นทั้งหมดนี้สามารถจัดเป็นกลุ่มได้กี่กลุ่ม กลุ่มใดมีมากที่สุด

19.
กิจกรรมใดที่ไม่เหมาะกับการจัดในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์
ก. การทดลอง
ข. การซักถาม
ค. การระดมสมอง
ง. การแข่งขันความแข็งแรง

20.
กิจกรรมใดส่งเสริมการพัฒนาการด้านสติปัญญาได้มากที่สุด
ก. การฉีกปะภาพที่กำหนด
ข. การลากเส้นตามรอยประ
ค. การต่อเติมเสริมภาพจากที่กำหนด
ง. การระบายสีภาพตามที่กำหนดให้

21.
แนวการสอนใดที่เน้นการพัฒนามนุษย์ให้มีความสมบูรณ์ มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ มีครูเป็นแบบอย่าง ให้ความสำคัญต่อจิตวิญญาณและความรู้สึกมากกว่าวัตถุ
ก. การสอนแบบวอลดอร์ฟ
ข. การสอนแบบนิโอ-ฮิวเมนิส
ค. การสอนแบบมอนเตสซอรี
ง. การสอนแบบจิตตปัญญา

22.
กิจกรรมใดที่ไม่เหมาะกับเด็กปฐมวัย
ก. การคัดลายมือ
ข. การฟังสารคดีสั้นๆ
ค. การอ่านหนังสือนิทาน
ง. การเล่าเรื่องจากประสบการณ์

23.
กิจกรรมใดที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้มากที่สุด
ก. การระบายสีภาพ
ข. การเล่นต่อไม้บล็อกสี
ค. การเล่นต่อแผ่นรูปเรขาคณิต
ง. การเล่นการจำแนก จัดหมวดหมู่สิ่งของ

24.
ขั้นตอนแรกของกิจกรรมการทดลองคือข้อใด
ก. จัดเตรียมอุปกรณ์
ข. ตั้งสมมุติฐาน
ค. กำหนดปัญหา
ง. รวบรวมข้อมูล

25.
รูปแบบการสอนใด เน้นวิธีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องมีวินัยในตนเอง
ก. การสอนแบบโครงการ
ข. การสอนแบบมอนเตสซอรี
ค. การสอนแบบบูรณาการ
ง. การสอนภาษาแบบธรรมชาติ

26.
คำถามลักษณะใดที่เป็นคำถามปลายเปิด
ก. ผลไม้ที่เด็กรับประทานนั้นชื่อว่าอะไร
ข. ผลไม้อะไรที่มีเปลือกแข็ง มีหนาม
ค. ผลไม้ชนิดใดที่นักเรียนชอบมากที่สุด
ง. บอกชื่อผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมาให้มากที่สุด

27.
การประเมินผลตามสภาพจริง หมายถึงข้อใด
ก. การทดสอบก่อนและหลังการสอน
ข. การบันทึกหลังสอนท้ายแผนการจัดประสบการณ์
ค. การบันทึกเหตุการณ์ประจำวันที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
ง. การบันทึกผลการสังเกต และรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติในชั้นเรียน

28.
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ สืบค้น ทดลอง ทดสอบ และสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง เป็นการสอนแบบใด
ก. การสอนแบบโครงงาน
ข. การสอนแบบบูรณาการ
ค. การสอนแบบมอนเตสซอรี
ง. การสอนแบบวอลดอร์ฟ

29.
ข้อใดมีผลต่อการประเมินพัฒนาการที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด
ก. การบันทึกผลการสังเกตอย่างต่อเนื่อง
ข. การวางแผนเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม
ค. การดำเนินการตามขั้นตอนในคู่มือการประเมิน
ง. ผู้ประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กอย่างถูกต้อง ชัดเจน

30.
เกมการศึกษาประเภทใดที่ช่วยพัฒนาความคิดขั้นสูง
ก. เกมตารางมิติสัมพันธ์
ข. เกมโดมิโน
ค. เกมลอตโต
ง. เกมจับคู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อสอบการงาน

ดูเอกสารประกอบ เฉลยใน

คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

 

1. ข้อใด ไม่ใช่ เป้าหมายที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (หน้าที่ 3)

ก. เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่องาน

ข. มีทักษะการทำงานเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม

ค. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานอาชีพและเทคโนโลยี

ง. นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงานอย่างถูกต้อง

2. การเรียนรู้ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้ ทักษะ และความดีของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นการเรียนรู้ในลักษณะใด  (หน้าที่ 4 บรรทัดที่ 5)

ก. การทำงานอย่างมีกลยุทธ์

ข. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์

ค. ยึดงานและการแก้ปัญหาเป็นสำคัญ

ง. เห็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างคุ้มค่า

3. "ความรู้ความสามารถของผู้เรียน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเรียนรู้ในแต่ละปีหรือภาค" เรียกว่าอะไร (หน้าที่ 52 บรรทัดที่1)

ก. คำอธิบายรายวิชา

ข. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้น

ค. สาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค

ง. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค

4. วิธีการวัดและประเมินผลที่สามารถสะท้อนผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงของผู้เรียนและครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการและคุณธรรมจริยธรรม เป็นการวัดและประเมินผลแบบใด (หน้าที่ 132)

ก. การวัดเพื่อวินิจฉัย

ข. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริง

ค. การวัดและประเมินผลจากการปฏิบัติ

ง. การวัดและประเมินผลด้านความสามารถ

5. คุณธรรมในข้อใดที่กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนในทุกช่วงชั้น (หน้าที่ 4)

ก. ขยัน ประหยัด รับผิดชอบ

ข. ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มุ่งมั่น

ค. ขยัน อดออม ประหยัด ซื่อสัตย์

ง. รับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม

6. การจัดสาระหลักสูตรกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีสามารถเลือกจัดได้หลายแบบ แต่จะต้องคำนึงถึงความพร้อมของสถานศึกษาด้านต่างๆต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด (หน้าที่ 48)

ก. ผู้สอน อุปกรณ์

ข. สถานที่ สภาพแวดล้อม

ค. เวลา งบประมาณ

ง. ความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน

7. "การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้มีการเลือกใช้กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการทำงานร่วมกับผู้อื่น" เป็นการจัดการเรียนรู้รูปแบบใด (หน้าที่ 130)

ก. การเรียนรู้จากประสบการณ์

ข. การเรียนรู้จากการทำงานกลุ่ม

ค. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

ง. การเรียนรู้จากการศึกษาค้นคว้า

8. สิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีประสิทธิภาพคือข้อใด

ก. ความรู้ความสามารถของผู้สอน

ข. เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่าย

ค. การกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

ง. การใช้สื่อการสอนที่ทันสมัย

9. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านคุณภาพของผู้เรียนของกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับทักษะในการทำงาน (หน้าที่ 24)

ก. ทำงานเพื่อการดำรงชีวิตในครอบครัว

ข. ทำงานอย่างมีกลยุทธ์

ค. ทำงานเพื่อการประกอบอาชีพ

ง. ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตร พ.ศ.2544 และใช้ในปี 2552 นี้

ก. มีจำนวน 5 สาระ  ( มี4 สาระ)

ข. ยกเลิกสาระการอาชีพ (ไม่ยกเลิกเป็นสาระที่ 4)

ค. เปลี่ยนสาระที่ 4  เดิมเป็นสาระที่ 3 ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ง. สาระที่ 4 คือเทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ  (เป็นอาชีพ)

11. "การนำเอาผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาคและสาระการเรียนรู้รายปี/รายภาคมาเขียนหลอมรวมเป็นงานบูรณาการ" ในลักษณะความเรียง เรียกว่าอะไร (หน้าที่ 52)

ก. คำอธิบายรายวิชา

ข. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้น

ค. หน่วยการเรียนรู้

ง. แผนการจัดการเรียนรู้

12. "ใช้เทคโนโลยีในการทำงาน การผลิต การออกแบบ การแก้ปัญหา การสร้างงาน การสร้างอาชีพสุจริตอย่างมีความเข้าใจ มีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และมีความคิดสร้างสรรค์" เป็นเรื่องของอะไร (หน้าที่ 37 สาระที่ 5 มฐ ง5.1)

ก. คุณภาพผู้เรียน

ข. สาระการเรียนรู้

ค. มาตรฐานการเรียนรู้

ง. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

13. ข้อใดไม่จัดเป็นแหล่งเรียนรู้ (หน้าที่ 144)

ก. สื่ออิเล็กทรอนิกส์

ข. ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ค. ทรัพยากรธรรมชาติ

ง. แผนการเรียนรู้

14. ข้อใดไม่ใช่สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว (หน้าที่ 6-7)

ก. การพัฒนาความสามารถของมนุษย์ในการแก้ปัญหา

ข. การจัดการด้านเศรษฐกิจของครอบครัว

ค. บ้านและชีวิตความเป็นอยู่ในบ้าน

ง. การปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์

15. ผู้สอนควรมีกิจกรรมฝึกให้ผู้เรียนมีการประเมินตนเองในด้านใด (หน้าที่ 141-142)

ก. ด้านความรู้และความคิด

ข. ด้านอารมณ์และความรู้สึก

ค. ด้านความรู้และการปฏิบัติ

ง. ด้านความคิดและความรู้สึก

16. ข้อใดเป็นกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ (หน้าที่ 154)

ก. ข้อมูลสารสนเทศ การสื่อสารข้อมูล และเครือข่าย

ข. หลักการแก้ปัญหา หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์และการจัดการข้อมูล

ค. การวิเคราะห์ปัญหา วางแผน ดำเนินการตามแผน ตรวจสอบแก้ไข

ง. การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดการ และการประมวลข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศ

17. "การนำเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการทำงานการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการใหม่ ๆ " เป็นโครงสร้างการเรียนรู้ ของสาระใด (หน้าที่ 4 )

ก. การดำรงชีวิตและครอบครัว

ข. การออกแบบและเทคโนโลยี

ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ง. ทุกสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

18. ข้อใดกล่าวถึงสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ถูกต้อง (หน้าที่ 41)

ก. ทุกกลุ่มสาระการเรียนต้องจักสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

ข. สามารถจัดได้ทุกช่วงชั้น

ค. จัดได้ตามความต้องการของผู้เรียนหรือท้องถิ่น

ง. กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่เปิดสอน

19. "การนำความรู้ ทักษะ และทรัพยากร มาสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการ โดยผ่านกระบวนการเพื่อแก้ปัญหาสนองความต้องการในการทำงานของมนุษย์" หมายถึงเรื่องใด (หน้าที่ 153 ข้อ 11)

ก. การเรียนรู้

ข. การออกแบบ

ค. เทคโนโลยี

ง. เทคโนโลยีสารสนเทศ

20. การจัดการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่สำคัญควรดำเนินการอย่างไร (หน้าที่ 127)

ก. กำหนดเป็นงาน

ข. กำหนดเป็นกิจกรรมใบงาน

ค. กำหนดเป็นภารกิจย่อยๆ

ง. กำหนดเป็นการปฏิบัติ

21. "มีทักษะกระบวนการทำงานและการจัดการ การทำงานเป็นกลุ่ม การแสวงหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาในการทำงาน รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่องาน" เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ของสาระในข้อใด

ก. การดำรงชีวิตและครอบครัว (มฐ ง 1.2)

ข. การออกแบบและเทคโนโลยี

ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ง. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ

22. "ความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงานและจัดระบบคนเพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ" เป็นทักษะด้านใด (หน้าที่ 149)

ก. ทักษะการจัดการ

ข. ทักษะกระบวนการกลุ่ม

ค. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

ง. ทักษะการทำงานเพื่อการดำรงชีวิต

23. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการที่ก่อให้เกิดทักษะในการทำงานรวมทั้งสร้างพัฒนางานและวิธีการใหม่ (หน้าที่ 128 ข้อ 3)

ก. กระบวนการคิด กระบวนการทำงาน

ข. กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแบบมีส่วนร่วม

ค. กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการตัดสินใจ

ง. กระบวนการพัฒนา กระบวนการสนับสนุน

24. "การเขียนงานที่ต้องเขียนให้ครอบคลุมชื่องาน ขอบเขตและคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลงานเชิงประจักษ์" เป็นการทำงานเกี่ยวกับเรื่องใด (หน้าที่64-65)

ก. การเขียนคำอธิบายรายวิชา

ข. การเขียนสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี

ค. การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้

ง. การเขียนขอบเขตของสาระการเรียนรู้ช่วงชั้น

25. การจัดการเรียนรู้ให้ครบองค์รวมตามโครงสร้างความรู้(Structure of Knowledge) ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ผู้เรียนจะได้รับสิ่งใดบ้าง (หน้าที่ 127)

ก. ความรู้ การปฏิบัติงาน การจัดการ คุณธรรม จริยธรรม

ข. ความรู้ การทำงาน ความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม

ค. ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม

ง. ความรู้ ความสามารถ กระบวนการทำงาน คุณธรรม จริยธรรม

26. การจัดโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละช่วงชั้นจะประกอบด้วยอะไรบ้าง (หน้าที่47)

ก. มาตรฐานการเรียนและสาระการเรียนรู้

ข. สาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

ค. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและหลักสูตรสถานศึกษา

ง. หลักสูตรสถานศึกษาและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

27. "วางแผนเลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับงาน" เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นใดของสาระเทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ (หน้าที่ 37)

ก. ช่วงชั้นที่ 1

ข. ช่วงชั้นที่ 2

ค. ช่วงชั้นที่ 3

ง. ช่วงชั้นที่ 4

28. "งาน" ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ข้อใด (หน้าที่64)

ก. งานในห้องเรียนและงานนอกสถานที่

ข. งานตามสภาพจริงและงานบูรณาการ

ค. งานบ้านและงานเกษตร

ง. งานออกแบบและงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

29. หัวใจสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับกลุ่มสาระการงานอาชีพ และเทคโนโลยีคือข้อใด (หน้าที่ 127)

ก. การจัดการเรียนรู้

ข. จุดประสงค์การเรียนรู้

ค. กระบวนการเรียนรู้

ง. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

30. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรสาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว (หน้าที่ 42-43)

ก. แต่ละชั้นปีต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ครบทั้ง 5 งาน

ข. ในหนึ่งภาคเรียนสามารถจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กี่งานก็ได้

ค. การจัดการเรียนรู้ 5 งานสามารถแยกจัดเป็นงานๆในแต่ละปี/ภาค

ง. การจัดการเรียนรู้ 5 งานสามารถจัดบูรณาการในแต่ละปี/ภาค


--

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ 
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ


(เฉลยเยียวยาการปฐมวัย)
1.ค 2. ง 3.ข 4. ก 5.ง 6.ค. 7. ค 8.ง 9. ง 10.ข
11.ค 12.ง 13.ก 14.ค 15.ก 16.ข 17.ก 18.ข 19.ก 20.ก
21.ค 22.ค 23.ข 24.ง 25.ค 26.ก 27.ง 28.ก 29.ข 30.ข
31.ง 32.ง 33.ค 34.ข 35.ข 36.ค 37.ข 38.ก 39.ง 40.ข
41.ง 42.ก 43.ค 44.ค 45.ค 46.ก 47.ข 48.ง 49.ก 50.ก
51.ข 52.ค 53.ง 54.ง 55.ก 56.ค 57.ง 58.ก 59.ก 60.ข
61.ค 62.ง 63.ง 64.ข 65.ง 66.ก 67.ค 68.ค 69.ค 70.ข
71.ง 72.ข 73.ง 74.ก 75.ข 76.ค 77.ง 78.ก 79.ค 80.ง
81.ข 82.ค 83.ง 84.ข 85.ง 86.ข 87.ค 88.ง 89.ข 90.ง
91.ง 92.ค 93.ก 94.ง 95.ก 96.ข 97.ง 98.ง 99.ข 100.ค

1. ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย กำหนดอายุการพัฒนาเด็กไว้เท่าใด
ก. 3 – 5 ปี ข. 4 – 6 ปี
ค. แรกเกิด – 5 ปี ง. 0 – 6 ปี
2. พัฒนาการแต่ละวัยอาจจะเกิดขึ้นตามวัยมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อใด
ก. สภาพแวดล้อม
ข. การอบรมเลี้ยงดู
ค. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ง. ถูกทุกข้อ
3. ระยะเวลาเรียนที่ใช้ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย คำนึงถึง
ก. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ข. อายุ
ค. สิ่งแวดล้อม
ง. สภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
4. สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็ก 3 – 5 ปี ประกอบด้วยกี่ส่วนอะไรบ้าง
ก. 2 ส่วน คือประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้
ข. 2 ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญและพัฒนาการของเด็กทุกด้าน
ค. ส่วนเดียว คือ ประสบการณ์สำคัญ
ง. ส่วนเดียว คือ สาระที่ควรเรียนรู้
5. ข้อใดไม่ใช่ สาระที่ควรเรียนรู้ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
ข. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
ค. ธรรมชาติรอบตัว
ง. สิ่งมีชีวิตบนโลก
6. การสอนตามแนวคิดนีโอ – ฮิวแมนิส (Neo – Humanist) มีแนวคิดที่เชื่อว่า….?
ก. เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากการเลียนแบบ
ข. การสอนภาษาให้กับเด็กต้องเป็นการสอนภาษาที่สื่อความหมายกับเด็ก
ค. เด็กเปรียบเสมือนกิ่งไม้ไผ่อ่อนๆ ที่ดัดได้
ง. เด็กจะสืบค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบของตนเอง
7. ข้อใดคือระยะความสนใจของเด็กปฐมวัยในช่วงอายุ 4 ปี
ก. ประมาณ 5 นาที ข. ประมาณ 8 นาที
ค. ประมาณ 12 นาที ง. ประมาณ 15 นาที
8. กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี ควรใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเท่าใด จึงจะเหมาะสม
ก. ประมาณ 20 นาที
ข. ประมาณ 20 – 30 นาที
ค. ประมาณ 30 – 40 นาที
ง. ประมาณ 40 – 60 นาที
9. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ก. เล่านิทาน
ข. การทดลอง/ปฏิบัติการ
ค. การศึกษานอกสถานที่
ง. การวาดภาพระบายสี
สอบครูดอทคอมแนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย
10. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตร
ก. วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา
ข. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค. วิเคราะห์สาระการเรียนรู้
ง. กำหนดรูปแบบการจัดประสบการณ์
11. การกำหนดหัวเรื่องในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก สามารถทำได้ 3 วิธี ข้อใดไม่ใช่
ก. ผู้สอนและเด็กร่วมกันกำหนด
ข. ผู้สอนเป็นผู้กำหนด
ค. ผู้บริหารกับผู้สอนร่วมกันกำหนด
ง. เด็กเป็นผู้กำหนด
12. ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. จุดประสงค์, สาระการเรียนรู้
ข. กิจกรรม, สื่อ
ค. การประเมินผล
ง. ถูกทุกข้อ
13. ข้อใดคือการจัดมุมประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุด
ก. มุมวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้มุมศิลปะ
ข. มุมบล็อกอยู่ติดกับมุมหนังสือ
ค. มุมหนังสืออยู่ใกล้มุมบทบาทสมมุติ
ง. มุมบล็อกอยู่ห่างมุมบทบาทสมมุติ
14. ข้อใดคือคุณสมบัติข้อแรกของครูผู้สอนปฐมวัย ที่ผู้บริหารสถานศึกษาควรคำนึงถึง
ก. มีความเป็นระเบียบ สะอาด รู้จักประหยัด
ข. รักเด็ก จิตใจดี ใจเย็น
ค. มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาล หรือผู้ที่ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
ง. พูดจาสุภาพเรียบร้อย ชัดเจนเป็นแบบอย่างได้
15. ข้อใดคือบทบาทของชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ก. สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของสถานศึกษา
ข. นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตรอย่างเป็นระบบ
ค. เป็นผู้เสริมสร้างการเรียนรู้
ง. จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
16. ข้อใดคือ ความหมาย ของคำว่า “เด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ”
ก. เด็กพิการ
ข. เด็กที่มีสภาพร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ ที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป
ค. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ
ง. เด็กด้อยโอกาส
17. ใครเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างรอยเชื่อมต่อระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ 1
ก. ผู้บริหารสถานศึกษา
ข. ครูผู้สอน
ค. ตัวเด็กเอง
ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
18. ข้อใดคือช่วงของวัยเด็กที่สำคัญที่สุดที่สมองของเด็กเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ก. 0 – 1 ปี ข. 0 – 3 ปี
ค. 1 – 3 ปี ง. 3 – 5 ปี
19. การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3 – 5 ปี ควรจัดลักษณะรูปแบบใด
ก. กิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น
ข. จัดเป็นรายวิชา
ค. จัดเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง. จัดตามประสบการณ์ของครูผู้สอน
20. ข้อใดคือประสบการณ์ที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
ก. การคิด, การใช้ภาษา
ข. ดนตรี, การเล่น
ค. การรักษาสุขภาพ, การรักษาความปลอดภัย
ง. การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่
21. การจัดการศึกษาปฐมวัย สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ที่มีความเสี่ยงต่อสภาพความผิดปกติ ซึ่งพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมากที่สุดคือ กลุ่มเด็กอายุเท่าใด
ก. ต่ำกว่า 1 ปี ข. ต่ำกว่า 2 ปี
ค. ต่ำกว่า 3 ปี ง. ต่ำกว่า 4 ปี
22. กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควร ใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่ากี่นาที
ก. 10 นาที ข. 15 นาที
ค. 20 นาที ง. 25 นาที
23. การประเมินเด็กปฐมวัยยึดวิธีการใดเป็นส่วนใหญ่
ก. การสัมภาษณ์ ข. การสังเกต
ค. การทดสอบ ง. การตอบคำถาม
24. พัฒนาการของเด็กมีผลมาจากอะไร
ก. วุฒิภาวะ
ข. การเรียนรู้
ค. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม
ง. วุฒิภาวะ และการเรียนรู้
25. พฤติกรรมที่เด่นชัดที่สุดของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน คือพฤติกรรมใด
ก. นอน ข. หยิบจับสิ่งของ
ค. เล่นสมมติ ง. ทำตามกลุ่ม
26. บุคคลใดที่มีอิทธิพลในการพัฒนาพฤติกรรมพึงประสงค์ หรือไม่พึงประสงค์ของเด็กทารก และเด็กวัยก่อนเข้าเรียนมากที่สุด
ก. พ่อแม่ ข. พี่น้อง
ค. ปู่ย่า ง. ตายาย
27. พ่อแม่ที่อบรมเลี้ยงดูลูกอย่างเข้มงวด กวดขัน จะมีพฤติกรรมใดต่อไปนี้มากที่สุด
ก. ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกพอใจ
ข. ส่งเสริมในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ค. โอนอ่อนผ่อนตามถ้าเด็กมีเหตุผล
ง. ให้ลูกปฏิบัติตามทุกสิ่งที่ตนคิดว่าถูกต้องเหมาะสม
28. การใช้เพลงประกอบการสอน ช่วยฝึกทักษะด้านใดมากที่สุด
ก. ภาษา ข. ความคิด
ค. การกระทำ ง. ถูกทุกข้อ
29. การเลือกเพลงประกอบการสอน เน้นในเรื่องใดเป็นสำคัญ
ก. ดนตรี ข. เนื้อร้อง
ค. ทำนอง ง. จังหวะ
30. การเลือกใช้เกมประกอบการสอน ควรคำนึงถึงข้อใด
ก. สถานที่ ข. วัยของผู้เล่น
ค. วิธีสอน ง. ผู้สอน
31. ข้อใดเป็นการเล่นที่บูรณาการเพลงเข้ามาด้วย
ก. กาฟักไข่ ข. ลิงชิงหลัก
ค. ขี่ม้าส่งเมือง ง. งูกินหาง
32. “เกม” ส่งเสริมการเรียนในข้อใด
ก. คุณธรรม ข. ทักษะ
ค. ความรู้ ง. ถูกทุกข้อ
33. ผู้ที่กล่าวว่าเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวสะอาด ผู้ใหญ่สามารถจะแต่งแต้มให้เป็นรูปอะไรก็ได้ คือใคร
ก. ฝน ข. ฟรอยด์
ค. รุสโซ ง. อีริคสัน
34. เพราะเหตุใด การอบรมเลี้ยงดูเด็กจึงมีความสำคัญมาก
ก. เพราะเป็นความต้องการของเด็กที่ใคร่จะให้มีผู้สนใจตน
ข. เพราะเราสามารถจะพัฒนาพฤติกรรมเด็กให้ออกมาตามแนวทางที่ปรารถนาได้
ค. เพราะพ่อแม่จะได้เป็นผู้มีอำนาจเหนือเด็ก
ง. เพราะไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
35. แนวคิดในการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยทารกของนักจิตวิทยา ชื่อ ซิกมันด์ ฟรอย์ ได้เน้นความพึงพอใจของเด็กต่ออวัยวะส่วนใดของร่างกาย
ก. รูปร่าง ข. ปาก
ค. ตา ง. ใบหน้า
36. เด็กสามารถเล่นรวมเป็นกลุ่มได้ เมื่อเด็กอยู่ในวัยใด
ก. 1 – 2 ปี ข. 2 – 3 ปี
ค. 3 – 6 ปี ง. 6 – 8 ปี
37. การเล่นต่อไปนี้ ข้อใด ไม่ได้ เป็นพฤติกรรมการเล่นของเด็ก
ก. การขว้างปาวัตถุไปมา ข. การอ่านหนังสือ
ค. การหัดร้อยลูกปัด ง. การทำสวนดอกไม้
38. ในการจัดการเล่นให้แก่เด็ก สิ่งสำคัญประการแรกที่ครูควรจะทำคือ
ก. กำหนดจุดมุ่งหมาย
ข. กำหนดอุปกรณ์
ค. กำหนดสถานที่
ง. กำหนดแผนการณ์
39. งานศิลปะของเด็กมีลักษณะดังนี้
ก. แสดงออกโดยวางแผนงานอย่างกว้างๆ
ข. แสดงออกโดยหวังผลการยอมรับจากผู้อื่น
ค. แสดงออกโดยคำนึงถึงคุณค่าทางความงาม
ง. แสดงออกอย่างง่ายๆ ตรงไปตรงมา
40. การแสดงออกทางศิลปะของเด็กวัย 2 – 3 ปี มีลักษณะดังนี้
ก. ใช้สีอย่างเด่นชัด
ข. ขีดเขียนซ้ำๆ กัน
ค. แสดงรูปทรงง่ายๆ
ง. นิยมรูปทรงเรขาคณิต
41. วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมที่สุดของพ่อแม่ในการปลูกฝังจริยธรรมให้แก่เด็ก คือ วิธีการแบบใด
ก. แบบรักมาก ข. แบบลงโทษ
ค. แบบควบคุมเข้มงวด ง. แบบประชาธิปไตย
42. ในการปลูกฝังสร้างเสริมจริยธรรมให้แก่เด็ก พ่อแม่ และครู ปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. เป็นแบบอย่างที่ดี
ข. พยายามศึกษาหลักธรรมให้แตกฉาน
ค. มุ่งสร้างปัญหาเพื่อรู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว
ง. ค้นคว้าหาวิธีการที่ดีที่สุดในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
43. บุคลิกภาพของครูแบบใดที่จะเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาจริยธรรมให้แก่เด็กได้ดีที่สุด
ก. พูดจาไพเราะอ่อนหวานอยู่เสมอ
ข. มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง
ค. มีความเมตตากรุราและมีอารมณ์ที่มั่นคง
ง. มีอารมณ์ขันเวลาสอนพยายามสอดแทรกเรื่องตลกให้เด็กได้หัวเราะบ่อยๆ
44. เด็กทารกสามารถเรียนรู้พฤติกรรมเชิงจริยธรรมโดยวิธีใดมากที่สุด
ก. จากประสบการณ์ตรงของเด็กเอง
ข. จากคำอบรมสั่งสอนของแม่
ค. การเลียนแบบพฤติกรรมเชิงจริยธรรมจากคนเลี้ยงหรือผู้ใกล้ชิด
ง. ถูกทุกข้อ
45. การฝึกเด็กตักอาหารรับประทานเอง ควรทำได้เมื่อใด
ก. เมื่อเด็กอายุ 2 ปี
ข. เมื่อเด็กอายุ 3 ปี
ค. เมื่อเด็กแสดงท่าทีว่าอยากจะตักอาหารรับประทานเอง
ง. เมื่อเด็กเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล
46. การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กจะต้องคำนึงถึง
ก. วุฒิภาวะของเด็ก
ข. ผลงานที่จะได้รับ
ค. กิจกรรมที่ต้องแก้ปัญหา
ง. ความพอใจของเด็ก
47. พฤติกรรมในข้อใดที่ครูไม่ควรปฏิบัติในขณะที่เด็กกำลังเล่น
ก. เข้าไปเล่นร่วมกับเด็ก
ข. เตรียมวางแผนการเล่นสำหรับวันต่อไป
ค. สังเกตอยู่ภายนอก
ง. คอยดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา
48. สิ่งที่สำคัญที่ครูควรคำนึงถึงในการกำหนดจุดมุ่งหมายในการเล่นของเด็กคือ
ก. ประสบการณ์การเล่นของเด็กแต่ละคน
ข. อุปกรณ์การสอน
ค. การวางแผนการเล่น
ง. ความต้องการของเด็ก
49. ข้อใดไม่จัดเป็นพฤติกรรมการเล่นของเด็ก
ก. การดูโทรทัศน์
ข. การก่อทรายเป็นรูปบ้าน ภูเขา
ค. การวิ่งไล่จับกัน
ง. การทำสวนดอกไม้
50. การเขียนของเด็กที่เปลี่ยนไปชี้ให้เห็นถึงอะไร
ก. ความเติบโต
ข. ลักษณะเฉพาะตัว
ค. สื่อสารการติดต่อ
ง. อารมณ์ความรู้สึก
51. สิ่งที่ให้แก่ผู้เรียนและมีผลทำให้ผู้เรียนทำพฤติกรรมที่พึงปรารถนาซ้ำอีกเรียกว่า
ก. รางวัล
ข. แรงเสริม
ค. การตอบสนอง
ง. ตัวแหย่หรือสิ่งเร้า
52. พัฒนาการทางเพศในช่วงใดที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ กล่าวว่าเป็นช่วงที่ควรส่งเสริมเรื่องการเลียนแบบบทบาททางเพศที่เหมาะสม
ก. ระยะปาก ข. ระยะทวาร
ค. ระยะอวัยวะเพศ ง. ระยะแฝง
53. การสอนของมอนเตสเชอรี่ จะเน้นพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการทางร่างกาย
ข. พัฒนาการสังคม
ค. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
ง. พัฒนาทางด้านสติปัญญา
54. มอนเตสเชอรี่ พบว่าเด็กมีความสนใจศิลปะและการอ่านช่วงอายุใด
ก. 1 – 2 ปี ข. 2 – 3 ปี
ค. 3 – 4 ปี ง. 4 – 5 ปี
55. ข้อใดเป็นคำกล่าวของ จอห์น ดิวอี้
ก. การศึกษาคือชีวิต
ข. การศึกษาทำให้คนเป็นคน
ค. การสร้างคนให้เป็นคนดีที่สมบูรณ์
ง. งานพัฒนาคนให้มีคุณธรรมจริยธรรม
56. จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษาปฐมวัยเพื่ออะไร
ก. เพื่อให้เด็กเรียนเก่ง
ข. เพื่อจับผิดครู
ค. เพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน
ง. เพื่อช่วยเหลือเด็ก
57. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ เครื่องมือการวัดและประเมินผล
ก. แบบทดสอบ ข. แบบสอบถาม
ค. แบบสำรวจ ง. การประชุมปรึกษา
58. แหล่งที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กต่อจากครอบครัว คือ
ก. โรงเรียน ข. วัด
ค. บ้าน ง. สังคมทั่วไป
59. เด็กในวัยใด สามารถบอกชื่อ นามสกุล ตนเองได้
ก. 4 ปี ข. 3 ปี
ค. 2 ปี ง. 1 ปี
60. กิจกรรมประจำวันที่ควรจัดสำหรับเด็กปฐมวัยมีกี่กิจกรรม
ก. 5 กิจกรรม ข. 6 กิจกรรม
ค. 4 กิจกรรม ง. 3 กิจกรรม
61. กิจกรรมใดที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์โดยใช้ศิลปะมากที่สุด
ก. กิจกรรมเกมการศึกษา
ข. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ค. กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมกลางแจ้ง
62. การปั้นดินน้ำมันเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกาย
ก. กล้ามเนื้อใหญ่
ข. กล้ามเนื้อเล็ก
ค. พัฒนาสมอง
ง. พัฒนาทางด้านร่างกาย
63. กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นตามความสนใจของตนเอง
ก. กิจกรรมสร้างสรรค์
ข. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ค. กิจกรรมเกมการศึกษา
ง. กิจกรรมเสรี
64. กิจกรรมใดที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กปฐมวัย
ก. มุมบ้าน ข. มุมหนังสือ
ค. มุมเกมการศึกษา ง. มุมบล็อก
65. กิจกรรมใดที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิดและแก้ปัญหา
ก. กิจกรรมเสรี
ข. กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ
ค. กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
66. วิธีการใดที่ช่วยปลูกฝังเด็กให้เกิดคุณธรรมจริยธรรม
ก. การเล่านิทาน
ข. การสนทนา
ค. การสาธิต
ง. การศึกษานอกสถานที่
67. หม้อ เตา เครื่องครัว ควรนำมาจัดอยู่ในข้อใดต่อไปนี้
ก. มุมหนังสือ ข. มุมพยาบาล
ค. มุมบทบาทสมมติ ง. มุมวิทยาศาสตร์
68. ข้อใด ไม่ควรปฏิบัติ หลังจากเด็กเล็กเลิกเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง
ก. ทำความสะอาดร่างกาย
ข. นั่งพักผ่อน
ค. ดื่มนมทันที
ง. ล้างเท้า
69. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยควรเน้นในเรื่องใด
ก. อ่านออก ข. เขียนหนังสือ
ค. ความพร้อม ง. คิดเลขได้
70. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. ระดมความคิด ข. เลือกหัวข้อเรื่อง
ค. วางแผนจัดกิจกรรม ง. แยกกิจกรรม
71. ข้อใดคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเขียนแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ก. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ
ข. จัดสภาพแวดล้อมของเด็ก
ค. เพื่อให้เด็กได้ทดลอง
ง. เพื่อให้ครูได้วางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็ก
72. มาตรฐานปฐมวัยพุทธศักราช 2546 มีกี่มาตรฐาน
ก. 11 ข. 12
ค. 13 ง. 14
73. ข้อใดเป็นพฤติกรรมทางด้านพุทธิพิสัย
ก. ความรู้สึก ข. ความสนใจ
ค. ค่านิยม ง. ความจำ
74. สิ่งใดเป็นตัวถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ก. ยีนส์ ข. โครโมโซม
ค. DNA ง. เอนไซม์
75. พัฒนาการทางร่างกายของเด็ก จะเคลื่อนไหวสิ่งใดก่อน
ก. คลาน ข. คืบ
ค. ยืน ง. เดิน
76. ฟันของเด็กทารก จะเริ่มขึ้นเมื่ออายุกี่เดือน
ก. 4 เดือน ข. 5 เดือน
ค. 6 เดือน ง. 7 เดือน
77. ผู้ที่คิดริเริ่มพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กคือใคร
ก. อิริคสัน ข. ซิกมัน ฟรอยด์
ค. มอนเตสเชอรี่ ง. เพียเจท์
78. อิริคสัน (Erikson) ได้ให้ความสำคัญของเด็กปฐมวัยว่าอย่างไร
ก. เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว
ข. เด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ค. การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากพฤติกรรม
ง. ผิดหมดทุกข้อ
79. จุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาครบทุกด้าน ยกเว้นข้อใด
ก. ร่างกาย ข. อารมณ์ – จิตใจ
ค. การสังเกต ง. สติปัญญา
80. ในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ใครเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด
ก. พ่อ แม่ ข. เพื่อนๆ
ค. ตัวเด็ก ง. ครูผู้สอน
81. การให้เด็กประดิษฐ์เศษวัสดุเหลือใช้ เป็นการทำในกิจกรรมใด
ก. กิจกรรมเคลื่อนไหวจังหวะ
ข. กิจกรรมสร้างสรรค์
ค. กิจกรรมในวงกลม
ง. กิจกรรมเสรี
82. กิจกรรมใดที่ไม่ปรากฏในตารางกิจกรรมประจำวัน
ก. กิจกรรมกลางแจ้ง
ข. กิจกรรมเสรี
ค. กิจกรรมการร้องเพลง
ง. กิจกรรมในวงกลม
83. คำคล้องจอง มีวัตถุประสงค์ในการสอนเด็กอย่างไร
ก. เพื่อพัฒนาทางด้านภาษา
ข. เพื่อฝึกความจำ
ค. เพื่อฝึกระเบียบวินัย
ง. ถูกทุกข้อ
84. การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย ยึดหลักการที่ว่า “หนึ่งแนวคิดเด็ก สามารถเรียนรู้ได้หลายกิจกรรม หนึ่งกิจกรรม สามารถเรียนรู้ได้หลายทักษะและหลายประสบการณ์สำคัญ” เป็นหลักการจัดการศึกษาปฐมวัยในข้อใด
ก. การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
ข. การบูรณาการเรียนรู้
ค. การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
ง. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
85. กิจกรรมที่ฝึกให้เด็กได้เปล่งเสียงเลียนแบบคำพูดของคน เสียงสัตว์ต่างๆ เป็นการส่งเสริมทักษะทางด้านใด
ก. การส่งเสริมจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ข. ทักษะทางด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. ทักษะทางสังคม
ง. ทักษะทางภาษา
86. หน่วยที่เล็กที่สุดในสังคม และเป็นหน่วยที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เด็กเกิดพฤิตกรรมที่เป็นปัญหาในเบื้องต้นคือ
ก. โรงเรียน
ข. ครอบครัว
ค. สังคมโดยทั่วไปรอบตัวเด็ก
ง. รัฐบาล
87. ข้อใดเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรม
ก. น้องไก่เล่นมอญซ่อนผ้ากับเพื่อน
ข. น้องไก่นั่งดูหนังสือนิทาน
ค. น้องไก่แบ่งของเล่นให้กับเพื่อนๆ
ง. น้องไก่ปั้นดินน้ำมัน
88. ข้อใดเป็นการแสดงออกทางด้านการสังเกต จำแนกเปรียบเทียบ
ก. น้องเก๋ไปดูเขาเล่นรีรีข้าวสาร
ข. น้องเก๋แบ่งขนมให้เพื่อน
ค. น้องเก๋นำจานมาวางเท่ากับจำนวนผลไม้
ง. น้องเก๋ยืนกับเพื่อนแล้วพูดว่า “เธอตัวสูงกว่าเรา”
89. ข้อใดเป็นการแสดงออกทางด้านการ “คิด”
ก. น้องกุ้งชี้ภาพในหนังสือนิทานแล้วพูดว่า “ตลกจัง”
ข. น้องนิดหยิบส้อมขึ้นมาแล้วพูดว่า “เหมือนที่หวีผมเลย”
ค. น้องแจงทำท่าทางประกอบเพลง “ช้าง”
ง. น้องกุ๊กปั้นดินน้ำมันเป็นรูปตัวหนอน
90. ข้อใดเป็นบทบาทของครูผู้สอนระดับปฐมวัย
ก. จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็ก
ข. กระตุ้นให้เด็กร่วมคิดร่วมแก้ปัญหา ค้นคว้าคำตอบด้วยตัวเอง
ค. จัดสภาพแวดล้อม สร้างบรรยากาศการเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมได้เต็มตามศักยภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
91. ข้อใดเป็นบทบาทของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองเด็กปบมวัย
ก. มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา
ข. ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสถานศึกษาและกิจกรรมการเรียนรู้
ค. เป็นเครือข่ายการเรียนรู้จัดบรรยากาศภายในบ้าน ให้เอื้อต่อการเรียนรู้
ง. ถูกทุกข้อ
92. ข้อใดไม่ใช่สิ่งแวดล้อมทางจิตภาพ
ก. ความรู้สึก
ข. ทัศนคติและค่านิยม
ค. อาหาร
ง. วิธีรับประทานอาหาร
93. การเล่านิทานให้ปฐมวัยฟัง ควรใช้เวลาประมาณกี่นาที
ก. 10 – 15 นาที ข. 15 – 20 นาที
ค. 20 – 25 นาที ง. 25 – 30 นาที
94. การเล่นเกมการศึกษา เป็นการฝึกให้เด็กมีพัฒนาการด้านใด
ก. เป็นการฝึกการสังเกตและจำแนก
ข. เป็นการฝึกคิดหาเหตุผล
ค. เป็นการเรียนรู้ทักษะและพื้นฐานต่างๆ
ง. ถูกทุกข้อ
95. การเจริญเติบโตงอกงามในแต่ละด้านของบุคคลในทางจิตวิทยา เรียกว่า
ก. วุฒิภาวะ ข. พันธุกรรม
ค. สิ่งแวดล้อม ง. ยีนส์
96. ฟันน้ำนมของเด็กจะเริ่ม 6 เดือนประมาณกี่ซี่
ก. 10 ซี่ ข. 20 ซี่
ค. 25 ซี่ ง. 30 ซี่
97. การที่ครูดุเด็กชายแดงทุกครั้งที่เขาลุกจากที่นั่ง ผลปรากฏว่าพฤติกรรมการลุกจากที่นั่งของเด็กชายแดงเพิ่มขึ้น แสดงว่าการดุนั้นคืออะไร
ก. การลงโทษ
ข. การให้รางวัล
ค. การให้การเสริมแรงทางลบ
ง. การให้การเสริมแรงทางบวก
98. ขั้นตอนของการจัดทำหนังสือสำหรับเด็ก คืออะไร
ก. ลงมือเขียน – สำรวจความสนใจ – จัดพิมพ์ – ทดลองใช้ – แก้ไขใหม่
ข. ลงมือเขียน – แก้ไข – สำรวจความคิดเห็น – จัดพิมพ์
ค. ทดลองเขียน – สำรวจความสนใจ – จัดพิมพ์ – แก้ไขใหม่
ง. สำรวจความสนใจ – ลงมือเขียน – ทดลองใช้ – แก้ไขใหม่ – จัดพิมพ์
99. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการเตรียมความพร้อม ก่อนใช้สื่อสำหรับครูผู้สอนปฐมวัย
ก. ศึกษาความรู้พื้นฐานเดิมของเด็ก
ข. ศึกษาจุดมุ่งหมายและวางแผนว่าจะจัดกิจกรรมอะไรบ้าง
ค. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับสื่อ
ง. สร้างระเบียบวินัยให้กับเด็ก
100. บิดาของการอนุบาล คือใคร
ก. มอนเตสเซอรี่ ข. รุสโซ
ค. เฟรอเบล ง. เพียเจย์ 
--

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ 
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ


RE: ขอตัวอย่างข้อสอบเยียวยา

(เฉลยเยียวยาการปฐมวัย)
1.ค 2. ง 3.ข 4. ก 5.ง 6.ค. 7. ค 8.ง 9. ง 10.ข
11.ค 12.ง 13.ก 14.ค 15.ก 16.ข 17.ก 18.ข 19.ก 20.ก
21.ค 22.ค 23.ข 24.ง 25.ค 26.ก 27.ง 28.ก 29.ข 30.ข
31.ง 32.ง 33.ค 34.ข 35.ข 36.ค 37.ข 38.ก 39.ง 40.ข
41.ง 42.ก 43.ค 44.ค 45.ค 46.ก 47.ข 48.ง 49.ก 50.ก
51.ข 52.ค 53.ง 54.ง 55.ก 56.ค 57.ง 58.ก 59.ก 60.ข
61.ค 62.ง 63.ง 64.ข 65.ง 66.ก 67.ค 68.ค 69.ค 70.ข
71.ง 72.ข 73.ง 74.ก 75.ข 76.ค 77.ง 78.ก 79.ค 80.ง
81.ข 82.ค 83.ง 84.ข 85.ง 86.ข 87.ค 88.ง 89.ข 90.ง
91.ง 92.ค 93.ก 94.ง 95.ก 96.ข 97.ง 98.ง 99.ข 100.ค

1. ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย กำหนดอายุการพัฒนาเด็กไว้เท่าใด
ก. 3 – 5 ปี ข. 4 – 6 ปี
ค. แรกเกิด – 5 ปี ง. 0 – 6 ปี
2. พัฒนาการแต่ละวัยอาจจะเกิดขึ้นตามวัยมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อใด
ก. สภาพแวดล้อม
ข. การอบรมเลี้ยงดู
ค. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ง. ถูกทุกข้อ
3. ระยะเวลาเรียนที่ใช้ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย คำนึงถึง
ก. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ข. อายุ
ค. สิ่งแวดล้อม
ง. สภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
4. สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็ก 3 – 5 ปี ประกอบด้วยกี่ส่วนอะไรบ้าง
ก. 2 ส่วน คือประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้
ข. 2 ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญและพัฒนาการของเด็กทุกด้าน
ค. ส่วนเดียว คือ ประสบการณ์สำคัญ
ง. ส่วนเดียว คือ สาระที่ควรเรียนรู้
5. ข้อใดไม่ใช่ สาระที่ควรเรียนรู้ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
ข. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
ค. ธรรมชาติรอบตัว
ง. สิ่งมีชีวิตบนโลก
6. การสอนตามแนวคิดนีโอ – ฮิวแมนิส (Neo – Humanist) มีแนวคิดที่เชื่อว่า….?
ก. เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากการเลียนแบบ
ข. การสอนภาษาให้กับเด็กต้องเป็นการสอนภาษาที่สื่อความหมายกับเด็ก
ค. เด็กเปรียบเสมือนกิ่งไม้ไผ่อ่อนๆ ที่ดัดได้
ง. เด็กจะสืบค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบของตนเอง
7. ข้อใดคือระยะความสนใจของเด็กปฐมวัยในช่วงอายุ 4 ปี
ก. ประมาณ 5 นาที ข. ประมาณ 8 นาที
ค. ประมาณ 12 นาที ง. ประมาณ 15 นาที
8. กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี ควรใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเท่าใด จึงจะเหมาะสม
ก. ประมาณ 20 นาที
ข. ประมาณ 20 – 30 นาที
ค. ประมาณ 30 – 40 นาที
ง. ประมาณ 40 – 60 นาที
9. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ก. เล่านิทาน
ข. การทดลอง/ปฏิบัติการ
ค. การศึกษานอกสถานที่
ง. การวาดภาพระบายสี
สอบครูดอทคอมแนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย
10. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตร
ก. วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา
ข. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค. วิเคราะห์สาระการเรียนรู้
ง. กำหนดรูปแบบการจัดประสบการณ์
11. การกำหนดหัวเรื่องในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก สามารถทำได้ 3 วิธี ข้อใดไม่ใช่
ก. ผู้สอนและเด็กร่วมกันกำหนด
ข. ผู้สอนเป็นผู้กำหนด
ค. ผู้บริหารกับผู้สอนร่วมกันกำหนด
ง. เด็กเป็นผู้กำหนด
12. ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. จุดประสงค์, สาระการเรียนรู้
ข. กิจกรรม, สื่อ
ค. การประเมินผล
ง. ถูกทุกข้อ
13. ข้อใดคือการจัดมุมประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุด
ก. มุมวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้มุมศิลปะ
ข. มุมบล็อกอยู่ติดกับมุมหนังสือ
ค. มุมหนังสืออยู่ใกล้มุมบทบาทสมมุติ
ง. มุมบล็อกอยู่ห่างมุมบทบาทสมมุติ
14. ข้อใดคือคุณสมบัติข้อแรกของครูผู้สอนปฐมวัย ที่ผู้บริหารสถานศึกษาควรคำนึงถึง
ก. มีความเป็นระเบียบ สะอาด รู้จักประหยัด
ข. รักเด็ก จิตใจดี ใจเย็น
ค. มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาล หรือผู้ที่ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
ง. พูดจาสุภาพเรียบร้อย ชัดเจนเป็นแบบอย่างได้
15. ข้อใดคือบทบาทของชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ก. สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของสถานศึกษา
ข. นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตรอย่างเป็นระบบ
ค. เป็นผู้เสริมสร้างการเรียนรู้
ง. จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
16. ข้อใดคือ ความหมาย ของคำว่า "เด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ"
ก. เด็กพิการ
ข. เด็กที่มีสภาพร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ ที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป
ค. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ
ง. เด็กด้อยโอกาส
17. ใครเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างรอยเชื่อมต่อระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ 1
ก. ผู้บริหารสถานศึกษา
ข. ครูผู้สอน
ค. ตัวเด็กเอง
ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
18. ข้อใดคือช่วงของวัยเด็กที่สำคัญที่สุดที่สมองของเด็กเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ก. 0 – 1 ปี ข. 0 – 3 ปี
ค. 1 – 3 ปี ง. 3 – 5 ปี
19. การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3 – 5 ปี ควรจัดลักษณะรูปแบบใด
ก. กิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น
ข. จัดเป็นรายวิชา
ค. จัดเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง. จัดตามประสบการณ์ของครูผู้สอน
20. ข้อใดคือประสบการณ์ที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
ก. การคิด, การใช้ภาษา
ข. ดนตรี, การเล่น
ค. การรักษาสุขภาพ, การรักษาความปลอดภัย
ง. การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่
21. การจัดการศึกษาปฐมวัย สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ที่มีความเสี่ยงต่อสภาพความผิดปกติ ซึ่งพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมากที่สุดคือ กลุ่มเด็กอายุเท่าใด
ก. ต่ำกว่า 1 ปี ข. ต่ำกว่า 2 ปี
ค. ต่ำกว่า 3 ปี ง. ต่ำกว่า 4 ปี
22. กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควร ใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่ากี่นาที
ก. 10 นาที ข. 15 นาที
ค. 20 นาที ง. 25 นาที
23. การประเมินเด็กปฐมวัยยึดวิธีการใดเป็นส่วนใหญ่
ก. การสัมภาษณ์ ข. การสังเกต
ค. การทดสอบ ง. การตอบคำถาม
24. พัฒนาการของเด็กมีผลมาจากอะไร
ก. วุฒิภาวะ
ข. การเรียนรู้
ค. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม
ง. วุฒิภาวะ และการเรียนรู้
25. พฤติกรรมที่เด่นชัดที่สุดของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน คือพฤติกรรมใด
ก. นอน ข. หยิบจับสิ่งของ
ค. เล่นสมมติ ง. ทำตามกลุ่ม
26. บุคคลใดที่มีอิทธิพลในการพัฒนาพฤติกรรมพึงประสงค์ หรือไม่พึงประสงค์ของเด็กทารก และเด็กวัยก่อนเข้าเรียนมากที่สุด
ก. พ่อแม่ ข. พี่น้อง
ค. ปู่ย่า ง. ตายาย
27. พ่อแม่ที่อบรมเลี้ยงดูลูกอย่างเข้มงวด กวดขัน จะมีพฤติกรรมใดต่อไปนี้มากที่สุด
ก. ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกพอใจ
ข. ส่งเสริมในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ค. โอนอ่อนผ่อนตามถ้าเด็กมีเหตุผล
ง. ให้ลูกปฏิบัติตามทุกสิ่งที่ตนคิดว่าถูกต้องเหมาะสม
28. การใช้เพลงประกอบการสอน ช่วยฝึกทักษะด้านใดมากที่สุด
ก. ภาษา ข. ความคิด
ค. การกระทำ ง. ถูกทุกข้อ
29. การเลือกเพลงประกอบการสอน เน้นในเรื่องใดเป็นสำคัญ
ก. ดนตรี ข. เนื้อร้อง
ค. ทำนอง ง. จังหวะ
30. การเลือกใช้เกมประกอบการสอน ควรคำนึงถึงข้อใด
ก. สถานที่ ข. วัยของผู้เล่น
ค. วิธีสอน ง. ผู้สอน
31. ข้อใดเป็นการเล่นที่บูรณาการเพลงเข้ามาด้วย
ก. กาฟักไข่ ข. ลิงชิงหลัก
ค. ขี่ม้าส่งเมือง ง. งูกินหาง
32. "เกม" ส่งเสริมการเรียนในข้อใด
ก. คุณธรรม ข. ทักษะ
ค. ความรู้ ง. ถูกทุกข้อ
33. ผู้ที่กล่าวว่าเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวสะอาด ผู้ใหญ่สามารถจะแต่งแต้มให้เป็นรูปอะไรก็ได้ คือใคร
ก. ฝน ข. ฟรอยด์
ค. รุสโซ ง. อีริคสัน
34. เพราะเหตุใด การอบรมเลี้ยงดูเด็กจึงมีความสำคัญมาก
ก. เพราะเป็นความต้องการของเด็กที่ใคร่จะให้มีผู้สนใจตน
ข. เพราะเราสามารถจะพัฒนาพฤติกรรมเด็กให้ออกมาตามแนวทางที่ปรารถนาได้
ค. เพราะพ่อแม่จะได้เป็นผู้มีอำนาจเหนือเด็ก
ง. เพราะไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
35. แนวคิดในการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยทารกของนักจิตวิทยา ชื่อ ซิกมันด์ ฟรอย์ ได้เน้นความพึงพอใจของเด็กต่ออวัยวะส่วนใดของร่างกาย
ก. รูปร่าง ข. ปาก
ค. ตา ง. ใบหน้า
36. เด็กสามารถเล่นรวมเป็นกลุ่มได้ เมื่อเด็กอยู่ในวัยใด
ก. 1 – 2 ปี ข. 2 – 3 ปี
ค. 3 – 6 ปี ง. 6 – 8 ปี
37. การเล่นต่อไปนี้ ข้อใด ไม่ได้ เป็นพฤติกรรมการเล่นของเด็ก
ก. การขว้างปาวัตถุไปมา ข. การอ่านหนังสือ
ค. การหัดร้อยลูกปัด ง. การทำสวนดอกไม้
38. ในการจัดการเล่นให้แก่เด็ก สิ่งสำคัญประการแรกที่ครูควรจะทำคือ
ก. กำหนดจุดมุ่งหมาย
ข. กำหนดอุปกรณ์
ค. กำหนดสถานที่
ง. กำหนดแผนการณ์
39. งานศิลปะของเด็กมีลักษณะดังนี้
ก. แสดงออกโดยวางแผนงานอย่างกว้างๆ
ข. แสดงออกโดยหวังผลการยอมรับจากผู้อื่น
ค. แสดงออกโดยคำนึงถึงคุณค่าทางความงาม
ง. แสดงออกอย่างง่ายๆ ตรงไปตรงมา
40. การแสดงออกทางศิลปะของเด็กวัย 2 – 3 ปี มีลักษณะดังนี้
ก. ใช้สีอย่างเด่นชัด
ข. ขีดเขียนซ้ำๆ กัน
ค. แสดงรูปทรงง่ายๆ
ง. นิยมรูปทรงเรขาคณิต
41. วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมที่สุดของพ่อแม่ในการปลูกฝังจริยธรรมให้แก่เด็ก คือ วิธีการแบบใด
ก. แบบรักมาก ข. แบบลงโทษ
ค. แบบควบคุมเข้มงวด ง. แบบประชาธิปไตย
42. ในการปลูกฝังสร้างเสริมจริยธรรมให้แก่เด็ก พ่อแม่ และครู ปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. เป็นแบบอย่างที่ดี
ข. พยายามศึกษาหลักธรรมให้แตกฉาน
ค. มุ่งสร้างปัญหาเพื่อรู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว
ง. ค้นคว้าหาวิธีการที่ดีที่สุดในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
43. บุคลิกภาพของครูแบบใดที่จะเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาจริยธรรมให้แก่เด็กได้ดีที่สุด
ก. พูดจาไพเราะอ่อนหวานอยู่เสมอ
ข. มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง
ค. มีความเมตตากรุราและมีอารมณ์ที่มั่นคง
ง. มีอารมณ์ขันเวลาสอนพยายามสอดแทรกเรื่องตลกให้เด็กได้หัวเราะบ่อยๆ
44. เด็กทารกสามารถเรียนรู้พฤติกรรมเชิงจริยธรรมโดยวิธีใดมากที่สุด
ก. จากประสบการณ์ตรงของเด็กเอง
ข. จากคำอบรมสั่งสอนของแม่
ค. การเลียนแบบพฤติกรรมเชิงจริยธรรมจากคนเลี้ยงหรือผู้ใกล้ชิด
ง. ถูกทุกข้อ
45. การฝึกเด็กตักอาหารรับประทานเอง ควรทำได้เมื่อใด
ก. เมื่อเด็กอายุ 2 ปี
ข. เมื่อเด็กอายุ 3 ปี
ค. เมื่อเด็กแสดงท่าทีว่าอยากจะตักอาหารรับประทานเอง
ง. เมื่อเด็กเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล
46. การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กจะต้องคำนึงถึง
ก. วุฒิภาวะของเด็ก
ข. ผลงานที่จะได้รับ
ค. กิจกรรมที่ต้องแก้ปัญหา
ง. ความพอใจของเด็ก
47. พฤติกรรมในข้อใดที่ครูไม่ควรปฏิบัติในขณะที่เด็กกำลังเล่น
ก. เข้าไปเล่นร่วมกับเด็ก
ข. เตรียมวางแผนการเล่นสำหรับวันต่อไป
ค. สังเกตอยู่ภายนอก
ง. คอยดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา
48. สิ่งที่สำคัญที่ครูควรคำนึงถึงในการกำหนดจุดมุ่งหมายในการเล่นของเด็กคือ
ก. ประสบการณ์การเล่นของเด็กแต่ละคน
ข. อุปกรณ์การสอน
ค. การวางแผนการเล่น
ง. ความต้องการของเด็ก
49. ข้อใดไม่จัดเป็นพฤติกรรมการเล่นของเด็ก
ก. การดูโทรทัศน์
ข. การก่อทรายเป็นรูปบ้าน ภูเขา
ค. การวิ่งไล่จับกัน
ง. การทำสวนดอกไม้
50. การเขียนของเด็กที่เปลี่ยนไปชี้ให้เห็นถึงอะไร
ก. ความเติบโต
ข. ลักษณะเฉพาะตัว
ค. สื่อสารการติดต่อ
ง. อารมณ์ความรู้สึก
51. สิ่งที่ให้แก่ผู้เรียนและมีผลทำให้ผู้เรียนทำพฤติกรรมที่พึงปรารถนาซ้ำอีกเรียกว่า
ก. รางวัล
ข. แรงเสริม
ค. การตอบสนอง
ง. ตัวแหย่หรือสิ่งเร้า
52. พัฒนาการทางเพศในช่วงใดที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ กล่าวว่าเป็นช่วงที่ควรส่งเสริมเรื่องการเลียนแบบบทบาททางเพศที่เหมาะสม
ก. ระยะปาก ข. ระยะทวาร
ค. ระยะอวัยวะเพศ ง. ระยะแฝง
53. การสอนของมอนเตสเชอรี่ จะเน้นพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการทางร่างกาย
ข. พัฒนาการสังคม
ค. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
ง. พัฒนาทางด้านสติปัญญา
54. มอนเตสเชอรี่ พบว่าเด็กมีความสนใจศิลปะและการอ่านช่วงอายุใด
ก. 1 – 2 ปี ข. 2 – 3 ปี
ค. 3 – 4 ปี ง. 4 – 5 ปี
55. ข้อใดเป็นคำกล่าวของ จอห์น ดิวอี้
ก. การศึกษาคือชีวิต
ข. การศึกษาทำให้คนเป็นคน
ค. การสร้างคนให้เป็นคนดีที่สมบูรณ์
ง. งานพัฒนาคนให้มีคุณธรรมจริยธรรม
56. จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษาปฐมวัยเพื่ออะไร
ก. เพื่อให้เด็กเรียนเก่ง
ข. เพื่อจับผิดครู
ค. เพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน
ง. เพื่อช่วยเหลือเด็ก
57. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ เครื่องมือการวัดและประเมินผล
ก. แบบทดสอบ ข. แบบสอบถาม
ค. แบบสำรวจ ง. การประชุมปรึกษา
58. แหล่งที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กต่อจากครอบครัว คือ
ก. โรงเรียน ข. วัด
ค. บ้าน ง. สังคมทั่วไป
59. เด็กในวัยใด สามารถบอกชื่อ นามสกุล ตนเองได้
ก. 4 ปี ข. 3 ปี
ค. 2 ปี ง. 1 ปี
60. กิจกรรมประจำวันที่ควรจัดสำหรับเด็กปฐมวัยมีกี่กิจกรรม
ก. 5 กิจกรรม ข. 6 กิจกรรม
ค. 4 กิจกรรม ง. 3 กิจกรรม
61. กิจกรรมใดที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์โดยใช้ศิลปะมากที่สุด
ก. กิจกรรมเกมการศึกษา
ข. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ค. กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมกลางแจ้ง
62. การปั้นดินน้ำมันเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกาย
ก. กล้ามเนื้อใหญ่
ข. กล้ามเนื้อเล็ก
ค. พัฒนาสมอง
ง. พัฒนาทางด้านร่างกาย
63. กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นตามความสนใจของตนเอง
ก. กิจกรรมสร้างสรรค์
ข. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ค. กิจกรรมเกมการศึกษา
ง. กิจกรรมเสรี
64. กิจกรรมใดที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กปฐมวัย
ก. มุมบ้าน ข. มุมหนังสือ
ค. มุมเกมการศึกษา ง. มุมบล็อก
65. กิจกรรมใดที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิดและแก้ปัญหา
ก. กิจกรรมเสรี
ข. กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ
ค. กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
66. วิธีการใดที่ช่วยปลูกฝังเด็กให้เกิดคุณธรรมจริยธรรม
ก. การเล่านิทาน
ข. การสนทนา
ค. การสาธิต
ง. การศึกษานอกสถานที่
67. หม้อ เตา เครื่องครัว ควรนำมาจัดอยู่ในข้อใดต่อไปนี้
ก. มุมหนังสือ ข. มุมพยาบาล
ค. มุมบทบาทสมมติ ง. มุมวิทยาศาสตร์
68. ข้อใด ไม่ควรปฏิบัติ หลังจากเด็กเล็กเลิกเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง
ก. ทำความสะอาดร่างกาย
ข. นั่งพักผ่อน
ค. ดื่มนมทันที
ง. ล้างเท้า
69. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยควรเน้นในเรื่องใด
ก. อ่านออก ข. เขียนหนังสือ
ค. ความพร้อม ง. คิดเลขได้
70. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. ระดมความคิด ข. เลือกหัวข้อเรื่อง
ค. วางแผนจัดกิจกรรม ง. แยกกิจกรรม
71. ข้อใดคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเขียนแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ก. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ
ข. จัดสภาพแวดล้อมของเด็ก
ค. เพื่อให้เด็กได้ทดลอง
ง. เพื่อให้ครูได้วางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็ก
72. มาตรฐานปฐมวัยพุทธศักราช 2546 มีกี่มาตรฐาน
ก. 11 ข. 12
ค. 13 ง. 14
73. ข้อใดเป็นพฤติกรรมทางด้านพุทธิพิสัย
ก. ความรู้สึก ข. ความสนใจ
ค. ค่านิยม ง. ความจำ
74. สิ่งใดเป็นตัวถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ก. ยีนส์ ข. โครโมโซม
ค. DNA ง. เอนไซม์
75. พัฒนาการทางร่างกายของเด็ก จะเคลื่อนไหวสิ่งใดก่อน
ก. คลาน ข. คืบ
ค. ยืน ง. เดิน
76. ฟันของเด็กทารก จะเริ่มขึ้นเมื่ออายุกี่เดือน
ก. 4 เดือน ข. 5 เดือน
ค. 6 เดือน ง. 7 เดือน
77. ผู้ที่คิดริเริ่มพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กคือใคร
ก. อิริคสัน ข. ซิกมัน ฟรอยด์
ค. มอนเตสเชอรี่ ง. เพียเจท์
78. อิริคสัน (Erikson) ได้ให้ความสำคัญของเด็กปฐมวัยว่าอย่างไร
ก. เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว
ข. เด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ค. การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากพฤติกรรม
ง. ผิดหมดทุกข้อ
79. จุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาครบทุกด้าน ยกเว้นข้อใด
ก. ร่างกาย ข. อารมณ์ – จิตใจ
ค. การสังเกต ง. สติปัญญา
80. ในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ใครเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด
ก. พ่อ แม่ ข. เพื่อนๆ
ค. ตัวเด็ก ง. ครูผู้สอน
81. การให้เด็กประดิษฐ์เศษวัสดุเหลือใช้ เป็นการทำในกิจกรรมใด
ก. กิจกรรมเคลื่อนไหวจังหวะ
ข. กิจกรรมสร้างสรรค์
ค. กิจกรรมในวงกลม
ง. กิจกรรมเสรี
82. กิจกรรมใดที่ไม่ปรากฏในตารางกิจกรรมประจำวัน
ก. กิจกรรมกลางแจ้ง
ข. กิจกรรมเสรี
ค. กิจกรรมการร้องเพลง
ง. กิจกรรมในวงกลม
83. คำคล้องจอง มีวัตถุประสงค์ในการสอนเด็กอย่างไร
ก. เพื่อพัฒนาทางด้านภาษา
ข. เพื่อฝึกความจำ
ค. เพื่อฝึกระเบียบวินัย
ง. ถูกทุกข้อ
84. การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย ยึดหลักการที่ว่า "หนึ่งแนวคิดเด็ก สามารถเรียนรู้ได้หลายกิจกรรม หนึ่งกิจกรรม สามารถเรียนรู้ได้หลายทักษะและหลายประสบการณ์สำคัญ" เป็นหลักการจัดการศึกษาปฐมวัยในข้อใด
ก. การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
ข. การบูรณาการเรียนรู้
ค. การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
ง. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
85. กิจกรรมที่ฝึกให้เด็กได้เปล่งเสียงเลียนแบบคำพูดของคน เสียงสัตว์ต่างๆ เป็นการส่งเสริมทักษะทางด้านใด
ก. การส่งเสริมจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ข. ทักษะทางด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. ทักษะทางสังคม
ง. ทักษะทางภาษา
86. หน่วยที่เล็กที่สุดในสังคม และเป็นหน่วยที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เด็กเกิดพฤิตกรรมที่เป็นปัญหาในเบื้องต้นคือ
ก. โรงเรียน
ข. ครอบครัว
ค. สังคมโดยทั่วไปรอบตัวเด็ก
ง. รัฐบาล
87. ข้อใดเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรม
ก. น้องไก่เล่นมอญซ่อนผ้ากับเพื่อน
ข. น้องไก่นั่งดูหนังสือนิทาน
ค. น้องไก่แบ่งของเล่นให้กับเพื่อนๆ
ง. น้องไก่ปั้นดินน้ำมัน
88. ข้อใดเป็นการแสดงออกทางด้านการสังเกต จำแนกเปรียบเทียบ
ก. น้องเก๋ไปดูเขาเล่นรีรีข้าวสาร
ข. น้องเก๋แบ่งขนมให้เพื่อน
ค. น้องเก๋นำจานมาวางเท่ากับจำนวนผลไม้
ง. น้องเก๋ยืนกับเพื่อนแล้วพูดว่า "เธอตัวสูงกว่าเรา"
89. ข้อใดเป็นการแสดงออกทางด้านการ "คิด"
ก. น้องกุ้งชี้ภาพในหนังสือนิทานแล้วพูดว่า "ตลกจัง"
ข. น้องนิดหยิบส้อมขึ้นมาแล้วพูดว่า "เหมือนที่หวีผมเลย"
ค. น้องแจงทำท่าทางประกอบเพลง "ช้าง"
ง. น้องกุ๊กปั้นดินน้ำมันเป็นรูปตัวหนอน
90. ข้อใดเป็นบทบาทของครูผู้สอนระดับปฐมวัย
ก. จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็ก
ข. กระตุ้นให้เด็กร่วมคิดร่วมแก้ปัญหา ค้นคว้าคำตอบด้วยตัวเอง
ค. จัดสภาพแวดล้อม สร้างบรรยากาศการเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมได้เต็มตามศักยภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
91. ข้อใดเป็นบทบาทของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองเด็กปบมวัย
ก. มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา
ข. ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสถานศึกษาและกิจกรรมการเรียนรู้
ค. เป็นเครือข่ายการเรียนรู้จัดบรรยากาศภายในบ้าน ให้เอื้อต่อการเรียนรู้
ง. ถูกทุกข้อ
92. ข้อใดไม่ใช่สิ่งแวดล้อมทางจิตภาพ
ก. ความรู้สึก
ข. ทัศนคติและค่านิยม
ค. อาหาร
ง. วิธีรับประทานอาหาร
93. การเล่านิทานให้ปฐมวัยฟัง ควรใช้เวลาประมาณกี่นาที
ก. 10 – 15 นาที ข. 15 – 20 นาที
ค. 20 – 25 นาที ง. 25 – 30 นาที
94. การเล่นเกมการศึกษา เป็นการฝึกให้เด็กมีพัฒนาการด้านใด
ก. เป็นการฝึกการสังเกตและจำแนก
ข. เป็นการฝึกคิดหาเหตุผล
ค. เป็นการเรียนรู้ทักษะและพื้นฐานต่างๆ
ง. ถูกทุกข้อ
95. การเจริญเติบโตงอกงามในแต่ละด้านของบุคคลในทางจิตวิทยา เรียกว่า
ก. วุฒิภาวะ ข. พันธุกรรม
ค. สิ่งแวดล้อม ง. ยีนส์
96. ฟันน้ำนมของเด็กจะเริ่ม 6 เดือนประมาณกี่ซี่
ก. 10 ซี่ ข. 20 ซี่
ค. 25 ซี่ ง. 30 ซี่
97. การที่ครูดุเด็กชายแดงทุกครั้งที่เขาลุกจากที่นั่ง ผลปรากฏว่าพฤติกรรมการลุกจากที่นั่งของเด็กชายแดงเพิ่มขึ้น แสดงว่าการดุนั้นคืออะไร
ก. การลงโทษ
ข. การให้รางวัล
ค. การให้การเสริมแรงทางลบ
ง. การให้การเสริมแรงทางบวก
98. ขั้นตอนของการจัดทำหนังสือสำหรับเด็ก คืออะไร
ก. ลงมือเขียน – สำรวจความสนใจ – จัดพิมพ์ – ทดลองใช้ – แก้ไขใหม่
ข. ลงมือเขียน – แก้ไข – สำรวจความคิดเห็น – จัดพิมพ์
ค. ทดลองเขียน – สำรวจความสนใจ – จัดพิมพ์ – แก้ไขใหม่
ง. สำรวจความสนใจ – ลงมือเขียน – ทดลองใช้ – แก้ไขใหม่ – จัดพิมพ์
99. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการเตรียมความพร้อม ก่อนใช้สื่อสำหรับครูผู้สอนปฐมวัย
ก. ศึกษาความรู้พื้นฐานเดิมของเด็ก
ข. ศึกษาจุดมุ่งหมายและวางแผนว่าจะจัดกิจกรรมอะไรบ้าง
ค. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับสื่อ
ง. สร้างระเบียบวินัยให้กับเด็ก
100. บิดาของการอนุบาล คือใคร
ก. มอนเตสเซอรี่ ข. รุสโซ
ค. เฟรอเบล ง. เพียเจย์ 
-- 

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ 
ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ



From: dang5405@hotmail.com
To: pooh_physics@hotmail.com
Subject: ขอตัวอย่างข้อสอบเยียวยา
Date: Mon, 24 Jan 2011 20:21:05 +0700

ขอตัวอย่างข้อสอบเยียวยาปฐมวัย ค.ศ3

โดยคุณครูนนทิยา

เบอร์โทรศัพท์ 0850309708

Monday, January 17, 2011

ข้อสอบสังคม (ครูไทย)

ข้อสอบสังคม (ครูไทย)
1. ครูสังคมศึกษาจะสอนเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ คิวบา นิวซีแลนด์ ควรสอนเรื่องใดที่มีความคล้ายคลึงกัน
ก. ประวัติศาสตร์
ข. การปกครอง
ค. ลักษณะภูมิประเทศ
ง. ลักษณะประชากร

(ข้อสังเกต ทุกประเทศตั้งอยู่บนเกาะ)

2. เพลงใดที่คุณครูสังคมศึกษาควรนำมาสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมได้ดีสุด
ก. เมดอินไทยแลนด์ (เมดอินไทยแลนด์ แดนดินไทยเรา เก็บกันจนเก่า เรามีแต่ของดีดี...)
ข. คนบ้านเดียวกัน (คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากัน ก็เข้าใจอยู่...)
ค. คนไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ (ภาระในเขตอ้อมแขน คนไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้...)
ง. สยามเมืองยิ้ม (แม้เพียงข้าวสุกหนึ่งจาน ใครลืมของท่านนั้นเนรคุณ...)

3. พฤติกรรมข้อใดที่ครูปฏิบัติแล้ว เป็นการสอนคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่ดีให้นักเรียนโดยครูไม่ต้องสอน
ก. ตรงต่อเวลา
ข. แต่งกายสวย
ค. พูดจาไพเราะ
ง. ให้โอกาส

4. การสอนวิชาประวัติศาสตร์ หลักฐานในข้อใดมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด
ก. พงศาวดาร จดหมายเหตุ คำบอกเล่า
ข. พงศาวดาร วรรณกรรม จดหมายเหตุ
ค. วรรณกรรม ตำนาน พงศาวดาร
ง. วรรณกรรม พงศาวดาร นิทานพื้นบ้าน

5. การนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสอนในวิชาสังคมศึกษา เพื่อการนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง ข้อใดถูกต้อง
ก. สอดแทรกในสาระที่ 2 หน้าที่พลเมืองวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิต
ข. สอดแทรกในสาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
ค. สอดแทรกในสาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
ง. สอดแทรกในสาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

6. ข้อใดเป็นทักษะและความสามารถของครูมืออาชีพ
ก. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
ข. การกำหนดหน่วยการเรียน
ค. การวิเคราะห์หลักสูตร
ง. การวิเคราะห์ผู้เรียน

7. คุณภาพผู้เรียนวิชาสังคมศึกษาดี ข้อใดถูกต้อง
ก. เป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญ
ข. เป็นไปเพื่อสร้างจิตสำนึกของการเป็นคนดี
ค. เป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมเข้าใจปัญหาสังคม
ง. เป็นมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อมนุษย์และสังคมที่ดี

8. คุณธรรมข้อใดควรปลูกฝังให้เป็นคุณลักษณะของนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม
ก. การให้อภัย
ข. การเสียสละ
ค. ความมีเหตุผล
ง. ความสุภาพอ่อนน้อม

9. คุณลักษณะที่ดีของครูสังคมศึกษา ข้อใดสำคัญที่สุด
ก. มีคุณธรรม จริยธรรม
ข. มีเหตุมีผล ทันเหตุการณ์ รู้รอบ
ค. มีความรอบรู้เนื้อหาวิชาอย่างดี
ง. มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย

10. กิจกรรมข้อใดแสดงว่าครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างแท้จริง
ก. นำนักเรียนไปเรียนรู้ที่แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน
ข. แนะนำนักเรียนไปสัมภาษณ์ครูภูมิปัญญาด้านภาษาถิ่น
ค. ให้นักเรียนแสดงละครประวัติศาสตร์เรื่องพระนเรศวร
ง. ให้นักเรียนทำโครงงานสำรวจตามที่นักเรียนสนใจเกี่ยวกับพลเมืองดี

11. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ดีควรมีลักษณะตามข้อใด
ก. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามจุดประสงค์
ข. การวัดและประเมินผลครอบคลุมเนื้อหา
ค. สื่อนวัตกรรม พัฒนาการเรียนรู้ได้จริง
ง. ผ่านการตรวจรับรองจากผู้บริหารโรงเรียน

12. การจัดการเรียนรู้ที่เป็นแนวทางการแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ดีที่สุดในวิชาสังคมศึกษาควรเป็นแบบใด
ก. แบบโยนิโสมนสิการ
ข. แบบวิธีการทางประวัติศาสตร์
ค. แบบอริยสัจสี่
ง. แบบผู้เรียนใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

13. การสอบรูปแบบใดที่ครูต้องมีศรัทธาและเป็นกัลยาณมิตรกับผู้เรียนมากที่สุดจึงจะประสบความสำเร็จ
ก. แบบอริยสัจสี่
ข. แบบวิธีการทางประวัติศาสตร์
ค. แบบสืบเสาะหาความรู้
ง. แบบโยนิโสมนสิการ

14. การสอนตามข้อใดเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมในสังคมมากที่สุด
ก. ให้เลิกนินทาว่าร้ายคนอื่น
ข. ประพฤติตามทำนองครองธรรม
ค. ให้เสียสละลดความเห็นแก่ตัว
ง. ประพฤติตามกฎระเบียบของโรงเรียน

15. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการในข้อใดที่สามารถพัฒนาผู้เรียนในวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดได้
ก. แบบคู่ขนาน
ข. แบบสหวิทยาการ
ค. แบบสอดแทรก
ง. แบบสัมพันธ์

16. ข้อใดเป็นการสอนนักเรียนในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ตามหลักประชาธิปไตย
ก. ให้นักเรียนจับคู่กันวิเคราะห์ข่าว
ข. ให้นักเรียนจับคู่กันแสดงบทบาทสมมุติ
ค. ให้นักเรียนจับคู่กันตอบปัญหา
ง. ให้นักเรียนจับคู่กันอภิปรายสรุปเรื่องที่เรียน

17. สาเหตุสำคัญข้อใดทำให้คนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ก. ขาดความรับผิดชอบ
ข. เห็นแก่ตัว
ค. ไม่มีวินัย
ง. ไม่รู้กฎหมาย

18. ข้อใดไม่ใช่ทักษะทางวิชาการ
ก. การคิด
ข. การจัดการกับความรู้
ค. การดูแลรักษาเอาใจใส่
ง. การสร้างองค์ความรู้ใหม่

19. การสอนเรื่องหลักธรรมทางศาสนา จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ดีควรวัดผลถึงระดับใด
ก. การปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้
ข. การแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติตามได้
ค. การประเมินการปฏิบัติของผู้ที่แนะนำได้
ง. การมีศรัทธาในหลักธรรม

20. ข้อใดเป็นการสอนวิชาสังคมศึกษาเพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทย ให้ยั่งยืนในตัวนักเรียนตลอดไป
ก. การสอนแบบอภิปราย
ข. การสอนแบบกระบวนการกลุ่ม
ค. การสอนแบบค้นพบ
ง. การสอนแบบแก้ปัญหา

21. วิธีการเรียนการสอนแบบใดที่เน้นผู้เรียนใช้ทักษะทางสังคมมากที่สุด
ก. การสอนแบบศูนย์การเรียน
ข. การสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น
ค. การสอนด้วยเพลงและเกม
ง. การสอนด้วยการแสดงบทบาทสมมุติ

22. ตัวบ่งชี้ในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยกเว้นข้อใด
ก. ครูเสถียรให้นักเรียนทำรายงานประวัตินักบาสเกตบอล
ข. ครูสุชาติให้นักเรียนทำโครงงานเรื่องยางพารา
ค. ครูสุรชัยให้นักเรียนวาดรูปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ง. ครูกิตติกรให้นักเรียนเขียนโปรแกรมบังคับหุ่นยนต์

23. การเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาฯ ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ผู้สอนต้องรับผิดชอบผู้เรียน
ข. ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบภาระงานของผู้เรียน
ค. ผู้บริหารต้องรับผิดชอบกำกับดูแลผู้สอน
ง. ผู้เรียนต้องรับผิดชอบการเรียนของตน

24. การสอนให้นักเรียนรู้จักตนเอง พึ่งตนเองได้เป็นการสอนด้านใดให้กับผู้เรียน
ก. ด้านความรู้
ข. ด้านทักษะกระบวนการ
ค. ด้านเจตคติและค่านิยม
ง. ด้านทักษะชีวิต

25. “การเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในสาระใด
ก. สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม
ข. สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
ค. สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
ง. สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

26. ข้อใดสรุปการวิเคราะห์หลักสูตรได้ถูกต้อง
ก. มีหลักการ มีหลักฐาน ทำได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ข. มีหลักการ รู้จริง ทำจริง ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ค. รู้จริง ทำถูกต้อง ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ง. รู้มาก ทำจริง ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน

27. ทักษะทางสังคมข้อใดถูกต้อง
ก. การเห็นคุณค่า เคารพตนเองและผู้อื่น
ข. การสืบค้นข้อมูลความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่
ค. การคิดและนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ
ง. การแสวงหาและจัดการกับข้อมูลความรู้ต่าง ๆ

28. กิจกรรมในข้อใดเป็นการสอนสาระประวัติศาสตร์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ดีที่สุด
ก. ให้นักเรียนไปเรียนรู้จากสถานที่จริงและทำรายงานส่ง
ข. ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติการปกครองสุโขทัย
ค. ให้นักเรียนกำหนดหัวข้อที่สนใจทำโครงงาน
ง. ให้นักเรียนที่แบ่งกลุ่มทำรายงานตามที่ครูกำหนด

29. บุคคลในข้อใดเป็นครูมืออาชีพ
ก. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้ สอนโดยยึดความแตกต่างของผู้เรียน
ข. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้สอนโดยให้นักเรียนศึกษาในความรู้และตอบคำถามด้วยตนเอง
ค. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้สอนโดยครูอธิบายชี้แจงจนนักเรียนเข้าใจและให้ตอบคำถาม
ง. มีวิจัย มีแผนการจัดการเรียนรู้สอนตามความพอใจของครู

30. ข้อใดเป็นการสอนให้นักเรียนฝึกการคิดขั้นสูงโดยตรง
ก. สอนแบบสืบเสาะหาความรู้
ข. สอนแบบโยนิโสมนสิการ
ค. สอนแบบวิธีการทางประวัติศาสตร์
ง. สอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้


โดย: สมคิด ไวยวิชี IP: 125.26.20.151 วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:21:29:46 น.


ข้อสอบการงาน
1. ข้อใด ไม่ใช่ เป้าหมายที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ก. เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่องาน
ข. มีทักษะการทำงานเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม
ค. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานอาชีพและเทคโนโลยี
ง. นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงานอย่างถูกต้อง
2. การเรียนรู้ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้ ทักษะ และความดีของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นการเรียนรู้ในลักษณะใด
ก. การทำงานอย่างมีกลยุทธ์
ข. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ค. ยึดงานและการแก้ปัญหาเป็นสำคัญ
ง. เห็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างคุ้มค่า
3. "ความรู้ความสามารถของผู้เรียน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเรียนรู้ในแต่ละปีหรือภาค" เรียกว่าอะไร
ก. คำอธิบายรายวิชา
ข. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้น
ค. สาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค
ง. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค
4. วิธีการวัดและประเมินผลที่สามารถสะท้อนผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงของผู้เรียนและครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการและคุณธรรมจริยธรรม เป็นการวัดและประเมินผลแบบใด
ก. การวัดเพื่อวินิจฉัย
ข. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริง
ค. การวัดและประเมินผลจากการปฏิบัติ
ง. การวัดและประเมินผลด้านความสามารถ
5. คุณธรรมในข้อใดที่กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนในทุกช่วงชั้น
ก. ขยัน ประหยัด รับผิดชอบ
ข. ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มุ่งมั่น
ค. ขยัน อดออม ประหยัด ซื่อสัตย์
ง. รับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม

6. การจัดสาระหลักสูตรกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีสามารถเลือกจัดได้หลายแบบ แต่จะต้องคำนึงถึงความพร้อมของสถานศึกษาด้านต่างๆต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. ผู้สอน อุปกรณ์
ข. สถานที่ สภาพแวดล้อม
ค. เวลา งบประมาณ
ง. ความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน
7. "การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้มีการเลือกใช้กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการทำงานร่วมกับผู้อื่น" เป็นการจัดการเรียนรู้รูปแบบใด
ก. การเรียนรู้จากประสบการณ์
ข. การเรียนรู้จากการทำงานกลุ่ม
ค. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ง. การเรียนรู้จากการศึกษาค้นคว้า
8. สิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีประสิทธิภาพคือข้อใด
ก. ความรู้ความสามารถของผู้สอน
ข. เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
ค. การกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ง. การใช้สื่อการสอนที่ทันสมัย
9. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านคุณภาพของผู้เรียนของกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับทักษะในการทำงาน
ก. ทำงานเพื่อการดำรงชีวิตในครอบครัว
ข. ทำงานอย่างมีกลยุทธ์
ค. ทำงานเพื่อการประกอบอาชีพ
ง. ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
10. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตร พ.ศ.2544 และใช้ในปี 2552 นี้
ก. มีจำนวน 5 สาระ
ข. ยกเลิกสาระการอาชีพ
ค. เปลี่ยนสาระที่ 4 เดิมเป็นสาระที่ 3 ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. สาระที่ 4 คือเทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ

11. "การนำเอาผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาคและสาระการเรียนรู้รายปี/รายภาคมาเขียนหลอมรวมเป็นงานบูรณาการ" ในลักษณะความเรียง เรียกว่าอะไร
ก. คำอธิบายรายวิชา
ข. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้น
ค. หน่วยการเรียนรู้
ง. แผนการจัดการเรียนรู้
12. "ใช้เทคโนโลยีในการทำงาน การผลิต การออกแบบ การแก้ปัญหา การสร้างงาน การสร้างอาชีพสุจริตอย่างมีความเข้าใจ มีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และมีความคิดสร้างสรรค์" เป็นเรื่องของอะไร
ก. คุณภาพผู้เรียน
ข. สาระการเรียนรู้
ค. มาตรฐานการเรียนรู้
ง. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
13. ข้อใดไม่จัดเป็นแหล่งเรียนรู้
ก. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
ข. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ค. ทรัพยากรธรรมชาติ
ง. แผนการเรียนรู้
14. ข้อใดไม่ใช่สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
ก. การพัฒนาความสามารถของมนุษย์ในการแก้ปัญหา
ข. การจัดการด้านเศรษฐกิจของครอบครัว
ค. บ้านและชีวิตความเป็นอยู่ในบ้าน
ง. การปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์
15. ผู้สอนควรมีกิจกรรมฝึกให้ผู้เรียนมีการประเมินตนเองในด้านใด
ก. ด้านความรู้และความคิด
ข. ด้านอารมณ์และความรู้สึก
ค. ด้านความรู้และการปฏิบัติ
ง. ด้านความคิดและความรู้สึก
16. ข้อใดเป็นกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ก. ข้อมูลสารสนเทศ การสื่อสารข้อมูล และเครือข่าย
ข. หลักการแก้ปัญหา หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์และการจัดการข้อมูล
ค. การวิเคราะห์ปัญหา วางแผน ดำเนินการตามแผน ตรวจสอบแก้ไข
ง. การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดการ และการประมวลข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศ
17. "การนำเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการทำงานการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการใหม่ ๆ " เป็นโครงสร้างการเรียนรู้ ของสาระใด
ก. การดำรงชีวิตและครอบครัว
ข. การออกแบบและเทคโนโลยี
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. ทุกสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
18. ข้อใดกล่าวถึงสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ถูกต้อง
ก. ทุกกลุ่มสาระการเรียนต้องจักสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
ข. สามารถจัดได้ทุกช่วงชั้น
ค. จัดได้ตามความต้องการของผู้เรียนหรือท้องถิ่น
ง. กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่เปิดสอน
19. "การนำความรู้ ทักษะ และทรัพยากร มาสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการ โดยผ่านกระบวนการเพื่อแก้ปัญหาสนองความต้องการในการทำงานของมนุษย์" หมายถึงเรื่องใด
ก. การเรียนรู้
ข. การออกแบบ
ค. เทคโนโลยี
ง. เทคโนโลยีสารสนเทศ
20. การจัดการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่สำคัญควรดำเนินการอย่างไร
ก. กำหนดเป็นงาน
ข. กำหนดเป็นกิจกรรมใบงาน
ค. กำหนดเป็นภารกิจย่อยๆ
ง. กำหนดเป็นการปฏิบัติ
21. "มีทักษะกระบวนการทำงานและการจัดการ การทำงานเป็นกลุ่ม การแสวงหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาในการทำงาน รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่องาน" เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ของสาระในข้อใด
ก. การดำรงชีวิตและครอบครัว
ข. การออกแบบและเทคโนโลยี
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ

22. "ความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงานและจัดระบบคนเพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ" เป็นทักษะด้านใด
ก. ทักษะการจัดการ
ข. ทักษะกระบวนการกลุ่ม
ค. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา
ง. ทักษะการทำงานเพื่อการดำรงชีวิต
23. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการที่ก่อให้เกิดทักษะในการทำงานรวมทั้งสร้างพัฒนางานและวิธีการใหม่
ก. กระบวนการคิด กระบวนการทำงาน
ข. กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแบบมีส่วนร่วม
ค. กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการตัดสินใจ
ง. กระบวนการพัฒนา กระบวนการสนับสนุน
24. "การเขียนงานที่ต้องเขียนให้ครอบคลุมชื่องาน ขอบเขตและคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลงานเชิงประจักษ์" เป็นการทำงานเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. การเขียนคำอธิบายรายวิชา
ข. การเขียนสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ค. การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้
ง. การเขียนขอบเขตของสาระการเรียนรู้ช่วงชั้น
25. การจัดการเรียนรู้ให้ครบองค์รวมตามโครงสร้างความรู้(Structure of Knowledge) ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ผู้เรียนจะได้รับสิ่งใดบ้าง
ก. ความรู้ การปฏิบัติงาน การจัดการ คุณธรรม จริยธรรม
ข. ความรู้ การทำงาน ความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม
ค. ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
ง. ความรู้ ความสามารถ กระบวนการทำงาน คุณธรรม จริยธรรม
26. การจัดโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละช่วงชั้นจะประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. มาตรฐานการเรียนและสาระการเรียนรู้
ข. สาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ค. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและหลักสูตรสถานศึกษา
ง. หลักสูตรสถานศึกษาและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
27. "วางแผนเลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับงาน" เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นใดของสาระเทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
ก. ช่วงชั้นที่ 1
ข. ช่วงชั้นที่ 2
ค. ช่วงชั้นที่ 3
ง. ช่วงชั้นที่ 4
28. "งาน" ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ข้อใด
ก. งานในห้องเรียนและงานนอกสถานที่
ข. งานตามสภาพจริงและงานบูรณาการ
ค. งานบ้านและงานเกษตร
ง. งานออกแบบและงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
29. หัวใจสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับกลุ่มสาระการงานอาชีพ และเทคโนโลยีคือข้อใด
ก. การจัดการเรียนรู้
ข. จุดประสงค์การเรียนรู้
ค. กระบวนการเรียนรู้
ง. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
30. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรสาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
ก. แต่ละชั้นปีต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ครบทั้ง 5 งาน
ข. ในหนึ่งภาคเรียนสามารถจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กี่งานก็ได้
ค. การจัดการเรียนรู้ 5 งานสามารถแยกจัดเป็นงานๆในแต่ละปี/ภาค
ง. การจัดการเรียนรู้ 5 งานสามารถจัดบูรณาการในแต่ละปี/ภาค


โดย: สมคิด ไวยวิชี IP: 125.26.20.151 วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:21:31:20 น.


ข้อสอบการงาน
1. ข้อใด ไม่ใช่ เป้าหมายที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ก. เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่องาน
ข. มีทักษะการทำงานเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม
ค. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานอาชีพและเทคโนโลยี
ง. นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงานอย่างถูกต้อง
2. การเรียนรู้ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้ ทักษะ และความดีของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นการเรียนรู้ในลักษณะใด
ก. การทำงานอย่างมีกลยุทธ์
ข. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ค. ยึดงานและการแก้ปัญหาเป็นสำคัญ
ง. เห็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างคุ้มค่า
3. "ความรู้ความสามารถของผู้เรียน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเรียนรู้ในแต่ละปีหรือภาค" เรียกว่าอะไร
ก. คำอธิบายรายวิชา
ข. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้น
ค. สาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค
ง. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค
4. วิธีการวัดและประเมินผลที่สามารถสะท้อนผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงของผู้เรียนและครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการและคุณธรรมจริยธรรม เป็นการวัดและประเมินผลแบบใด
ก. การวัดเพื่อวินิจฉัย
ข. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริง
ค. การวัดและประเมินผลจากการปฏิบัติ
ง. การวัดและประเมินผลด้านความสามารถ
5. คุณธรรมในข้อใดที่กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนในทุกช่วงชั้น
ก. ขยัน ประหยัด รับผิดชอบ
ข. ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มุ่งมั่น
ค. ขยัน อดออม ประหยัด ซื่อสัตย์
ง. รับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม

6. การจัดสาระหลักสูตรกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีสามารถเลือกจัดได้หลายแบบ แต่จะต้องคำนึงถึงความพร้อมของสถานศึกษาด้านต่างๆต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. ผู้สอน อุปกรณ์
ข. สถานที่ สภาพแวดล้อม
ค. เวลา งบประมาณ
ง. ความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน
7. "การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้มีการเลือกใช้กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการทำงานร่วมกับผู้อื่น" เป็นการจัดการเรียนรู้รูปแบบใด
ก. การเรียนรู้จากประสบการณ์
ข. การเรียนรู้จากการทำงานกลุ่ม
ค. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ง. การเรียนรู้จากการศึกษาค้นคว้า
8. สิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีประสิทธิภาพคือข้อใด
ก. ความรู้ความสามารถของผู้สอน
ข. เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
ค. การกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ง. การใช้สื่อการสอนที่ทันสมัย
9. ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านคุณภาพของผู้เรียนของกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับทักษะในการทำงาน
ก. ทำงานเพื่อการดำรงชีวิตในครอบครัว
ข. ทำงานอย่างมีกลยุทธ์
ค. ทำงานเพื่อการประกอบอาชีพ
ง. ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
10. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตร พ.ศ.2544 และใช้ในปี 2552 นี้
ก. มีจำนวน 5 สาระ
ข. ยกเลิกสาระการอาชีพ
ค. เปลี่ยนสาระที่ 4 เดิมเป็นสาระที่ 3 ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. สาระที่ 4 คือเทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ

11. "การนำเอาผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาคและสาระการเรียนรู้รายปี/รายภาคมาเขียนหลอมรวมเป็นงานบูรณาการ" ในลักษณะความเรียง เรียกว่าอะไร
ก. คำอธิบายรายวิชา
ข. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้น
ค. หน่วยการเรียนรู้
ง. แผนการจัดการเรียนรู้
12. "ใช้เทคโนโลยีในการทำงาน การผลิต การออกแบบ การแก้ปัญหา การสร้างงาน การสร้างอาชีพสุจริตอย่างมีความเข้าใจ มีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และมีความคิดสร้างสรรค์" เป็นเรื่องของอะไร
ก. คุณภาพผู้เรียน
ข. สาระการเรียนรู้
ค. มาตรฐานการเรียนรู้
ง. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
13. ข้อใดไม่จัดเป็นแหล่งเรียนรู้
ก. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
ข. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ค. ทรัพยากรธรรมชาติ
ง. แผนการเรียนรู้
14. ข้อใดไม่ใช่สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
ก. การพัฒนาความสามารถของมนุษย์ในการแก้ปัญหา
ข. การจัดการด้านเศรษฐกิจของครอบครัว
ค. บ้านและชีวิตความเป็นอยู่ในบ้าน
ง. การปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์
15. ผู้สอนควรมีกิจกรรมฝึกให้ผู้เรียนมีการประเมินตนเองในด้านใด
ก. ด้านความรู้และความคิด
ข. ด้านอารมณ์และความรู้สึก
ค. ด้านความรู้และการปฏิบัติ
ง. ด้านความคิดและความรู้สึก
16. ข้อใดเป็นกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ก. ข้อมูลสารสนเทศ การสื่อสารข้อมูล และเครือข่าย
ข. หลักการแก้ปัญหา หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์และการจัดการข้อมูล
ค. การวิเคราะห์ปัญหา วางแผน ดำเนินการตามแผน ตรวจสอบแก้ไข
ง. การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดการ และการประมวลข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศ
17. "การนำเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการทำงานการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการใหม่ ๆ " เป็นโครงสร้างการเรียนรู้ ของสาระใด
ก. การดำรงชีวิตและครอบครัว
ข. การออกแบบและเทคโนโลยี
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. ทุกสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
18. ข้อใดกล่าวถึงสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ถูกต้อง
ก. ทุกกลุ่มสาระการเรียนต้องจักสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
ข. สามารถจัดได้ทุกช่วงชั้น
ค. จัดได้ตามความต้องการของผู้เรียนหรือท้องถิ่น
ง. กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่เปิดสอน
19. "การนำความรู้ ทักษะ และทรัพยากร มาสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการ โดยผ่านกระบวนการเพื่อแก้ปัญหาสนองความต้องการในการทำงานของมนุษย์" หมายถึงเรื่องใด
ก. การเรียนรู้
ข. การออกแบบ
ค. เทคโนโลยี
ง. เทคโนโลยีสารสนเทศ
20. การจัดการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่สำคัญควรดำเนินการอย่างไร
ก. กำหนดเป็นงาน
ข. กำหนดเป็นกิจกรรมใบงาน
ค. กำหนดเป็นภารกิจย่อยๆ
ง. กำหนดเป็นการปฏิบัติ
21. "มีทักษะกระบวนการทำงานและการจัดการ การทำงานเป็นกลุ่ม การแสวงหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาในการทำงาน รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่องาน" เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ของสาระในข้อใด
ก. การดำรงชีวิตและครอบครัว
ข. การออกแบบและเทคโนโลยี
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. เทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ

22. "ความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงานและจัดระบบคนเพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ" เป็นทักษะด้านใด
ก. ทักษะการจัดการ
ข. ทักษะกระบวนการกลุ่ม
ค. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา
ง. ทักษะการทำงานเพื่อการดำรงชีวิต
23. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการที่ก่อให้เกิดทักษะในการทำงานรวมทั้งสร้างพัฒนางานและวิธีการใหม่
ก. กระบวนการคิด กระบวนการทำงาน
ข. กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแบบมีส่วนร่วม
ค. กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการตัดสินใจ
ง. กระบวนการพัฒนา กระบวนการสนับสนุน
24. "การเขียนงานที่ต้องเขียนให้ครอบคลุมชื่องาน ขอบเขตและคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลงานเชิงประจักษ์" เป็นการทำงานเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. การเขียนคำอธิบายรายวิชา
ข. การเขียนสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ค. การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้
ง. การเขียนขอบเขตของสาระการเรียนรู้ช่วงชั้น
25. การจัดการเรียนรู้ให้ครบองค์รวมตามโครงสร้างความรู้(Structure of Knowledge) ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ผู้เรียนจะได้รับสิ่งใดบ้าง
ก. ความรู้ การปฏิบัติงาน การจัดการ คุณธรรม จริยธรรม
ข. ความรู้ การทำงาน ความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม
ค. ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
ง. ความรู้ ความสามารถ กระบวนการทำงาน คุณธรรม จริยธรรม
26. การจัดโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละช่วงชั้นจะประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. มาตรฐานการเรียนและสาระการเรียนรู้
ข. สาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ค. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและหลักสูตรสถานศึกษา
ง. หลักสูตรสถานศึกษาและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
27. "วางแผนเลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับงาน" เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นใดของสาระเทคโนโลยีเพื่อการทำงานและอาชีพ
ก. ช่วงชั้นที่ 1
ข. ช่วงชั้นที่ 2
ค. ช่วงชั้นที่ 3
ง. ช่วงชั้นที่ 4
28. "งาน" ของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ข้อใด
ก. งานในห้องเรียนและงานนอกสถานที่
ข. งานตามสภาพจริงและงานบูรณาการ
ค. งานบ้านและงานเกษตร
ง. งานออกแบบและงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
29. หัวใจสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับกลุ่มสาระการงานอาชีพ และเทคโนโลยีคือข้อใด
ก. การจัดการเรียนรู้
ข. จุดประสงค์การเรียนรู้
ค. กระบวนการเรียนรู้
ง. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
30. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรสาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
ก. แต่ละชั้นปีต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ครบทั้ง 5 งาน
ข. ในหนึ่งภาคเรียนสามารถจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กี่งานก็ได้
ค. การจัดการเรียนรู้ 5 งานสามารถแยกจัดเป็นงานๆในแต่ละปี/ภาค
ง. การจัดการเรียนรู้ 5 งานสามารถจัดบูรณาการในแต่ละปี/ภาค

Monday, December 6, 2010

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบร ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบร

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=oopps

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา

Wednesday, March 24, 2010

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ

ใครอยากได้ข้อสอบ
ช่วงนี้
ก็
ค้นหาเองละกาน

อิอิ