ค้นหาข้อสอบ ในเว็บไซต์แห่งนี้

Showing posts with label แนวข้อสอบครูผู้ช่วย. Show all posts
Showing posts with label แนวข้อสอบครูผู้ช่วย. Show all posts

Wednesday, July 20, 2011

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย

1. ถ้าเปรียบงานครูเหมือนปลูกต้นไม้กิจกรรมใดตรงกับบทบาทของครูมากที่สุด
ก. เตรียมดินเพื่อปลูกกล้า
ข. บำรุงรักษากล้า รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย
ค. กำจัดศัครูพืชให้ออกดอกงอกงาม
ง. เก็บผลผลิตและแปรรูปเพื่อให้ได้ราคา
เฉลย ก.
2. ทุกวันนี้การปฏิบัติงานของครูบางหมู่ รู้วึกทั่วกันว่า ครูไม่ค่อยห่วงประโยชน์ที่ควรห่วงไปห่วง ยศ ตำแหน่ง สิทธิ รายได้ ท่านมทีความคิดเห็นอย่างไร
ก. เป็นธรรมดาที่คนเรามักนึกถึงตนเอง
ข. เศราฐกิจในปัจจุบันผลักดันให้ครูบางคนต้องทำเช่นนั้น
ค.ครูที่อุทิศตนเพื่องานครูโดยแท้มีน้อย
ง. การทำงานของผู้ประกอบอาชีพอื่นบางกลุ่มก็เป็นแบบเดียวกัน
เฉลย ค.
3.ท่านคิดว่าความสำเร็จในการสอบคัดเลือกของท่านมีปัจจัยใดเป็นสิ่งสำคัญ
ก. ตั้งใจจริงที่จะเป็นครู
ข. กำลังใจที่ท่านได้รับจากผู้ใกล้ชิด
ค. การที่ท่านเอาใจใส่ต่อการเรียนอย่างสมำเสมอ
ง. ข้อแนะนำที่ได้รับจากอาจารย์แนะแนว
เฉลย ก
4. ใครเป็นผู้มีวินัย
ก. สมศรีทำความเคารพครูทุกครั้งเมื่อเดินสวนกับครู
ข. มารศรีแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียน
ค. มนัสลอกการบ้านเพื่อนก่อนส่งครู ตามที่ครูกำหนด
ง. สมศักดิ์ช่วยลบกระดานให้ครู
เฉลย ข
5. ข้อใดเป็นวิธีการรักษาวินัยที่ดีที่สุด
ก. วินัยที่ใช้เหตุผลส่วนตัว
ข. วินัยต่อหมู่คณะ
ค. วินัยที่ใช้อำนาจเฉียบขาด
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลย ข
6.ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้นักเรียนผิดวินัย
ก. สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับตัวนักเรียน
ข. สภาพสิ่งแวดล้อม
ค.ครู
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลย ง
7.ความรู้ขั้นสูงสุดคือข้อใด
ก. ข้อมูล
ข.สารสนเทศ
ค.ความรู้
ง. ปัญญา
เฉลย ง
8.การจัดการความรู้ มาจากคำว่า
ก. IT
ข.IM
ค. KM
ง. KI
เฉลย ง
9. ในความรู้สึกของท่าน ครูเปรียบเหมือนอะไร
ก. แหล่งสะสมความรู้
ข. แหล่งให้คำปรึกษา
ค. แหล่งพักพิง
ง. แหล่งรวมนำใจ
เฉลย ข
10.ภาระหน้าที่ของครูในปัจจุบันควรเน้นการปฏิบัติตรามข้อใดมากที่สุด
ก. ถ่ายทอดความรู้
ข. สนับสนุนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้
ค. ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมให้ทันสมัยอยู่เสมอ
ง. เป็นแบบอย่างที่ดี
เฉลย ข

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย

  1. ข้อใดหมายถึง เจตคติ
    ก. ATTITUDA
    ข. ATTITUDE
    ค. ATTITUGE
    ง. ATTITDUE
    2. ข้อใดคือความหมายของเจตคติ
    ก. ความรู้สึก ความคิดเห็น หรือความโน้มเอียง
    ข. ความเชื่อของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    ค. สถานการณ์ ซึ่งสามารถประเมินค่าออกมาในทางบวกและทางลบ
    ง. ถูกทุกข้อ
    3. ท่านคิดว่าใครเป็นผู้ที่มีเจตคติต่อวิชาชีพครู
    ก. สมศักดิ์อยากเป็นครูเหมือนพ่อ
    ข. สมชายไม่อยากเป็นครูเพราะรำคาญเด็ก
    ค. สมศรีเห็นว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง
    ง. ถูกทุกข้อ
    4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเจตคติ
    ก. แนวทางที่เราคิดรู้สึก หรือมีท่าทีที่จะกระทำต่อบางสิ่งบางอย่าง
    ข. แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง
    ค. เป็นความรู้สึกนึกคิดที่ก่อสร้างขึ้นจากการเรียนรู้
    ง. เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นติดตัวมาแต่กำเนิด
    5. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของเจตคติ
    ก. พุทธิปัญญา
    ข. ความรู้สึก
    ค. ความพอใจ
    ง. การปฏิบัติ
    6. ท่านคิดว่าปัจจุบันข้อใดคือปัญหาที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับข้าราชการครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    ก. ปัญหาครูไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
    ข. ปัญหาเกี่ยวกับความรู้ความสามารถของครู
    ค. ปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนอัตรากำลังครู
    ง. ปัญหาการที่ครูใช้เวลาสอนทำผลงานทางวิชาการ
    7. ข้อใดไม่คุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม
    ก. อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี
    ข. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา
    ค. ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาไม่น้อยกว่า1ปี
    ง. ถูกทุกข้อ
    8. ข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพมีกี่มาตรฐาน
    ก. 2 มาตรฐาน
    ข. 3 มาตรฐาน
    ค. 4 มาตรฐาน
    ง. 5 มาตรฐาน
    9. ข้อใดคือมาตรฐานความรู้ผู้ประกอบวิชาชีพครู
    ก. ปริญญาทางการศึกษา
    ข. ปริญญาตรีทางการศึกษา
    ค. ไม่ต่ำกว่าปริญญาทางการศึกษา
    ง. ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา
    10. ข้อใดไม่ใช่มาตรฐานวิชาชีพ
    ก. จรรยาบรรณวิชาชีพ
    ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
    ค. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
    ง. ถูกทุกข้อ
    11. ผู้ประสงค์ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ยื่นต่อผู้ใด
    ก. เลขาธิการคุรุสภา
    ข. คณะกรรมการคุรุสภา
    ค. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
    ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    12. กรณีที่มีผู้ประกอบวิชาชีพ ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ข้อใดไม่ถูกต้อง
    ก. ผู้ได้รับความเสียยื่นข้อกล่าวหาต่อคุรุสภา
    ข. พ้น 1 ปี ไม่มีสิทธิในการกล่าวหา กล่าวโทษ
    ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเป็นผู้พิจารณา
    ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษ
    13. คำวินิจฉัยในกรณีผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครู มีกี่กรณี
    ก. 4 สถาน
    ข. 5 สถาน
    ค. 6 สถาน
    ง. 7 สถาน
    14. ข้อใดไม่ใช่คำวินิจฉัยกรณีผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ
    ก. ยกข้อกล่าวหา
    ข. ตักเตือน
    ค. ภาคทัณฑ์
    ง. พักใช้ใบอนุญาต
    16. หากถูกพักใช้ใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ภายในกี่วัน
    ก. ภายใน 7 วัน
    ข. ภายใน 15 วัน
    ค. ภายใน 30 วัน
    ง. ภายใน 45 วัน
    17. พระบิดาของครูไทย หมายถึงข้อใด
    ก. ม.ล.ปิ่น มาลากุล
    ข. กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
    ค. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    ง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
    18. กรณีข้าราชการครูในโรงเรียนถูกเพิกถอนใบอนุญาต ข้อใดกล่าวถูกต้อง
    ก. อำนวยการโรงเรียนอาจเสนอให้เปลี่ยนตำแหน่งได้
    ข. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้พิจารณาการเปลี่ยนตำแหน่ง
    ค. ต้องดำเนินการเปลี่ยนตำแหน่งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
    ง. ถูกทุกข้อ
    19. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตรงกับข้อใด
    ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
    ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการเลือกกันเอง
    ค. คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ
    ง. รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการคุรุสภา
    20. ข้อใดไม่ใช่เป็นลักษณะสำคัญของวิชาชีพครู
    ก. มีองค์กรวิชาชีพ
    ข. กฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพ
    ค. มีจรรยาบรรณวิชาชีพครู
    ง. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
    21 จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในฐานะที่เราเป็นครูเราควรนำเอาหลักธรรมในข้อใด
    มายึดถือปฎิบัติ
    ก. สังคหวัตถุ
    ข. อิทธิบาท
    ค. พรหมวิหาร
    ง. สัปปุริสธรรม
    22.กัลยาณมิตร 7 ข้อใดหมายถึง ความมีเหตุผล
    ก. ปิโย
    ข. วัตตา
    ค. ภาวนีโย
    ง. คัมภีรังกถังกตา
    23. ครูที่ลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการที่รุนแรง ไม่เป็นไป ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
    ว่าด้วยการลงโทษ แสดงว่าขาดคุณธรรมข้อใดมากที่สุด
    ก. ความเมตตา
    ข. สติสัมปปัสชัญญะ
    ค. หิริ โอตัปปะ
    ง. ขันติ โสรัจจะ
    24. “ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
    ทั้งทางกาย วาจา และ จิตใจ” หมายถึงจรรยาบรรณด้านใด
    ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง
    ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
    ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
    ง. จรรยาบรรณต่อสังคม
    25. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
    ก. ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์
    ข. ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะและนิสัยที่ ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ
    ค. ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค
    ง. ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน อย่างสร้างสรรค์
    26. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณต่อสังคมของผู้ประกอบ วิชาชีพทางการศึกษา
    ก. ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    ข. โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคี ในหมู่ให้เกิดขึ้นในสังคม
    ค. พึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม
    ง. รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม
    27. KM ย่อมาจากข้อใด
    ก. KNOWLEDGE MANAGER
    ข. KNOWLEDGE MANAGATION
    ค. KNOWLEDGE MANAGEMENT
    ง. KNOWLEDGE MANAGAMAIL
    28. “คลังความรู้ หรือ ขุมความรู้” อยู่ในส่วนใดของโมเดลปลาทู
    ก. KV
    ข. KA
    ค. KS
    ง. KP
    29. ข้อใดคือชั้นปิรามิดความรู้(HIDEO YAMAZAKI) ที่ถูกต้อง
    ก. ปัญญา - ความรู้ - ข้อมูล - สารสนเทศ
    ข. ข้อมูล - ความรู้ - ปัญญา - สารสนเทศ
    ค. สารสนเทศ - ข้อมูล - ความรู้ - ปัญญา
    ง. ข้อมูล - สารสนเทศ - ความรู้ - ปัญญา
    30. ความรู้ชัดแจ้งหรือความรู้เด่นชัด ตรงกับข้อใด
    ก. KNOWLEDGE
    ข. EXPLICIT KNOWLEDGE
    ค. TACIT KNOWLEDGE
    ง. KNOWLEDGE MANAGER
    31. ข้อใดคือเว็ปไซด์การจัดการความรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    ก. แมงมุม
    ข. นกนางนวล
    ค. ทางสายใหม่
    ง. มุมวิชาการ
    32. ข้อใดสอดคล้องกับการจัดการความรู้ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    ก. เครือข่ายการศึกษาไทย ก้าวไกลทุกถิ่น
    ข. เครือข่ายความคิด พันธมิตรก้าวหน้า
    ค. เครือข่ายความคิด พันธมิตรความรู้
    ง. เครือข่ายพันธมิตร ความคิดความรู้
    33. ครูมลจูงแขนเด็กนักเรียนเดินข้ามถนน แสดงว่าครูมลมีคุณธรรมตามข้อใด
    ก. เมตตา
    ข. กรุณา
    ค. มุฑิตา
    ง. อุเบกขา
    34. ขั้นตอนแรกในกระบวนการจัดการความรู้ตรงกับข้อใด
    ก. จัดระบบความรู้
    ข. แสวงหาความรู้
    ค. บ่งชี้ความรู้
    ง. สร้างความรู้
    35. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ต้องมีการจัดการความรู้
    ก. องค์กรต้องมีการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง
    ข. ยุคเทคโนโลยีเข้าครอบคลุมหน่วยงาน
    ค. ให้มีความรู้ที่หลากหลายในหน่วยงานอื่น
    ง. ต้องการตอบสนองนโยบายผู้บังคับบัญชา
    36. ลักธรรมที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน เรียกว่าหลักธรรมในข้อใด
    ก. สังคหวัตถุ 4
    ข. อิทธิบาท 4
    ค. หิริ โอตัปปะ
    ง. พรหมวิหาร
    37. การประสานงานควรจะประสานข้อใดก่อนเป็นอันดับแรก
    ก. ประสานคน
    ข. ประสานวางแผนงาน
    ค. ประสานความรู้
    ง. ประสานเนื้อหา
    38. ข้อใดคือเป้าหมายของการจัดการความรู้ในองค์กร
    ก. พัฒนาคน พัฒนางาน ประสานสัมพันธ์
    ข. พัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาสังคม
    ค. พัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาองค์กร
    ง. ถูกทุกข้อ
    39. ข้อใดเป็นความหมายของมนุษยสัมพันธ์
    ก. การยอมรับนับถือและเต็มใจที่จะทำงานร่วมกัน
    ข. ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหนึ่งหรือหลายคน
    ค. เป็นศิลปะที่จะทำตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ดี
    ง. เป็นการเสริมสร้างความรู้ในองค์กร
    40. ความเป็นผู้นำ มีความเกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด
    ก. การใช้ศิลปะในการจูงใจคนให้ร่วมมือกับตน
    ข. การใช้ศิลปะในการทำงาน
    ค. การใช้ศิลปะในการนำกลุ่ม
    ง. การใช้อำนาจในกลุ่ม
    41. ผู้อำนวยการหัสดี เป็นคนที่สามารถเข้ากับชุมชนได้ดี
    ทำให้ชุมชนรักและยกย่อง แสดงว่ามีคุณธรรมข้อใด
    ก. ปริสัญญุตา
    ข. อัตตัญญุตา
    ค. ปุคคลปโรปรัญญุตา
    ง. กาลัญญุตา
    42. ตำแหน่งครูในสถานศึกษาถูกลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรงต้องขออุทธรณ์กับข้อใด
    ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
    ข. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
    ค. ก.ค.ศ.
    ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    43. การอุทธรณ์คำสั่งโทษทางวินัยต้องดำเนินการภายในกี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง
    ก. 15 วัน
    ข. 20 วัน
    ค. 30 วัน
    ง. 40 วัน
    44. ตำแหน่งครูในสถานศึกษาถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงต้องขออุทธรณ์กับข้อใด
    ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
    ข. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
    ค. ก.ค.ศ.
    ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    45. วินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด
    ไว้ในกฎหมายใด
    ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551
    ข. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546
    ค. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
    ง. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
    46. ข้อใดมีความสำคัญต่อการประสานงานมากที่สุด
    ก. ความสามารถในการปฏิบัติ
    ข. ความสามารถในการรับฟัง
    ค. ความสามารถในการโน้มน้าวจิติใจ
    ง. ความรู้ความเข้าใจในงาน/โครงการ
    47. ลักษณะความผิดทางวินัยข้าราชการ ข้อใดถูกต้อง
    ก. ไม่มีมีอายุความ
    ข. ไม่สามารถยอมความกันได้
    ค. ชดใช้ด้วยเงินเพื่อลบล้างความผิดได้
    ง. ถูกทุกข้อ
    48. ใครเป็นคนแต่งตั้งกรรมการสอบสวนกรณีข้าราชการครูในโรงเรียนถูกกล่าวว่า
    กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
    ก. ก.ค.ศ.
    ข. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
    ค. ผู้อำนวยการโรงเรียน
    ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    49. นางสาวปุ้ย ตำแหน่งครูผู้ช่วย ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้างแรง
    ใครเป็นแต่งตั้งกรรมการสอบสอบ
    ก. ก.ค.ศ.
    ข. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
    ค. ผู้อำนวยการโรงเรียน
    ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    50. ข้าราชการครูในโรงเรียนเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการประเมิน
    ความดีความชอบของคณะกรรมการระดับโรงเรียนที่ผู้อำนวยการแต่งตั้ง
    มีสิทธิที่จะร้องทุกข์ตามข้อใด
    ก. ร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ.
    ข. ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
    ค. ร้องทุกข์ต่อ ผู้อำนวยการโรงเรียน
    ง. ร้องทุกข์ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่
    เฉลยแบบทดสอบ
    1 ข 11 ก 21 ง 31 ก 41 ก
    2 ค 12 ง 22 ข 32 ค 42 ข
    3 ง 13 ก 23 ข 33 ข 43 ค
    4 ง 14 ก 24 ค 34 ค 44 ค
    5 ค 15 - 25 ง 35 ก 45 ง
    6 ค 16 ค 26 ข 36 ข 46 ง
    7 ก 17 ง 27 ค 37 ก 47 ค
    8 ข 18 ง 28 ข 38 ค 48 ค
    9 ง 19 ง 29 ง 39 ค 49 ค
    10 ก 20 ค 30 ข 40 ก 50 ข

1.ค่านิยมที่ราชการครูพึงยึดปฏิบัติมี 5 ประการ ยกเว้น
ก. การรู้จักพึ่งตนเอง
ข.การรู้จักละวางความชั่ว *
ค. การปฏิบัติตามคุณธรรมศาสนา
ง. การรักษาระเบียบวินัย เคารพกฏหมาย
2. ค่านิยมหมายถึง
ก. การยึดถือว่าสิ่งใดดี ชั่ว
ข. เกณฑ์ที่ระบุว่าควรประพฤติอย่างไร
ค.การประกอบความดีตามสภาพแวดล้อม
ง. ความเห็นเกี่ยวกับชีวิตและความประพฤติด *
3. ค่านิยมมีความสำคัญต่อการมีชีวิตของมนุษย์อย่างไร
ก.เป็นแบบขนบประเพณี
ข.เป็นแนวทางในการดำเนินชีวติมนุษย์*
ค. เป็นแบบอย่างของสังคมที่ผู้คนควรยึดถือเป็นแบบอย่าง
ง.เป็นหลักในการประเมินค่าของความประพฤติของคนในสังคม
4.ข้อใดมิใช่สุขขั้นพื้นฐานที่อท้จริงของมนุษย์
ก. สุขอันเกิดจากการได้ชิมรสอาหารอร่อย*
ข. สุขอันเกิดจากการมีทรัพย์
ค.สุขอันเกิดจากการไม่มีหนี้
ง.สุขอันเกิดแต่การประกอบงานที่ไม่มีโทษ
5. ข้อใดเป็นลักษณะของค่านิยมที่แท้จริง
ก. การแต่งกายตามสมัยนิยม
ข. การเท่าทันโลกเหตการณื
ค. การพูดจากริยาเรียบร้อย*
ง. การเป็นคนมีเกียรติในสังคม
6. ข้อใดมีอิทธิพลต่อการเกิดค่านิยมของคนในชาติมาที่สุด
ก. การเอาอย่างเพื่อน
ข. ความต้องการของรัฐ
ค. การเรียนรู้จากตำรา บทเรียน
ง. ความรักความพอใจในสิ่งที่ตนชอบ*
7.คุณธรรมที่ช่วยพัฒนาสังคมข้อใดมีส่วนช่วยพัฒนาจิตใจในบุคคล
ก. การมีวินัย*
ข. การไม่เบียดเบียน
ค. การเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น
ง. การกล้าคัดค้านความเห็นที่ผิด ๆ
8.การที่เรามีจริยธรรมจะได้ประโยชน์อะไร
ก. ทำให้อิ่มกาย
ข. ทำให้อิ่มใจ*
ค. ทำให้อิ่มเกียรติ
ง. ทำให้สมบูรณ์ทั้งกายและใจ
9. คุณธรรมที่เป็นหลักปฏิบัติให้ถึงความสำเร็จ
ก. สังคหวัตถุ 4
ข. พรมวิหาร 4
ค. อิทธิบาท 4 *
ง. ทิศ 6
10.สละที่นั่งบนรถเมลให้กับสตรี เด็ก และคนชรา แสงดถึงวัฒนาธรรมใด
ก. คติธรรม
ข. สหธรรม*
ค. วัตถุธรรม
ง. เนติธรรม

ข้อที่ * คือคำตอบ ใครมีแนวข้อสอบอีกก็เอามาแบ่งปันกันนะ

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู

เก็งข้อสอบวิชาชีพครู




























แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู

เก็งข้อสอบวิชาชีพครู

1.วันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 มีผลใช้บังคับ
ก 20 กุมภาพันธ์
ข 21 กุมภาพันธ์
ค 22 กุมภาพันธ์
ง 23 กุมภาพันธ์
2.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 มีกี่มาตรา
ก 14 มาตรา
ข 15 มาตรา
ค 16 มาตรา
ง 17 มาตรา
3.ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 คือบุคคลตามข้อใด
ก นายสมัคร สุนทรเวช
ข พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
ค นายยงยุทธ ติยะไพรัตน์
ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์
4.เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 คือข้อใดที่ถูกต้องที่สุด
ก เพราะมีรัฐบาลใหม่จึงแก้ไขปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
ข เพราะต้องการให้มีโครงสร้างที่เกิดการคล่องตัวมากขึ้น
ค เพราะจำนวนของบุคคลในองค์คณะไม่เหมาะสม
ง เพราะให้การบริหารบุคคลมีประสิทธิภาพและไม่ล่าช้า
5.หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาและดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการ
ใน ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาจนครบจำนวนตามองค์ประกอบของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551
ก สำนักงาน ก.ค.ศ.
ข ก.ค.ศ.
ค สำนักงานเขตพื้นที่
ง คณะกรรมการเขตพื้นที่
6.ให้ดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งกรรมการเพิ่มเติมให้ครบจำนวนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ภายในกี่วัน
ก 180 วัน
ข 90 วัน
ค 60 วัน
ง 30 วัน
7.ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 มีกี่ตำแหน่ง
ก 4
ข 5
ค 6
ง 7
8.กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมาจาการเลือกตั้งจำนวนเก้าคนมีผู้แทนข้าราชการครูจำนวนกี่คนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551
ก 4 คน
ข 6 คน
ค 8 คน
ง ทั้ง 9 คน
9.ก.ค.ศ. มีจำนวนกี่คนพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551
ก 21
ข 27
ค 28
ง 29
10.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มีกี่หมวด
ก 7 หมวด
ข 8 หมวด
ค 9 หมวด
ง 10 หมวด
11.วันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก 20 กุมภาพันธ์
ข 11 มิถุนายน
ค 19 สิงหาคม
ง 23 ธันวาคม
12.มาตราในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ข้อใดที่ถูกยกเลิก
ก มาตรา 18
ข มาตรา 21
ค มาตรา 22
ง ทุกข้อ
13.บุคคลในข้อใดมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูได้
ก นาย ท. เป็นบุคคลล้มละลาย
ข นาย ส.เป็นเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
ค นาย ย.เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง
ง ทุกคนไม่สามารถเข้ารับราชการครูได้
14.วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปีและการลาหยุดราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นไปตามที่..
ก ราชการกำหนด
ข รัฐบาลกำหนด
ค ก.ค.ศ.กำหนด
ง ค.ร.ม.กำหนด
15.ตำแหน่งศึกษานิเทศก์มีกี่วิทยฐานะ
ก 4
ข 5
ค 6
ง 7
16.โทษทางวินัยมี 5 สถาน ปรากฎอยู่ในมาตราใดในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
ก มาตรา 82
ข มาตรา 90
ค มาตรา 96
ง มาตรา 100
17.ข้าราชการครูผู้ใดถูกสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออกหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการให้มีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์แล้วแต่กรณีต่อก.ค.ศ.ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งและให้ก.ค.ศ.พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
ก 90 วัน
ข 60 วัน
ค 30 วัน
ง 120 วัน
18.ข้อใดไม่เป็นเหตุให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องออกจากราชการทันที
ก พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ข ลาออกจากราชการ
ค ตาย
ง ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกโดยกระบวนความได้สิ้นสุดแล้ว
19.ผู้อำนวยการสถานศึกษามีอำนาจสั่งลงโทษทางวินัย “ขั้นต่ำ”สุดตามข้อใด
ก ว่ากล่าวตักเตือน
ข ภาคทัณฑ์
ค ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕%
ง ลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้น
20.ค่าต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครั้งละกี่บาท
ก 100 บาท
ข 200 บาท
ค 300 บาท
ง 500 บาท
21.ประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาคือ
ก รัฐมนตรีว่าการฯ
ข ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค เลขาธิการ ส.พ.ฐ.
ง เลขาธิการ ก.ค.ศ.
22.คณะกรรมการ สกสค. มีกี่คน
ก 28 คน
ข 27 คน
ค 23 คน
ง 21 คน
23.วันที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มีผลใช้บังคับ
ก 24 ธันวาคม
ข 20 สิงหาคม
ค 21 กุมภาพันธ์
ง 12 มิถุนายน
24.คำในข้อใดไม่ปรากฎตามมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546
ก ครู
ข คณาจารย์
ค ผู้บริหารสถานศึกษา
ง ผู้บริหารการศึกษา
25.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเรียกว่า...
ก สกสค.
ข ครุสภา
ค คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ง คุรุสภา
26.ข้อใดคือรายได้ของสภาครู
ก ค่าธรรมเนียม
ข เงินอุดหนุน
ค ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินฯ
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
27.คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีกี่คน
ก 23 คน
ข 21 คน
ค 17 คน
ง 15 คน
28.ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมมีคุณสมบัติดังนี้ทุกข้อ คุณสมบัติข้อใดไม่ถูกต้อง
ก วุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
ข มีคุณวุฒิอื่นที่สภาครูฯรับรอง
ค ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและผ่านเกณฑ์การประเมินตามกำหนด
ง มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
29.ข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ มีกี่ด้าน
ก 3
ข 4
ค 5
ง 6
30.จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ อยู่ในมาตรฐานด้านใด
ก มาตรฐานการปฏิบัติตน
ข มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ค มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
31.คำวินิจฉัยชี้ขาดขั้นต่ำสุดตามที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยคือข้อใด
ก ภาคทัณฑ์
ข ตักเตือน
ค เพิกถอนใบอนุญาต
ง ยกข้อกล่าวหา
32. 17.ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของสภาครูฯ
ก กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ
ข ประสาน ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
ค กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพ
ง ถูกทุกข้อ
33.การศึกษาภาคบังคับ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545หมายถึงข้อใดที่ถูกต้องที่สุด
ก การศึกษาชั้นป.1 ถึง ชั้น ป.6
ข การศึกษาชั้นป. 1 ถึงชั้น ม. 3
ค การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
ง ถูกทุกข้อ
34.ข้อใดคือความหมายของคำว่า “เด็ก”ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545ที่ถูกต้องที่สุด
ก เยาวชนอายุ 7 – 18 ปี
ข เด็กอายุระหว่าง 7 – 16 ปี
ค เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
ง เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว
35.ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครองมีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี ภายใน.........นับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่ เว้นแต่ผู้ปกครองได้อาศัยอยู่ด้วยกับผู้นั้น ข้อใดคือคำตอบในช่องว่าง
ก 7 วัน
ข 15 วัน
ค หนึ่งเดือน
ง เก้าสิบวัน
36.ผู้ใดออกกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
ก นายกรัฐมนตรี
ข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
37. “มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา”จัดอยู่ในหมวดใดของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
ก หมวด 4
ข หมวด 6
ค หมวด 8
ง หมวด 9
38.วันที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีผลใช้บังคับ
ก 19 สิงหาคม
ข 20 สิงหาคม
ค 20 ธันวาคม
ง 24 ธันวาคม
39.ข้อใดคือความหมายของคำว่า “ผู้สอน”ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542ที่ถูกต้องมากที่สุด
ก ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ
ข ครู
ค คณาจารย์
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
40.ผู้รักษาการณ์ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คือข้อใด
ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข นายกรัฐมนตรี
ค เลขาธิการ ส.พ.ฐ.
ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
41.ข้อที่ถูกต้องที่สุดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ให้เด็กอายุตามข้อใดต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก ย่างเข้าปีที่เจ็ด
ข เจ็ดปี
ค เจ็ดปีบริบูรณ์
ง ไม่เกินเจ็ดปี
42.ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ข ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ค ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ง ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
43.ผู้ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติฯ
ก ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ข คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ค อ.ก.ค.ศ.
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
44.ใครเป็นผู้แต่งตั้ง “พนักงานเจ้าหน้าที่”ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
ก เลขาธิการ ส.พ.ฐ
ข ปลัดกระทรวง
ค รัฐมนตรี
ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ
45.ตรงกับความหมายของ “การศึกษาตลอดชีวิต”ตามพระราชบัญญัติฯ
ก การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
ข กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม
ค การถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรมและการสืบสานทางวัฒนธรรม
ง การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
46.การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ให้ยึดหลักกี่ข้อ
ก 6 ข้อ
ข 5 ข้อ
ค 4 ข้อ
ง 3 ข้อ
47.ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดระบบ โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา
ก มีเอกภาพด้านนโยบายและมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
ข มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา
ค ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆมาใช้ในการจัดการศึกษา
ง ทุกข้อ
48.ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสมโดยคำนึงถึง....
ก พ่อแม่ของบุคคลนั้น
ข ฐานะครอบครัวของบุคคลนั้น
ค ความสามารถของบุคคลนั้น
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
49.การจัดการศึกษามีกี่รูปแบบ
ก 1
ข 2
ค 3
ง 4
50.สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดได้บ้าง
ก การศึกษาตามอัธยาศัย
ข การศึกษาในระบบ
ค การศึกษานอกระบบ
ง รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง ข้อ ก ข หรือ ค ก็ได้
51.การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ
ก 1
ข 2
ค 3
ง 4
52.ข้อใดคือสถานศึกษาสำหรับการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ข โรงเรียน
ค ศูนย์การเรียน
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
53.การประเมินผลผู้เรียนตามพระราชบัญญัติฯให้พิจารณาจาก....
ก พัฒนาการของผู้เรียน
ข ความประพฤติ
ค สังเกตพฤติกรรมการเรียน
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
54.การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปสภาหรือในรูปคณะกรรมการจำนวนกี่องค์การ
ก 6
ข 5
ค 4
ง 7
55.คณะกรรมการอาชีวศึกษามีกี่คน
ก 27
ข 59
ค 31
ง 26
56.ข้อใดไม่ใช่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ก ผู้แทนองค์กรชุมชน
ข ผู้แทนองค์กรเอกชน
ค ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการค้าเสรีในท้องถิ่น
57.คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีวาระในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก 4
ข 3
ค 2
ง 5
58.ผู้มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่การศึกษา
ก รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของสภาการศึกษา
ข รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา
ค รัฐมนตรีโดยการอนุมัติของสภาการศึกษา
ง รัฐมนตรีโดยให้ความเห็นชอบของสภาการศึกษา
59.การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคำนึงถึงข้อใด
ก ปริมาณสถานศึกษา
ข จำนวนประชากร
ค วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น
ง ทุกข้อถูกต้อง
60.มาตราใดกล่าวถึงการกระจายอำนาจ 4 ด้าน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ
ก มาตรา 8
ข มาตรา 39
ค มาตรา 10
ง มาตรา 22
61.การจัดการศึกษาทุกระบบต้องเน้นความสำคัญตามข้อใดในพระราชบัญญัติฯ
ก ความรู้ คุณธรรม
ข กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม
ค พุทธพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัย
ง เฉพาะข้อ ก และ ข ถูกต้องที่สุด
62.ตามพระราชบัญญัติฯผู้ที่ทำหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือข้อใด
ก ผู้บริหารสถานศึกษา
ข ครู
ค สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
63.ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ก ผู้อำนวยการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับมอบหมาย
ข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์
ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
64.หน่วยงานใดไม่เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติฯ
ก โรงเรียน
ข โรงเรียนเอกชน
ค สพท.
ง สพฐ.
65.ข้อใดคือระดับการศึกษาในระบบที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2546
ก ระดับก่อนประถมศึกษา
ข ระดับประถมศึกษา
ค ระดับมัธยมศึกษา
ง ทุกข้อ
66.การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีกี่ประเภทตามกฎกระทรวงฯ
ก 1 ประเภท
ข 2 ประเภท
ค 3 ประเภท
ง 4 ประเภท
67.ผู้ที่เป็นประธานกรรมการ “คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา” คือบุคคลตามข้อใดในกระทรวงศึกษาธิการ
ก รัฐมนตรี
ข เลขาธการ สพฐ.
ค ปลัดกระทรวง
ง ผู้อำนวยการสำนักฯ
68.ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับฯ องค์กรปกครองส่วนถิ่นต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาเป็นเวลาตามข้อใด
ก ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ข หนึ่งเดือน
ค สิบห้าวัน
ง ไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
69.วันที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช
ก 7 กรกฎาคม
ข 24 ธันวาคม
ค 12 มิถุนายน
ง 21 กุมภาพันธ์
70.ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก ส่วนกลาง
ข เขตพื้นที่การศึกษา
ค สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
ง ทุกข้อ
71.หน่วยงานในข้อใดไม่เป็นนิติบุคค
ก สำนักงานรัฐมนตรี
ข สำนักงานปลัดกระทรวง
ค สพฐ.
ง สอศ.
72.การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนกลางของกระทรวงศึกธิการให้ออกเป็น
ก กฎกระทรวง
ข ประกาศกระทรวง
ค ระเบียบกระทรวง
ง พระราชบัญญัติฯ
73.ประธานกรรมการในข้อใดเป็นประธานโดยตำแหน่ง
ก ประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา
ข ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ง เป็นประธานโดยตำแหน่งทุกข้อ
74.คณะกรรมการในข้อใดมีหน้าที่...พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา...การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล...โดยคำนึงถึงคุณภาพและความเป็นเลิศทางวิชาชีพ...ฯ
ก คณะกรรมการสภาการศึกษา
ข คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ง คณะกรรมการอุดมศึกษา
75.หน้าที่ของผู้ตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ
ก ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ประเมินผลระดับนโยบาย
ข ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ประเมินผลระดับภารกิจ
ค ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ประเมินผลและการดำเนินการโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
76.คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. มีกี่ชุดหลักตามพระราชบัญญัติฯ
ก 1 ชุด
ข 2 ชุด
ค 3 ชุด
ง 4 ชุด
77.หน่วยงานที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือข้อใด ตามพระราชบัญญัติฯ
ก กระทรวงศึกษาธิการ
ข สพฐ.
ค สพท.
ง โรงเรียน
78.ในกรณีเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดการศึกษาบางประเภทได้ หน่วยงานใดสามารถจัดแทนได้
ก สำนักงานปลัดกระทรวง
ข สำนักงานต่างๆของการจัดระเบียบราชการในสำนักงาน
ค โรงเรียน
ง เฉพาะข้อ ก และ ข
79.ผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงรองจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคือข้อใด
ก ปลัดกระทรวง
ข รองปลัดกระทรวง
ค ผู้ช่วยปลัดกระทรวง
ง เลขาฯปลัดกระทรวง
80.ความเป็นนิติบุคคลของโรงเรียนสิ้นสุดลงเมื่อใด
ก ยุบเลิก
ข โอน
ค ยุบ
ง แยก
81.การกระจายอำนาจและการจัดการศึกษาทั้ง 4 ด้าน กระจายไปยังหน่วยงานตามข้อใด
ก คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค สถานศึกษา
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
82.ข้อใดที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 ไม่ได้กำหนดไว้ในหมวดต่างๆ
ก การรักษาราชการแทน
ข การปฏิบัติราชการแทน
ค การรักษาการในตำแหน่ง
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
83.สำนักงาน กศน. สังกัดอยู่ในส่วนราชการใด
ก สพฐ.
ข สกอ.
ค สอศ.
ง สำนักงานปลัดกระทรวง
84.การสอบ O-net เป็นหน้าที่ของสำนักใดใน สพฐ.
ก สำนักทดสอบทางการศึกษา
ข สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
ค สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง สำนักทดสอบกลาง
85.การสอบผู้อำนวยการสถานศึกษาและการสอบรองผู้อำนวยการสถานศึกษาภาค ข และ ภาค ค เป็นหน้าที่โดยตรงของกลุ่มใดใน สพท.
ก กลุ่มอำนวยการ
ข กลุ่มบริหารงานบุคคล
ค กลุ่มนโยบายและแผน
ง กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
86.การอุทธรณ์โทษทางวินัยต่อ อ.ก.ค.ศ. ให้ทำหนังสืออุทธรณ์ต่อใครได้
ก ประธาน อ.ก.ค.ศ.
ข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ง เฉพาะข้อ ก และ ข
87.การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย ให้อุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ก สามสิบวัน
ข หกสิบวัน
ค เก้าสิบวัน
ง หนึ่งร้อยยี่สิบวัน
88.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้จัดสวัสดิการแก่ครอบครัวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนดโดยความเห็นชอบของใคร
ก รัฐมนตรี
ข คณะรัฐมนตรี
ค เลขาฯ สพฐ.
ง ปลัดกระทรวง
89. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยของครูฯตามพระราชบัญญัติฯ
ก ภาคทัณฑ์
ข ให้ออก
ค ลดขั้นเงินเดือน
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
90.ข้อใดไม่ถือเป็น “เงินเดือน”
ก เงินวิทยฐานะ
ข เงินประจำตำแหน่ง
ค เงินเดือน
ง เฉพาะข้อ ก และ ข
91.ผู้ใดเป็นประธานคณะกรรมการ “กงช.”
ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค ปลัดกระทรวง
ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
92.ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการ “กงช.”
ก ปลัดกระทรวง
ข เลขาธิการ ก.พ.
ค อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
93.วิทยฐานะสูงสุดของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ก รองผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ
ข รองผู้อำนวยการเชี่ยวชาญพิเศษ
ค รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
ง รองผู้อำนวยการชำนาญการ
94.ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข นายกรัฐมนตรี
ค ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
95.วิทยฐานะที่ได้รับเงินวิทยฐานะต่ำสุดของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
ก รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชำนาญการ
ข รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชำนาญการพิเศษ
ค รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ
ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญพิเศษ
96.พระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก 24 ธันวาคม
ข 21 กุมภาพันธ์
ค 12 มิถุนายน
ง 20 สิงหาคม
97.คณะกรรมการ ช.พ.ค. เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการในข้อใดมากที่สุด
ก สกสค.
ข กงช.
ค สพฐ.
ง สพท.
98.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสิ้นสุดลงในกรณีใด
ก หมดอายุ
ข ถูกสั่งเพิกถอน
ค ถูกสั่งพักใช
ง ทุกข้อที่กล่าวมา
99.มาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาข้อใดไม่ใช่
ก เป็นผู้นำและสร้างผู้นำ
ข ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
ค แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
ง ทุกข้อ
100.จากข้อความ “ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม......ฯ” เป็นจรรยาบรรณตามข้อใด
ก จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
ค จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ง จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
เฉลย..............
1-ข 2-ง 3-ข 4-ง 5-ข 6-ก 7-ข 8-ข 9- ค10-ค 11-ง 12-ง 13-ง 14- ค15-ก 16-ค 17-ก 18- ข19- ข 20-ข 21-ข 22- ค23-ง 24-ข 25-ง 26-ง 27-ค 28-ง 29-ก 30-ก 31-ง 32-ง 33-ค 34-ค 35-ค 36- ข37-ข 38-ข 39-ก 40-ก 41-ก 42- ข43- ข 44-ค 45-ง 46-ง 47- ง 48-ค 49-ค 50-ง 51-ข 52- ง53-ง 54-ค 55-ค 56-ง 57-ค 58-ข 59-ง 60-ข 61-ง 62-ค 63-ข 64- ค 65-ง 66-ข 67-ค 68-ก 69-ก 70-ง 71-ก 72- ก73-ก 74-ค 75-ก 76-ข 77- ก 78-ง 79-ก 80-ก 81-ง 82-ค 83-ง 84-ก 85-ข 86-ง 87-ก 88-ข 89-ข 90-ง 91-ข 92-ข 93- ก 94-ข 95-ข 96-ก 97-ก 98-ง 99-ง 100- ข

เก็งข้อสอบวิชาชีพครู

เก็งข้อสอบวิชาชีพครู

1. ผู้ริเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับสมรรถนะที่นำมาสู่การปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด
ก. Fayol ข. Max Weber
ค. McClelland ง. Simon

2. Competency แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท

ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท

3. ก.ค.ศ. กำหนดสมรรถนะหลักของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้กี่สมรรถนะ

ก. 4 สมรรถนะ ข. 5 สมรรถนะ

ค. 6 สมรรถนะ ง. 7 สมรรถนะ

4. สพฐ. กำหนดสมรรถนะหลักของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้กี่สมรรถนะ

ก. 4 สมรรถนะ ข. 5 สมรรถนะ

ค. 6 สมรรถนะ ง. 7 สมรรถนะ

5. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะหลักตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด

ก. การมีวิสัยทัศน์ ข. การบริการที่ดี

ค. การพัฒนาตนเอง ง. การทำงานเป็นทีม

6. ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับสมรรถนะใด

ก. การมีวิสัยทัศน์ ข. การบริการที่ดี

ค. การพัฒนาตนเอง ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์

7. ความตั้งใจในการปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับข้อใด

ก. การทำงานเป็นทีม ข. การบริการที่ดี

ค. การพัฒนาตนเอง ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์

8. การศึกษาค้นคว้า หาความรู้ ติดตามองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในวงวิชาการ

เพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนางาน หมายถึงสมรรถนะใด

ก. การทำงานเป็นทีม ข. การบริการที่ดี

ค. การพัฒนาตนเอง ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์

9. ใครเป็นผู้กำหนดสาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครู

ก. คุรุสภา ข. คณะกรรมการคุรุสภา

ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

10. สมรรถนะครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดไว้ตามข้อใด

ก. สมรรถนะหลัก 6 ข. สมรรถนะประจำสายงาน 5

ค. สมรรถนะหลัก 6 ประจำสายงาน 5 ง. สมรรถนะหลัก 5 ประจำสายงาน 6

11. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะหลักของครู ที่ สพฐ.กำหนด

ก. การบริการที่ดี ข. การทำงานเป็นทีม

ค. การพัฒนาตนเอง ง. ภาวะผู้นำครู

12. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะหลักของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ก. การพัฒนาผู้เรียน ข. การทำงานเป็นทีม

ค. การบริการที่ดี ง. การพัฒนาตนเอง

13. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะประจำสายงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ก. ภาวะผู้นำครู ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ง. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู

14. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน เป็นสมรรถนะของครู ตามข้อใด

ก. Core competency ข. Jop competency

ค. Organization competency ง. Functional Competency

15. จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ความสุขและความปลอดภัยของผู้เรียน

เป็นตัวบ่งชี้สมรรถนะของครูตามข้อใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน ง. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

16. การจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นตัวบ่งชี้ของสมรรถนะของครู ตามข้อใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน ง. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัย

17. การแสดงบทบาทผู้นำหรือผู้ตาม เป็นตัวบงชี้ของสมรรถนะของครู ตามข้อใด

ก. ภาวะผู้นำครู ข. การทำงานเป็นทีม

ค. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน ง. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู

18. การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างเครือข่ายเป็นตัวบ่งชี้ของสมรรถนะของครู ตามข้อใด

ก. การพัฒนาตนเอง ข. การทำงานเป็นทีม

ค. ภาวะผู้นำครู ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

19. มีภาวะผู้นำ เป็นสมรรถนะวิชาชีพครูตามมาตรฐานที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดตามข้อใด

ก. ความเป็นครู ข. การจัดการเรียนรู้

ค. จิตวิทยาสำหรับครู ง. การบริหารจัดการในห้องเรียน

20. ข้อใดคือสมรรถนะภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู ตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

ก. สามารถใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ข. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน

ค. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นสูง ง. สามารถใช้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐานได้

21. ข้อใดคือสมรรถนะในการพัฒนาหลักสูตร ของผู้ประกอบวิชาชีพครู

ก. ความสามารถวิเคราะห์หลักสูตร ข. ความสามารถจัดทำหลักสูตร

ค. สามารถประเมินหลักสูตรได้ ง. ถูกทุกข้อ

22. การมีวิสัยทัศน์ อยู่ในสมรรถนะวิชาชีพในข้อใด

ก. ความเป็นครู ข. การจัดการเรียนรู้

ค. การบริหารจัดการในห้องเรียน ง. ถูกทุกข้อ

23. ใครเป็นผู้กำหนดสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

ก. คุรุสภา ข. คณะกรรมการคุรุสภา

ค. ก.ค.ศ. ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

24. การพัฒนาสมรรถนะครู ตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ภายใต้แผนปฏิบัติการ

ไทยเข้มแข็ง ใช้การพัฒนาด้วยระบบใด

ก. e-filling ข. e-leranning

ค. e-training ง. e-Competency

25. การแสดงบทบาทผู้นำหรือผู้ตาม เป็นตัวบ่งชี้สมรรถนะใดของครูที่ สพฐ.กำหนด

ก. พัฒนาตนเอง ข. ทำงานเป็นทีม

ค. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

26. ความรักและศรัทธาในวิชาชีพเป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใดที่ สพฐ.กำหนด

ก. พัฒนาตนเอง ข. ทำงานเป็นทีม

ค. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

27. การมีวินัยและความรับผิดชอบในวิชาชีพ เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใดที่ สพฐ.กำหนด

ก. พัฒนาตนเอง ข. ทำงานเป็นทีม

ค. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

28. การดำรงชีพอย่างเหมาะสม เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใดที่ สพฐ.กำหนด

ก. พัฒนาตนเอง ข. ทำงานเป็นทีม

ค. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

29. การประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใดที่ สพฐ.กำหนด

ก. พัฒนาตนเอง ข. ทำงานเป็นทีม

ค. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ง. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

30. ความรู้ ความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้ เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใดที่ สพฐ.กำหนด

ก. การพัฒนาผู้เรียน

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

31. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

32. การใช้และการพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชน

33. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้
ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

34. การปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย ความภูมิใจให้แก่ผู้เรียน เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

35. จัดทำข้อมูลสารสนเทศ และเอกสารประจำชั้นเรียน ประจำวิชา เป็นตัวบงชี้ตามสมรรถนะใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

36. วุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ที่เหมาะสมกับความเป็นครู เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใด

ก. ภาวะผู้นำครู

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

37. การเป็นบุคคลแห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นตัวบ่งชี้ตามสมรรถนะใด

ก. ภาวะผู้นำครู

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

ง. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้

38. สมรรถนะหลักของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย
กี่สมรรถนะ

ก. 3 สมรรถนะ ข. 4 สมรรถนะ

ค. 5 สมรรถนะ ง. 6 สมรรถนะ

39. สมรรถนะประจำสายงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยกี่สมรรถนะ

ก. 3 สมรรถนะ ข. 4 สมรรถนะ

ค. 5 สมรรถนะ ง. 6 สมรรถนะ

40. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะหลักของครู ไม่ใช่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ก. การพัฒนาผู้เรียน ข. การทำงานเป็นทีม

ค. การบริการที่ดี ง. การพัฒนาตนเอง

41. ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะประจำสายงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ก. ภาวะผู้นำครู ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ง. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู

42. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานเป็นสมรรถนะของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ

ศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามข้อใด

ก. Core competency ข. Jop competency

ค. Organization competency ง. Functional Competency

43. จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ความสุขและความปลอดภัยของผู้เรียน เป็นตัวบ่งชี้ของ
สมรรถนะวิชาชีพครู ตามข้อใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน ง. การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

44. การจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นตัวบ่งชี้ของสมรรถนะวิชาชีพครู ตามข้อใด

ก. การพัฒนาผู้เรียน

ข. การบริหารจัดการชั้นเรียน

ค. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

ง. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อการพัฒนาผู้เรียน

45. การแสดงบทบาทผู้นำหรือผู้ตาม เป็นตัวบงชี้ของสมรรถนะวิชาชีพครู ตามข้อใด

ข. การทำงานเป็นทีม


.

.
╰╮〥----〥╭╯HBD
╭╯╰----╯╰╮
║~~~~~~~~║ 
║◢██◣◢~~~║ 
║◥██◤◥~~~║  
║~~◢██◣◢~║    
║~~◥██◤◥~║
╰═========═╯

.

.Happy Birthday


╭═════╮
║★★★★★ \         ★
║★★★★★★╰╡   ★   /  ★
║★★★★★ ★★★★★/ /   
║★★★★★★╭╡ ★★★     ★ 
║★★★★★ ╱   ★★★  /
╰═════╯    ★★★/
∵~★.°☆∵。*∵~★.°☆∵。*∵~★.°☆∵。*
ข้อสอบวิชาชีพครู ชุดที่ 2

1.ข้อใดคือความหมายของวินัย
ก. กฎเกณฑ์ข้อบังคับที่คนในองค์กรเดียวกันต้องปฏิบัติตาม
ข. การควบคุมความประพฤติของคนในองค์การของตนเอง
ค. ข้อบัญญัติที่กำหนดขึ้นไว้เป็นข้อปฏิบัติร่วมกันของคนในองค์กร
ง. ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดคือความหมายของวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกต้องที่สุด
ก.ข้อบัญญัติที่กำหนดไว้ให้เป็นข้อห้าม
ข. ข้อบัญญัติที่กำหนดขึ้นไว้เป็นข้อที่ให้ปฏิบัติ
ค.ข้อบัญญัติที่กำหนดขึ้นไว้เป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติ
ง.ข้อบัญญัติที่กำหนดขึ้นไว้ให้ทุกคนในองค์การปฏิบัติ
3. วินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากล่าวไว้ในกฎหมายใด
ก.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
ข.พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ค.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ง.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. วินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากล่าวไว้ในหมวดใดของกฎหมาย
ก. หมวด 4 ข. หมวด 5
ค. หมวด 6 ง. หมวด 7
5. โทษทางวินัยมีกี่สถา
ก. 4 สถาน ข. 5 สถาน
ค. 6 สถาน ง. 7 สถาน
7. ข้อใดถือเป็นโทษทางวินัย
ก. การว่ากล่าวตักเตือน ข. การให้ทำทัณฑ์บน
ค. การที่ผู้บริหารว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจา ง. การภาคทัณฑ์
8. ข้อใดเป็นความผิดวินัยร้ายแรง
ก. กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชั่ว
ข. ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบ
ค. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการเป็นเหตุให้ราชการเสียหาย
ง. ยอมให้ผู้อื่นหาผลประโยชน์ทำให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมในหน้าที่
9. ข้อใดกล่าวถึงวินัยของข้าราชการไม่ถูกต้อง
ก. วินัยข้าราชการไม่มีอายุความ ข. ไม่สามารถยอมความกันได้
ค. ไม่สามารถชดใช้ด้วยเงินแทนได้ ง. หากออกจากราชการไปแล้วให้งดการสอบสวน
10. การลงโทษตามข้อใดที่ผู้บังคับบัญชาสามารถให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้
ก.ว่ากล่าวตักเตือน ข. ภาคทัณฑ์
ค. ตัดเงินเงินเดือน ง. ลดขั้นเงินเดือน
11. ข้อใดใช้ในการลงโทษในความผิดที่ไม่ถึงกับความผิดร้ายแรงและไม่ใช่กรณีความผิดเล็กน้อย
ก. ภาคทัณฑ์ ข. ตัดเงินเดือน
ค. ลดขั้นเงินเดือน ง. ถูกเฉพาะข้อ ข และ ค
12. ข้อใดไม่ใช่การลงโทษทางวินัย
ก. ภาคทัณฑ์ ข. ตัดเงินเดือน
ค. ลดขั้นเงินเดือน ง. การให้ออกจากราชการ
13. การกระทำข้อใดที่เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
ก. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
ข. ประมาทเลินเล่อทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง
ค. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกัน 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ง. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แต่ภายหลังได้นำเงินมาคืนให้ทางราชการพร้อมกับดอกเบี้ย
14. ข้อใดเป็นความผิดปรากฏชัดแจ้ง
ก. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ข. เมาสุราในขณะปฏิบัติราชการ
ค. ละทิ้งหน้าที่ราชการเป็นเวลานาน ง. ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

15. คำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้ เกิดความเสียหายแก่ราชการ
ต้องเสนอเป็นหนังสือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งภายในระยะเวลาตามข้อใด
ก. ภายใน 5 วัน ข. ภายใน 7 วัน
ค. ภายใน 15 วัน ง. ภายใน 30 วัน
16. การกระทำของข้าราชการครูในข้อใดเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ก. เล่นการพนันเป็นอาจิณ
ข. กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
ค. กลั่นแกล้งกล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริงทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ง. ผู้บริหารมีพฤติกรรมปกป้อง ช่วยเหลือมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาถูกลงโทษทางวินัย
17. ขั้นตอนแรกของการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาคือข้อใด
ก. การแจ้งข้อกล่าวหา ข. การตั้งเรื่องกล่าวหา
ค. การสอบสวนข้อเท็จจริง ง. การลงโทษทางวินัย
18. ใครเป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีข้าราชการครูที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ในโรงเรียนถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่
ค. ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ง. ประธานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
19. การกระทำผิดวินัยร้ายแรงข้อใดเป็นความผิดปรากฏชัดแจ้ง
ก. กระทำความผิดอาญาจนได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือหนักกว่าจำคุก
ข.ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเกินกว่า15 วันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ค.ได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวน
ง.ถูกต้องทุกข้อ
20. คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการครูต้องมีจำนวนเท่าใด
ก. จำนวน 3 คน ข. จำนวนอย่างน้อย 3 คน
ค. จำนวนไม่เกิน 3 คน ง. จำนวนอย่างน้อย 5 คน

1. เจตคติ(Atttitude)หมายถึงข้อใด?
ก. การรับรู้พฤติกรรมในการสื่อสาร
ข.การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ในการแสดงออก
ค. ความรู้สึกของบุคคลทั้งทางบวกและทางลบ ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ง. การสร้างสถานการณ์ แสดงออกให้บุคคลยอมรับ
ตอบ ค. ความรู้สึกของบุคคลทั้งทางบวกและทางลบ ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

2.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง?
ก. เจตคติเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ข.เจตคติเกิดจากความรู้สึกของบุคคลเฉพาะทางบวกเท่านั้น
ค. เจตคติเริ่มเกิดขึ้นครั้งแรกกับวัยรุ่น
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ง. ไม่มีถูกข้อถูก

3.
เจตคติเกิดได้ ต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการคือ?
ก.ด้านความคิด ด้านความรู้สึก ด้านพฤติกรรม
ข. ด้านความคิด ด้านความรู้สึก ด้านพันธุกรรม
ค. ด้านพันธุกรรม ด้านพฤติกรรม ด้านความรู้สึก
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. ด้านความคิด ด้านความรู้สึก ด้านพฤติกรรม

4.
ข้อใดเป็นเจตคติจากการเลียนแบบ?
ก. ประสบการณ์ความรู้สึก ข. อารมณ์และสิ่งแวดล้อม
ค. เอาแบบอย่างจากพ่อแม่ ง. การรับรู้และสิ่งเร้า
ตอบ ค. เอาแบบอย่างจากพ่อแม่
5.
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง?
ก. เจตคติเกิดจากการเรียนรู้ ข. เจตคติเป็นสิ่งที่ซับซ้อน
ค. เจตคติเกิดจากการเลียนแบบ ง. ไม่มีคำตอบ
ตอบ ง. ไม่มีคำตอบ

6.
จากคำกล่าวที่ส่า”เจตคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้”อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เจตคติของบุคคลเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ที่สุด
ก.พฤติกรรม ข. ความรู้สึก
ค.ความคิด ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค. ความคิด

7.
วิธีการที่ใช้วัดเจตคติของผู้เรียนที่เหมาะที่สุดคือข้อใด?
ก. การสอบถาม ข. การสังเกต
ค. การตรวจผลงาน ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. การสอบถาม

8.
เจตคติ คือ ความพร้อม โน้มเอียง ที่แสดงออกว่าชอบไม่ชอบเป็นคำกล่าวของใคร?
ก. Hilgacd ข. .Anastasi
ค. Frederic ง. Good
ตอบ ข. Anastasi

9.
ประสบการณ์ที่ทำไห้พฤติกรรมเปลี่ยนเรียกว่าอะไร?
ก. การระลึกได้ ข. การทดสอบ
ค. การสอน ง. การเรียนรู้
ตอบ ง. การเรียนรู้

10.
ข้อใดหมายถึง เจตคติจากประสบการณ์รุนแรง?
ก. กฎระเบียบของโรงเรียน
ข.แม่ดุลูกที่ไม่ตั้งใจเรียน
ค. เขียวเล่นคอมพิวเตอร์
ง. แดงกินอาหารชนิดหนึ่ง และเกิดอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง
ตอบ ง. แดงกินอาหารชนิดหนึ่ง และเกิดอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง

11.
ข้อใดมีอิทธิพล ต่อการเกิดเจตคติ ต่อเด็กมากที่สุด?
ก.อิทธิพลจากสื่อมวลชน ข. อิทธิพลจากการเลี้ยงดู
ค.อิทธิพลจากกลุ่มต่างๆกลุ่มในโรงเรียน ง. อิทธิพลจากประสบการณ์ตรง
ตอบ ค. อิทธิพลจากกลุ่มต่างๆกลุ่มในโรงเรียน

12.
ข้อใดกล่าวถูกต้องมากที่สุด?

ก. เจตคติของบุคคลเปลี่ยนแปลงได้เพียงครั้งเดียว
ข. เจตคติอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ค. เจตคติ เกิดขึ้นจากความต้องการขั้นพื้นฐาน
ง. เจตคติ เกิดขึ้นจากประสบการณ์เป็นอันดับแรก
ตอบ ข. เจตคติอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

13.
เราสามารถรู้พฤติกรรมที่บุคคลนั้นแสดงออกมาได้อย่างไร
ก. การสัมผัส ข. การซักถาม
ค. การสังเกต ง. การทดสอบ
ตอบ ค. การสังเกต

14.
เด็กเกิดเจตคติจากสื่อมวลชนข้อใดมากที่สุด?
ก. วิทยุ ข. หนังสือพิมพ์
ค. โทรทัศน์ ง. นิตยสาร
ตอบ ค. โทรทัศน์

15.
การวัดเจตคติที่นิยมกัน ได้แก่ การวัดของใคร?
ก. Maslow ข. Likert ค. Pavlova
ง. Skinner
ตอบ ข. Likert

16.
การวัดเจตคติโดยใช้ข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สอบถามความคิดเห็นของบุคคลที่มีต่อเรื่องนั้น
เป็นแนวคิดของใคร?
ก. Freud ข. Maslow ค. Likert
ง. Skinner
ตอบ ค. Likert

17.
วิธีวัดเจตคติสามารถวัดได้จากพฤติกรรมใด?
ก. ทางตรงอย่างเดียว ข. ทางอ้อมอย่างเดียว
ค. ทางตรงและทางอ้อม ง. ทางบวกและทางลบ
ตอบ ค. ทางตรงและทางอ้อม

18.
วิธีการวัดเจตคติที่นิยมกันมาก คือข้อใด?
ก. การสำรวจ ข. การใช้มาตราส่วนประเมินค่า
ค. การวัดแบบไม่วุ่นวาย ง. การใช้ Projective Technique
ตอบ ก. การสำรวจ

19.
ข้อใดเป็นวิธีการวัดแบบสำรวจ?
ก. การหยั่งเสียงก่อนการเลือกตั้ง
ข. การใช้แบบทดสอบถามที่มีหัวข้อให้เลือก
ค. วิธีการทำจดหมาย โดยการจ่าหน้าซองถึงคนที่ต้องการจะวัด
ง. การวัดโดยการสร้างภาพเพ้อฝัน
ตอบ ก. การหยั่งเสียงก่อนการเลือกตั้ง

20.
การใช้Projictive tenicques เป็นการวัดแบบเจตคติของใคร?
ก. ทางตรง ข. ทางอ้อม ค. การสร้างภาพเพ้อฝัน
ง. การสำรวจ
ตอบ ข. ทางอ้อม